
ทอดเวลาฟ้องปูบทพิสูจน์คณะทำงานร่วม
ทอดเวลาฟ้องยิ่งลักษณ์คดีจำนำข้าว บทพิสูจน์ คณะทำงานร่วม : โอภาส บุญล้อมรายงาน
เป็นไปตามความคาดหมาย...สำหรับคดี น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และอดีตประธานคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ (กขช.) ที่ถูกคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ชี้มูลความผิดก่อนหน้านี้ ว่าละเลยไม่ดำเนินการระงับยับยั้งโครงการรับจำนำข้าวที่มีการทุจริตทุกขั้นตอน อันเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 และ พ.ร.บ. ป.ป.ช. มาตรา 123/1 ฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือทุจริต เมื่อนายตระกูล วินิจนัยภาค อัยการสูงสุด เห็นว่าหลักฐานในสำนวนคดียังไม่สมบูรณ์พอที่จะยื่นฟ้องต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองได้
ที่ว่าเป็นไปตามความคาดหมาย ก็เพราะว่าเมื่อวันที่ 4 กันยายน ที่ผ่านมา เป็นวันครบกำหนดระยะเวลา 30 วันนับแต่อัยการสูงสุดรับสำนวนจาก ป.ป.ช. ซึ่ง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ระบุว่า หากอัยการสูงสุดจะยื่นฟ้อง ต้องยื่นฟ้องภายใน 30 วันดังกล่าว ดังนั้นหากอัยการสูงสุดจะยื่นฟ้องคดีนี้คงยื่นฟ้องไปก่อนหน้านี้แล้ว ไม่ต้องรอจนถึงวันสุดท้าย และเมื่อถึงเดดไลน์ อัยการสูงสุดก็มีความเห็นให้ชะลอการฟ้องออกไปก่อน เพราะสำนวนคดียังไม่สมบูรณ์พอ
สำหรับเหตุผลที่อัยการสูงสุดเห็นว่าสำนวนยังไม่สมบูรณ์ สรุปสั้นๆ ว่ามี 3 ประเด็น
1.ควรรวบรวมพยานหลักฐานให้ได้ความชัดเจนว่า นายกรัฐมนตรีมีอำนาจในการที่จะยับยั้งโครงการรับจำนำข้าวอันเป็นนโยบายของรัฐบาลที่ได้แถลงไว้ต่อรัฐสภาแล้วหรือไม่
2.ประเด็นเรื่องการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ควรทำการไต่สวนรวบรวมพยานหลักฐานให้สิ้นกระแสความว่า ภายหลังจากที่โครงการรับจำนำข้าวได้ถูกท้วงติงจากคณะกรรมการ ป.ป.ช. และสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน(สตง.)แล้ว ผู้ถูกกล่าวหาได้ดำเนินการตรวจสอบและป้องกันการทุจริตหรือไม่
3.ประเด็นเรื่องการทุจริต ควรไต่สวนพยานเพิ่มเติมให้ได้ความว่า โครงการรับจำนำข้าวที่ยืนยันว่ามีการทุจริตนั้น พบการทุจริตในขั้นตอนใดและมีการทุจริตอย่างไร
ขั้นตอนต่อจากนี้ ตามกฎหมายกำหนดว่า เมื่ออัยการสูงสุดเห็นว่าหลักฐานยังไม่สมบูรณ์ ภายใน 14 วันต้องมีการตั้งคณะทำงานร่วมกันระหว่างอัยการและ ป.ป.ช. ฝ่ายละเท่ากัน ซึ่งหากดูจากถ้อยคำที่ใช้ในมาตรา 11 ของ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ที่บัญญัติว่า..."คณะทำงานร่วมมีอำนาจหน้าที่พิจารณาพยานหลักฐานที่ไม่สมบูรณ์ และรวบรวมพยานหลักฐานให้สมบูรณ์แล้วส่งให้อัยการสูงสุดเพื่อฟ้องคดีต่อไป" แสดงว่าเจตนารมณ์ของกฎหมายในการให้มีการตั้งคณะทำงานร่วมระหว่างอัยการกับ ป.ป.ช. ก็เพื่อให้คณะทำงานร่วมฯ รวบรวมพยานหลักฐานเพื่อนำไปสู่การยื่นฟ้องคดี ทั้งนี้ คณะทำงานร่วมมีเวลา 14 วันในการรวบรวมพยานหลักฐาน
