
'ยุทธศักดิ์'เชื่อมือ'ประยุทธ์'บริหารปท.
05 ก.ย. 2557
'ยุทธศักดิ์' เชื่อมือ 'ประยุทธ์' บริหารปท. ชมเป็นคนเก่ง 'บู๊-บุ๋น' ละเอียด เชื่อ 'โปร่งใส-ซื่อสัตย์' พบ 'กลุ่มต้าน' คสช.ส่อไม่เลิก 'อัยการศึก'
5 ก.ย. 57 เมื่อเวลา 10.30 น. ที่หอประชุมกองทัพเรือ พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา อดีตรมช.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ถึงภาพรวมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ชุดใหม่ว่า ในฐานะที่เคยเป็นรัฐมนตรีมาก่อน ตนไม่มีอะไรที่จะแนะนำ เพราะขณะนี้ ครม.ยังไม่ได้เริ่มทำงาน แต่ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เข้าใจสถานภาพของประเทศ และพยายามอย่างยิ่งที่จะให้คนไทยมีความสุข มีความรัก และความปรองดองกัน ตนกับ พล.อ.ประยุทธ์ มีอะไรก็คุยกันได้เหมือนเดิม เพราะเป็นพี่น้อง สามารถโทรศัพท์พูดคุยส่วนตัวกันได้ มีความห่วงใย มีความรัก มีน้ำใจเช่นเดิม และคงเป็นแบบนี้ไปตลอดชีวิต คงจะไม่มีโอกาสที่จะมีปัญหากัน นอกจากความรัก ความห่วงใย และความหวังดี ที่มีต่อกันมาโดยตลอด
ตนอยากให้ พล.อ.ประยุทธ์ ประสบความสำเร็จตามที่หวังไว้ทุกอย่าง เมื่อเข้ามาแก้ไขปัญหาของประเทศชาติแล้ว เมื่อเข้ามาทำแล้ว การทำก็เป็นขั้นตอน และมีสัญญาไว้กับประชาชนทั้งประเทศว่าตั้งใจจะทำ ตนอยากเห็นความสำเร็จเกิดขึ้นอย่างที่ พล.อ.ประยุทธ์ หวัง และตนคิดว่า พล.อ.ประยุทธ์ จะต้องทำจนสำเร็จ เนื่องจากช่วงที่ปฏิบัติงานด้วยกันมา 3 ปี พล.อ.ประยุทธ์ เป็นคนศึกษางาน และมีความละเอียด มีประสบการณ์ ทำงานเก่ง ทั้งบู๊และบุ๋น ทั้งสองอย่าง ส่วนการทาบทามเป็นที่ปรึกษาในตำแหน่งต่างๆ หรือไม่นั้น ขอให้นายกรัฐมนตรีได้ทำงาน และแถลงนโยบายให้แล้วเสร็จก่อน
พล.อ.ยุทธศักดิ์ กล่าวต่อว่า ส่วนตัวของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม เคยเป็น รมว.กลาโหม มาแล้ว มองเห็นทหาร มองเห็นกระทรวงกลาโหม เหมือนมองลายมือตัวเอง เพราะมองเห็นหมด นอกจากจะมาทำหน้าที่ด้านความมั่นคงแล้ว ยังมาช่วยเรื่องการเมือง และประเทศชาติ สลายความแตกแยก สร้างความปรองดอง สร้างความเป็นพี่น้อง ช่วยนายกรัฐมนตรีได้มาก ทำให้นายกรัฐมนตรี ตัดสินใจให้ พล.อ.ประวิตร มาช่วยงานในตรงนี้ เรื่องบารมีนั้น เป็นเรื่องที่สำคัญ พล.อ.ประวิตร ยังมีบารมี และมีชื่อเสียงมานาน มีส่วนงานด้านสายทหาร อาจจะให้ รมช.กลาโหม ช่วยดูแล
เมื่อถามว่า มองว่ากรอบเวลา 1 ปี ที่ พล.อ.ประยุทธ์ เคยระบุไว้นั้น จะยากหรือไม่ พล.อ.ยุทธศักดิ์ กล่าวว่า ก็ต้องดูงานถึงวันนั้น ว่าสำเร็จหรือไม่ ถ้าไม่สำเร็จ จะทำอีกเท่าไหร่ และประชาชนต้องยอมรับสิ่งที่เรามองเห็นความเป็นจริงที่จะเกิดขึ้น ทั้งนี้ตนคิดว่าท่านเข้ามาแก้ไขปัญหาจริงๆ ถ้าวันนั้นท่านไม่เข้ามา ก็ไม่รู้ว่าวันนี้จะเกิดอะไรขึ้นกับประเทศชาติ สิ่งหนึ่งที่เราสบายใจที่สุด คือ เรื่องความโปร่งใส และความซื่อสัตย์ ที่จะมีต่อไปอีก 1 ปีข้างหน้า ผมไม่อยากเห็นอะไรที่มันแอบแฝง ซับซ้อน ซ่อนเงื่อนอยู่เหมือนอย่างที่ผ่านมา
พบกลุ่มต้าน คสช.ส่อไม่เลิก 'อัยการศึก'
