ข่าว

ปปช.ย้ำ‘ปู’ละเว้นหน้าที่ปมจำนำข้าว

ปปช.ย้ำ‘ปู’ละเว้นหน้าที่ปมจำนำข้าว

05 ก.ย. 2557

ป.ป.ช.ย้ำ ‘ยิ่งลักษณ์’ ละเว้นปฏิบัติหน้าที่ทำจำนำข้าวเสียหาย ยันไม่เสียหน้าหลังอสส.สั่งตั้งคณะทำงานร่วม แจง ‘ครม.ประยุทธ์’ ยื่นบัญชีทรัพย์สินภายใน 30 วัน

 
                 5 ก.ย.57 เมื่อเวลา 09.30 น. ที่โรงแรมมิราเคิลแกรนด์ นายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ ประธานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กล่าวถึงกรณีอัยการสูงสุด (อสส.) มีคำสั่งให้ตั้งคณะทำงานร่วมระหว่าง อสส. กับ ป.ป.ช.เพื่อพิจารณาหลักฐานที่ไม่สมบูรณ์ในสำนวนคดีรับจำนำข้าวของน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ว่า เมื่อ อสส.เห็นว่า สำนวนยังไม่สมบูรณ์จึงมีหนังสือแจ้งมายังป.ป.ช.ตามกฎหมาย หากอสส.เห็นว่า สำนวนยังมีข้อไม่สมบูรณ์อยู่ตามที่แถลงมา 3 ประเด็นก็ไม่เป็นอะไร จากนี้จะต้องมีการตั้งคณะทำงานร่วมเพื่อพิจารณาข้อไม่สมบูรณ์นั้น คาดว่า ในวันเดียวกันนี้ (5 ก.ย.) หนังสือจากอสส.จะส่งถึงมือป.ป.ช. และจะมีการนำเข้าหารือในที่ประชุมคณะกรรมการป.ป.ช.ในวันที่ 9 ก.ย.นี้ เพื่อพิจารณาว่า มีข้อไม่สมบูรณ์ใดบ้าง ตรงตาม 3 ประเด็นที่อสส.ระบุหรือไม่ แล้วดำเนินการตั้งคณะทำงานร่วม โดยป.ป.ช.จะดูว่าอสส.เสนอมากี่คน เป็นใครและระดับใดบ้าง เพราะต้องตั้งให้มีจำนวนเท่ากันและระดับเดียวกัน มีองค์ประกอบใกล้เคียงกันเพื่อให้คณะทำงานร่วมได้ทำงานร่วมกันและดำเนินการส่งฟ้องต่อไป อย่างไรก็ตาม ในอดีตมีการตั้งคณะทำงานร่วมอยู่หลายคดีเพื่อทำสำนวนให้สมบูรณ์ที่สุด แต่ในการพิจารณาร่วมกันนั้นหากตกลงกันไม่ได้สำนวนจะถูกส่งกลับมาที่ป.ป.ช.อีกครั้งหนึ่งเพื่อให้ดำเนินการส่งฟ้องเอง แต่หากตกลงกันได้เรียบร้อยอสส.จะเป็นผู้ส่งฟ้อง
 
                 ผู้สื่อข่าวถามว่า อสส.ระบุว่า ป.ป.ช.ส่งหลักฐานในคดีดังกล่าวไม่หนาแน่น นายปานเทพ กล่าวว่า ตนเข้าใจว่าหลักฐานมีเป็นจำนวนมาก แต่จะไม่หนาแน่นได้อย่างไร อาจจะมีรายละเอียดเยอะ ยังดูไม่ทุกส่วน แต่อย่างไรก็ตามจากนี้จะเป็นหน้าที่ของคณะทำงานร่วมที่จะต้องไปพิจารณาว่า หลักฐานตรงไหนไม่สมบูรณ์และไม่เพียงพอ ต้องช่วยกันดูไป ส่วนกรณีอสส.ระบุให้ป.ป.ช.กลับมาไต่สวนให้สิ้นกระแสความเสียก่อนนั้น ป.ป.ช.ทำเพียงเท่านั้นและเลยระยะเวลาดังกล่าวมาแล้ว จากนี้เป็นหน้าที่ของคณะทำงานร่วมที่จะไปดูว่า ในสำนวนมีจุดที่ยังไม่เพียงพอ ซึ่งอาจเรียกพยานเพิ่มได้
 
                 เมื่อถามว่า ป.ป.ช.ทำคดีดังกล่าวโดยเร่งรัดเกินไปหรือไม่ นายปานเทพ กล่าวว่า ไม่ได้เร่งรัด แต่ทำงานตามกรอบระยะเวลา และทำสำนวนอย่างสมบูรณ์แน่นหนา ส่วนกรณีอสส.ระบุว่าป.ป.ช.ยึดถืองานวิจัยของทีดีอาร์ไออย่างเดียวนั้นคงไม่ใช่ แต่เป็นเพียงหลักฐานส่วนหนึ่งด้านวิชาการเท่านั้น ทั้งที่หลักฐานอื่นๆ มีอีกมากมาย
 
