
ชายแดนเครียดเขมรขนจรวด-รถถัง-ปืนใหญ่พร้อมรบ
ชายแดนไทย-เขมรเครียด รองมทภ.2 เผยกัมพูชาขน จรวด-รถถัง-ปืนใหญ่" พร้อมรบ หากทหารไทยรุกล้ำอธิปไตย ด้านผบ.กกล.สุรนารี เผย อนุพงษ์ สั่งตรึงกำลังพร้อมป้องอธิปไตย เตรียมซ้อมแผนอพยพประชาชน ขณะที่ ประวิตรเชื่อมือ มทภ.2 จัดการได้ เผยมทภ.2 สายตรงรายงาน ผบ.ทบ.
พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่แม่ทัพภาคที่ 2 ของไทย และผู้บัญชาการทหารภาคที่ 4 ของกัมพูชาเจรจาเรื่องการถอนกำลังในพื้นที่พิพาทบริเวณปราสาทเขาพระวิหารล้มเหลวว่า ก่อนเดินทางไปประเทศเวียดนาม พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก ได้สั่งการให้ พล.ท. วิบูลย์ศักดิ์ หนีพาล แม่ทัพภาคที่ 2 ดูแลสถานการณ์อยู่แล้ว ซึ่งที่ผ่านมาทหารในพื้นที่ได้พูดคุยกันอย่างใกล้ชิด ซึ่งไม่ต้องห่วงสถานการณ์ชายแดนไทย –กัมพูชา เพราะเชื่อว่าทางแม่ทัพภาคที่ 2 คงจัดการได้ คิดว่าเหตุการณ์ไม่น่าตึงเครียด เพราะมีการพูดคุยกันตลอด
รายงานข่าวแจ้งว่า ขณะที่คณะของ พล.อ.ประวิตร พร้อมด้วยผบ.หล่าทัพ ยังอยู่ในภารกิจเยือนประเทศเวียดนามระหว่างวันที่ 1-3 ก.ค.นี้นั้น ทางแม่ทัพภาคที่ 2 ได้โทรศัพท์รายงานสถานการณ์แนวชายแดนไทย-กัมพูชาให้ พล.อ.อนุพงษ์ รับทราบว่า ท่าทีของ ผบ.ทหารภาคที่ 4 ของกัมพูชาได้แจ้งให้ทหารไทยถอนออกจากพื้นที่ทั้งหมด เพราะเป็นคำสั่งของ สมเด็จฮุนเซน นายกรัฐมนตรี ซึ่งทางแม่ทัพภาคที่ 2 ย้ำจุดยืนที่จะขอพูดคุยกับผู้นำทางทหารในพื้นที่อย่างสันติ ทั้งนี้พล.อ.อนุพงษ์ สั่งการ และกำชับผ่านทางโทรศัพท์ว่า ให้ แม่ทัพภาคที่ 2 พูดคุยกับทางกัมพูชาอย่างอดทน และ กำชับให้ทหารในพื้นที่อดทนอย่างถึงที่สุด และ ตรึงพื้นที่ไว้ตามคำสั่งแม่ทัพภาคที่ 2 พร้อมทั้งให้ไทยย้ำเจตนารมณ์ว่า จะไม่เป็นฝ่ายเริ่ม หรือ ยิงก่อน ขอให้ทุกอย่างแก้ไขปัญหาในกลไกของคณะกรรมการที่จะเจรจาแก้ไขปัญหาทุกระดับ และให้การเจรจาของผู้นำทหารในพื้นที่ดำเนินการต่อไปเพื่อแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า
พล.ต. กนก เนตระคเวสนะ รองแม่ทัพภาคที่ 2 ให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชาภายหลังที่ สมเด็จฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ประกาศพร้อมรบกับกองทัพไทยหากมีการรุกล้ำอธิปไตยว่า หลังจากที่สมเด็จฮุน เซน ประกาศ ได้มีการเคลื่อนไหวอาวุธหนักเข้ามาในพื้นที่ตั้งแต่เมื่อวันที่ 1 มิ.ย.ที่ผ่านมาโดยเฉพาะจรวด ได้เคลื่อนย้ายมาไว้ที่บริเวณปราสาทเขาพระวิหารแล้ว รวมถึงรถถัง และ ปืนใหญ่ ก็เข้ามาเสริมในพื้นที่
"เท่าที่ติดตามสถานการณ์ตอนนี้สถานการณ์เริ่มตึงเครียดมากขึ้น หลังจากที่สมเด็จฮุนเซน ประกาศว่าจะยิงจรวดหากฝ่ายกำลังทหารไทยรุกล้ำอธิปไตย ทั้งนี้ฝ่ายกำลังทหารไทยได้มีการเตรียมความพร้อมตลอดเวลา ทั้งนี้ พล.ท.วิบูลย์ศักดิ์ หนีพาล แม่ทัพภาคที่ 2 พยายามเจรจากับกัมพูชา โดยเฉพาะเรื่องการปรับกำลังทหารของทั้งสองฝ่าย อย่างไรก็ตาม เห็นว่าหากกำลังอยู่เยอะโอกาสที่จะเกิดปัญหาก็มีอยู่เยอะเช่นกัน แต่หากกำลังมีน้อยโอกาสที่จะเกิดปัญหาก็น้อยลงไปด้วย" พล.ต.กนก กล่าว
พล.ต.กนก กล่าวว่า ในวันที่ 3 มิ.ย.นี้ ทางกองกำลังสุรนารีจะมีการซักซ้อมแผนอพยพประชาชนในพื้นที่ แต่เห็นว่าประชาชนในพื้นที่ไม่ได้วิตกกังวลใจอะไร เพราะสถานการณ์แบบนี้เคยเกิดขึ้นมาแล้วครั้งหนึ่ง อย่างไรก็ตาม ด้วยความไม่ประมาททางกองกำลังสุรนารีจึงได้มีการเตรียมแผนรองรับเรื่องนี้เอาไว้ อย่างไรก็ตามตนทราบข่าวว่า ทางกัมพูชา เริ่มมีการบอยคอตสินค้าไทยบางส่วนแล้ว
ทางด้าน พล.ต.ชวลิต ชุนประสาร ผู้บัญชาการกองกำลังสุรนารี เปิดเผยว่า ขณะนี้กองกำลังทหารไทย และ กองกำลังทหารกัมพูชา ยังคงตรึงกำลังเผชิญหน้ากันอยู่เพื่อดูแลอธิปไตยของแต่ละประเทศเอาไว้ ทั้งนี้ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก ได้สั่งการให้แม่ทัพภาคที่ 2 ติดตามสถานการณ์ และเตรียมความพร้อมตลอดเวลา อย่างไรก็ตามเชื่อว่า สถานการณ์ในพื้นที่จะไม่ลุกลาม และไม่เกิดปัญหาเนื่องจากกำลังทหารของทั้งสองประเทศมีความเข้าใจกันดี และเข้าใจสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ทั้งนี้กำลังทหารของทั้งสองประเทศได้มีการวางกันตามปกติ ไม่ได้เพิ่ม หรือลดกำลังลง ทั้งนี้การจะลดกำลังลงหรือไม่ขึ้นอยู่กับนโยบายของผู้บังคับบัญชาเท่านั้น
สุรินทร์เตรียมซ้อมอพยพชาวบ้าน
เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 2 ก.ค.2552 นายพงษ์ศักดิ์ นาคประดา รอง ผวจ.สุรินทร์ ได้เดินทางมารับฟังบรรยายสรุป ถึงการวางแผนซ้อมอพยพราษฎรไทย ที่พักอาศัยอยู่ตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ของบริเวณ “ช่องตาเล็ง” ต.โคกตะเคียน อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ โดยมี พ.ท.บุญเสริม บุญบำรุง รอง ผบ.ทพ. กรมทหารพรานที่ 26 ได้บรรยายสรุป พร้อมตอบข้อซักถามจาก รอง ผวจ.สุรินทร์ โดยมีประชาชน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมครั้งนี้ด้วย
ทั้งนี้ สืบเนื่องจากสถานการณ์ด้านชายแดน ในพื้นที่ชายแดนจังหวัดศรีสะเกษ ที่มีกรณีเรื่องพื้นที่ชายแดนที่เขาพระวิหาร ต.ปักธงชัย อ.กันทลักษ์ จ.ศรีสะเกษ และเกรงว่า หากมีเหตุการณ์เกิดขึ้น จะมีผลกระทบต่อราษฎรที่พักอาศัยอยู่ตามแนวชายแดน และเพื่อความไม่ประมาท ทางจังหวัดสุรินทร์ จึงได้วางแผนซ้อมการอพยพ ราษฎรที่พักอาศัยอยู่ตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ที่อยู่จากแนวชายแดนประมาณ 8 ก.ม.
หลังจากรับฟังบรรยายสรุป รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ ได้เข้าพบปะกับประชาชนที่อยู่ตามแนวชายแดน พร้อมกับให้กำลังใจ มอบเครื่องอุปโภคบริโภคให้กับประชาชนใน 9 หมู่บ้าน ที่อาศัยอยู่ที่บริเวณ “ช่องตาเล็ง” พร้อมกับจะนำเศรษฐกิจพอเพียงเข้ามาสู่หมู่บ้านแห่งนี้ ทั้ง 9 หมู่บ้านให้เป็นหมู่บ้านเกษตรอินทรีย์ และ เศรษฐกิจพอเพียงด้วย นอกจากนี้ ทางจังหวัดทหารบก ได้นำคณะแพทย์ทหารเสนารักษ์ มาบริการตรวจสุขภาพร่างกาย และทำฟันให้กับประชาชน และทางวิทยาลัยสารพัดช่าง ได้นำคณะมาบริการตัดผม และนวดฝ่าเท้าให้ฟรี ทางปศุสัตว์อำเภอได้มาให้บริการฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าด้วย
รอง ผวจ.สุรินทร์ เผยที่เดินทางมารับฟังบรรยายสรุปการซ้อมแผนอบยพในครั้งนี้ว่า ประชาชนทั้ง 9 หมู่บ้านมีขวัญกำลังใจดี นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ทุกหน่วยงานที่ทำงานอยู่ในพื้นที่ทุกคนมีความเข้มแข็ง และการซ้อมแผนครั้งนี้ไม่ใช่จะถอย แต่เตรียมพร้อมเพื่อรองรับสถานการณ์ถ้ามีเหตุการณ์เกิดขึ้น โดยสถานการณ์ปัจจุบันยังไม่น่าเป็นห่วง
สำหรับที่บริเวณ “ช่องตาเล็ง” จ.สุรินทร์ มีประชาชนพักอาศัยอยูทั้งสิ้น 14 หมู่บ้าน ส่วนหมู่บ้านที่อยู่ห่างจากแนวชายแดนประมาณ 8 กิโลเมตร ที่กระสุนปืนใหญ่สามารถเข้ามาถึงได้ 9 หมู่บ้าน คือ หมู่ 1,หมู่4,หมู่ 5,6,7, หมู่ 9,10, หมู่ 12, และหมู่ 14, ส่วนหมู่ 2,3,8,11,13 อยู่ห่าง ซึ่งชาวบ้านทุกหลังคาเรือนจะมีอาชีพเกษตรกร ทำนา ทำไร่ และหาของป่า ซึ่งทุกคนมีความพร้อมถ้ามีเหตุการณ์เกิดขึ้น ก็จะใช้รถไถนาเดินตาม มีรถพ่วงขนย้ายสิ่งของที่มีค่าออกไปอาศัยอยู่ที่โรงเรียนโคกตะเคียน ซึ่งมีความปลอดภัย เนื่องจากกระสุนปืนใหญ่เข้ามาไม่ถึง