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 09.00 น. ที่กองบัญชาการกองทัพบก พล.อ.ประยุทธ์ มอบหมายให้ พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร เลขาธิการ คสช. เป็นประธานการประชุม คณะรักษาความสงบแห่งชาติ โดยมีตัวแทน 5 กลุ่มงาน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง โดย พล.อ.อุดมเดช กล่าวก่อนการเปิดประชุมว่า ภายหลังจากนายกรัฐมนตรี ได้นำคณะรัฐมนตรี (ครม.) เข้าเฝ้าถวายสัตย์ปฏิญาณไปเรียบร้อยแล้ว โดยในวันอังคารที่ 9 ก.ย.นี้ จะมีการประชุมคณะรัฐมนตรีเป็นครั้งแรก และในวันเดียวกัน จะมีการประชุมคณะ คสช.ด้วย นอกจากนี้ภายหลัง ครม.แถลงนโยบายรัฐบาล คสช.จะต้องมีการปรับเปลี่ยนแนวทางการทำงาน ซึ่งในสัปดาห์หน้า คงจะทราบในรายละเอียดอีกครั้ง หลังการหารือร่วมกัน
ทั้งนี้ พล.อ.อุดมเดช ได้กล่าวว่า ขอฝากหน่วยงานฝ่ายความมั่นคง ประสานกับกระทรวงการต่างประเทศ พยายามชี้แจงทำความเข้าใจเพิ่มเติม ส่วนกลุ่มคนที่ยังมีความเคลื่อนไหวในต่างประเทศ ที่ยังไม่เข้าใจ คสช. หรือรัฐบาล จนอาจจะเกิดความเคลื่อนไหวมากขึ้น นอกจากนี้ในส่วนภายในประเทศ ขอฝากให้กองกำลังรักษาความสงบตามกองทัพภาคต่างๆ ควบคุมสถานการณ์ให้เกิดความเหมาะสม โดยยึดถือตามนโยบายของหัวหน้า คสช. ที่ไม่ต้องการให้เกิดภาพเชิงลบต่อ คสช. ขอให้ทุกฝ่ายระมัดระวังด้วย นอกจากนี้ขอให้ประชาสัมพันธ์อย่างต่อเนื่องว่า คสช.ไม่เคยใช้ความรุนแรงกับบุคคลที่ถูก คสช.เรียกตัวมา และขอชมเชยกองกำลังรักษาความสงบ ที่ควบคุมความสงบในการป้องกันการกระทำผิดกฎหมายในพื้นที่ได้เป็นอย่างดี และต้องขอบคุณทุกฝ่ายในการดูแลอำนวยความสะดวกชาวมุสลิมให้เดินทางไปร่วมทำบุญในพิธีฮัจญ์ได้เป็นอย่างดี
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในที่ประชุมได้บรรยายสรุปสถานการณ์ ในขณะนี้ยังมีความเคลื่อนไหวของกลุ่มต่อต้านการทำงานของ คสช. ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ ได้ขอให้กลุ่มต่อต้าน คสช.ที่อยู่ในประเทศญี่ปุ่นรวมตัวยื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น ถึงความไม่เห็นด้วยในการทำรัฐประหารของ คสช. รวมถึงการทรมานผู้ถูก คสช.ควบคุมตัว โดยทางหน่วยข่าวของ คสช.พบว่า มีกลุ่มที่ต่อต้านการทำงานของ คสช.กลับมาเคลื่อนไหวอีกครั้ง ทั้งภายใน และนอกประเทศ ภายหลังจากที่มีการจัดตั้งรัฐบาล แต่ยังไม่มีท่าทีแข็งกร้าว เพราะติดกฎอัยการศึก จึงมองมากลุ่มต่อต้านดังกล่าว จะพยายามเรียกร้องให้ยกเลิกกฎอัยการศึก นอกจากนี้ในส่วนการดูแลความสงบในส่วนกรุงเทพฯ รวมถึงกองทัพภาคที่ 1-4 ได้มีการปราบปรามการกระทำผิดกฎหมาย และจับยาเสพติดได้จำนวนมาก
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า การประชุม คสช.ในวันนี้ ที่ประชุมยังไม่ได้มีการนำเรื่องการพิจารณาการประกาศยกเลิกกฎอัยการศึกในพื้นที่ต่างๆ เข้าที่ประชุม สาเหตุเพราะขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการสรุปประเมินสถานการณ์ในพื้นที่ต่างๆ โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคเหนือ และภาคอีสาน ที่กองทัพภาคที่ 2-3 รับผิดชอบอยู่ในขณะนี้ นอกจากนี้ยังพบว่า มีกลุ่มใต้ดินพยายามรวมตัวกันต่อต้านการทำงานของ คสช. และรัฐบาล แต่ขณะนี้ที่ยังไม่ออกมารวมตัวมาก เนื่องจากติดปัญหาเรื่องกฎอัยการศึกที่ คสช.ยังประกาศบังคับใช้อยู่ จึงพยายามเรียกร้องให้ประกาศยกเลิกกฎอัยการศึก เพื่อหวังให้ง่ายต่อการเคลื่อนไหวโจมตีการทำงานของ คสช.และรัฐบาลต่อไป