แต่แม้จะดูจากถ้อยคำที่กฎหมายใช้ และแปลเจตนารมณ์ได้ตามที่กล่าวมาแล้วก็ตาม แต่ก็มีคดีจำนวนไม่น้อยที่คณะทำงานร่วมฯ ไม่สามารถรวบรวมพยานหลักฐานส่งให้อัยการสูงสุดยื่นฟ้องได้ กรณีเช่นนี้อัยการก็จะส่งสำนวนกลับไปยัง ป.ป.ช. ซึ่ง ป.ป.ช.มีอำนาจยื่นฟ้องเองได้ภายใน 14 วัน ซึ่งที่ผ่านมามีหลายคดีที่ ป.ป.ช.ยื่นฟ้องคดีเองโดยไม่พึ่งอัยการแล้วประสบความสำเร็จ โดยศาลพิพากษาลงโทษจำเลย
อย่างไรก็ตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ได้ผ่อนปรนเรื่องระยะเวลาในการยื่นฟ้องคดีไว้ด้วย กล่าวคือ แม้ว่าระยะเวลาที่กล่าวมาข้างต้นล่วงพ้นไปหมดแล้ว ก็ยังสามารถยื่นฟ้องคดีได้ภายในอายุความ อย่างคดีนี้มีอายุความในการฟ้องคดีถึง 15 ปีนับแต่วันกระทำความผิด
สำหรับคดีนี้ สมมุติว่าสุดท้ายได้มีการยื่นฟ้อง น.ส. ยิ่งลักษณ์ ต่อศาลฯ ไม่ว่าจะเป็นการที่อัยการสูงสุดยื่นฟ้อง หรือ ป.ป.ช.ยื่นฟ้องเอง ขั้นตอนต่อไปก็คือ ประธานศาลฎีกาจะเรียกประชุมใหญ่ศาลฎีกาเลือกผู้พิพากษาในศาลฎีกาเป็นองค์คณะผู้พิพากษาพิจารณาพิพากษาคดีจำนวน 9 คน โดยต้องตั้งองค์คณะผู้พิพากษาภายใน 14 วัน นับแต่วันยื่นฟ้องคดี
ทั้งนี้ คดีที่ขึ้นสู่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง จะมีการพิจารณาคดีที่รวดเร็ว ปกติแล้วศาลฯ ใช้เวลาประมาณ 6 เดือน-1 ปี ก็สามารถมีคำพิพากษาออกมาได้ และคดีถึงที่สุดจบภายในศาลเดียว เว้นแต่จำเลยมีพยานหลักฐานใหม่ซึ่งเป็นสาระสำคัญของคดีที่พอจะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงคำพิพากษาได้ ก็สามารถยื่นอุทธรณ์คำพิพากษาของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองต่อที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาได้
สำหรับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ นอกจากถูกดำเนินคดีอาญาในคดีนี้แล้ว ในเรื่องจำนำข้าวก่อนหน้านี้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ก็ถูก ป.ป.ช.ลงมติให้ถอดถอนออกจากตำแหน่งตามที่ประธานวุฒิสภาส่งเรื่องมาให้ ป.ป.ช.พิจารณา และเรื่องถอดถอนขณะนี้ ป.ป.ช.ได้ส่งไปยังสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) แล้ว ต้องรอดูกันต่อไปว่า สนช.จะเอาอย่างไรกับเรื่องนี้ จะลงมติถอดถอนหรือว่าปล่อยจนหมดอายุของ สนช.ไป
นอกจากนี้ในเรื่องโครงการรับจำนำข้าว ยังนำไปสู่การที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติให้แต่งตั้งคณะอนุกรรมการตรวจสอบทรัพย์สินและหนี้สินของรัฐมนตรีที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับโครงการรับจํานําข้าวและการระบายข้าวของรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ จํานวน 5 ราย คือ 1.น.ส.ยิ่งลักษณ์ อดีตนายกฯ 2.นายนิวัฒน์ธํารง บุญทรงไพศาล อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ 3.นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ 4.นายยรรยง พวงราช อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ 5.นายภูมิ สาระผล อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์
ทั้งหมดเป็นวิบากกรรมที่ "ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร" ต้องฝ่าฟัน เพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตนเองต่อไป
-----------------
(หมายเหตุ : ทอดเวลาฟ้อง‘ยิ่งลักษณ์’คดีจำนำข้าวบทพิสูจน์‘คณะทำงานร่วม’ : โอภาส บุญล้อมรายงาน)