                 “ป.ป.ช.ไม่ระบุให้เรื่องการทุจริตเป็นเรื่องสำคัญ แต่เราบอกว่า ละเว้นที่ไม่ดำเนินการระงับยับยั้งจนก่อให้เกิดความเสียหาย ทั้งนี้ ผมคิดว่า ระยะเวลาการทำงานของคณะทำงานร่วมคงไม่ใช้เวลายาวนานมากนัก เพราะคดีนี้ป.ป.ช.ติดตามอยู่อย่างเคร่งครัด เมื่อมีการตั้งคณะทำงานร่วมเสร็จแล้วจะต้องรีบเรียกประชุมทันที ต้องทำอย่างรวดเร็ว”
 
                 เมื่อถามว่า ป.ป.ช.รู้สึกเสียหน้าหรือไม่ หลังจาก อสส.ยังไม่สั่งฟ้อง นายปานเทพ กล่าวว่า ไม่ได้รู้สึกเสียหน้าอะไร
 
 
ป.ป.ช.แจง ‘ครม.ประยุทธ์1’ ยื่นบัญชีทรัพย์สินภายใน 30 วัน
 
 
                 นายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ ประธานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กล่าวถึงกรณีที่สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ต้องยื่นแสดงรายการบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินต่อป.ป.ช. ภายในวันที่ 7 ก.ย.ว่า ทางป.ป.ช.ได้ส่งเจ้าหน้าที่สำนักตรวจสอบทรัพย์สินไปประจำอยู่ที่รัฐสภาเพื่อตรวจสอบเอกสารและรับแบบยื่นบัญชีทรัพย์สินฯของสมาชิกสนช. ขณะนี้มีผู้ยื่นมาแล้วจำนวนมาก เพราะใกล้จะหมดเขตในวันที่ 7 ก.ย.นี้ อย่างไรก็ตาม หากมีผู้ยื่นล่าช้าจะต้องพิจารณาดูว่า สาเหตุที่ยื่นล่าช้าเพราะอะไร มีเจตนาหรือไม่
 
                 ส่วนการยื่นแสดงรายการบัญชีทรัพย์สินฯของคณะรัฐมนตรี (ครม.ประยุทธ์1) นั้น จะต้องดำเนินการตามกฎหมายด้วยเช่นกัน คือจะต้องยื่นต่อป.ป.ช.ภายใน 30 วันนับจากวันที่เข้ารับตำแหน่ง และตามกฎหมายเมื่อครม.ยื่นแล้ว ป.ป.ช.จะต้องเปิดเผยต่อสาธารณะชน
 
 
ป.ป.ช.เตรียมร่อนหนังสือแจง ‘PERC’ หลังให้คะแนนต่ำสุด
 
 
                 นายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ ประธานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กล่าวถึงกรณีที่บริษัทที่ปรึกษาด้านความเสี่ยงทางการเมืองและเศรษฐกิจ (PERC) ให้คะแนนป.ป.ช.ของไทยในระดับต่ำสุด พร้อมกับระบุว่าเน้นปราบปรามเฉพาะกลุ่มการเมืองว่า การที่บริษัทดังกล่าวระบุว่าเรื่องการแก้กฎหมายของป.ป.ช.เพื่อเอื้อในการดำเนินคดีเฉพาะกลุ่มการเมืองนั้นไม่เป็นความจริง และการแก้กฎมายของป.ป.ช.เป็นไปตามหลักสากล กฎบัตรสหประชาชาติ อาทิ เรื่องอายุความ เรื่องการเอาผิดกับผู้ให้สินบนข้าราชการหรือเอกชน
 
                 ทั้งนี้ นายภักดี โพธิศิริ กรรมการป.ป.ช.จะได้ชี้แจงเรื่องดังกล่าวให้ทราบโดยละเอียด และตนทราบว่า นายภักดีจะรายงานเรื่องนี้ต่อที่ประชุมคณะกรรมการป.ป.ช.ได้รับทราบในวันที่ 9 ก.ย. เพื่อทำหนังสือชี้แจงอย่างเป็นทางการไปยังบริษัทดังกล่าวด้วย ซึ่งจะได้ชี้แจงว่า ประเด็นต่างๆ ที่เขาระบุมานั้นทางป.ป.ช.มีข้อเสนอแนะอย่างไร เพราะป.ป.ช.ไม่ได้แก้กฎหมายเพื่อไปเล่นนักการเมืองคนไหน แต่เราทำเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน