
'ถวัลย์ ดัชนี'
'ถวัลย์ ดัชนี' : วันเว้นวัน จันทร์ พุธ ศุกร์ กับ ประภัสสร เสวิกุล
“ถวิลเทวษโอ้ อาดูร
ถวัลย์มาดับสูญ ร่างแล้ว
เหลืองานอันจรูญ จรัสโรจน์
เลอค่าดั่งดวงแก้ว ก่องฟ้าเรืองโพยม”
ขอคารวะและอาลัยในการจากไปของถวัลย์ ดัชนี ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ (จิตรกรรม) - พี่หวันเป็นทั้งศิลปินที่ใหญ่ยิ่ง และพี่ชายที่ยิ่งใหญ่ในหัวใจของผมเสมอและตลอดไป
ผมรู้จักชื่อเสียงและผลงานของพี่หวันมานานมากแล้ว ก่อนจะมีโอกาสได้พบกันครั้งแรกในรายการ “สี่ทุ่มสแควร์” ประมาณ 25 ปีที่แล้ว รายการนั้นมีคุณวิทวัส สุนทรวิเนตร์ เป็นพิธีกร และในคืนนั้นมี พี่หวัน, “ติ๊นา” หรือคุณคริสตินา อากีลาร์ และผมเป็นแขกรับเชิญ - คำแรกที่พี่หวันเอ่ยกับผมเมื่อเจอหน้ากันก็คือ “อ่าน ตรอติลญ่า แฟลต ภาษาอังกฤษ ด้วยหรือเปล่า” ...ตอร์ติญญ่า แฟลต เป็นหนังสือที่เขียนโดย จอนห์น สไตน์เบ็ค และคุณประมูล อุณหธูป นำมาแปลในพากย์ไทย ที่ให้ชื่อว่า “โลกียชน” และเป็นหนึ่งในหนังสือที่ผมชื่นชอบ ซึ่งแสดงให้เห็นว่า พี่หวันให้ความสนใจในรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ของคนรุ่นน้องอย่างผม เมื่อผมตอบว่ายังครับ พี่หวันก็กำชับว่า “คุณไปหาหนังสือฉบับภาษาอังกฤษมาอ่านนะ จะได้รสชาติที่สมบูรณ์ขึ้น”
ผมมีโอกาสใกล้ชิดกับพี่หวันอย่างมากในช่วง 3 ปีหลัง เมื่อร่วมอยู่ในคณะ “ศิลปินแห่งชาติสัญจร” ของหออัครศิลปิน กรมส่งเสริมวัฒนธรรม ซึ่งดำเนินงานให้ศิลปินแห่งชาติเดินทางไปถ่ายทอดความรู้แก่นักเรียนนักศึกษาและเยาวชนในภูมิภาคต่างๆ ทุกครั้ง พี่หวันในชุดม่อฮ่อมสีคราม หนวดเคราขาว จะเป็นเสมือนศูนย์กลางของเหล่าศิลปินแห่งชาติ และผู้ร่วมคณะ พี่หวันมีเรื่องเล่าเรื่องคุยที่เรียกเสียงหัวเราะได้เสมอ บางครั้งก็มีอาจารย์ประหยัด พงษ์ดำ เป็นคู่แซว โดยมีอาจารย์กมล ทัศนาญชลี นั่งอมยิ้มและคอยถ่ายรูปพี่หวันที่อาจารย์กมลให้ฉายาว่า “ซูป’สตาร์” อยู่เงียบๆ - เมื่อคณะศิลปินแห่งชาติสัญจรไปสเปนและอังกฤษ เมื่อปีที่แล้ว พี่หวันมีความสุขมากเมื่อไปชมพิพิธภัณฑ์ของปีกัสโซ และบรรยายผลงานของจิตรกรเอกผู้นั้นให้ผมและคนอื่นๆ เข้าใจได้ดีขึ้น
ไม่ใช่เพียงเรื่องของศิลปะที่พี่หวันมีความรู้อย่างกว้างขวาง ในเรื่องของวรรณคดีและวรรณกรรม พี่หวันก็มีความรอบรู้อย่างลึกซึ้ง สามารถที่จะท่องบทกลอนเก่าๆ ให้ฟังได้ยาวๆ ยิ่งไปกว่านั้นก็คือ พี่หวันสนใจเรื่องต่างๆ รอบด้าน และนำมาพูดคุยหรือเล่าเล่นเป็นเรื่องสนุกสนานให้ฮากันได้อยู่เป็นประจำ
พี่หวันค่อนข้างจะให้ความเมตตาผมมาก ครั้งหนึ่งโทรศัพท์มาหาที่บ้านแต่เช้า เพียงเพื่อบอกว่า เมื่อคืนได้ยินเสียงผมในรายการวิทยุก็เลยโทรมาคุยด้วย - บางครั้งเมื่อพบกันก็จะพูดถึงคอลัมน์ของผมใน “คม ชัด ลึก” และนิยายเรื่อง “เวลาในขวดแก้ว” แต่สิ่งที่พี่หวันพูดล้อเล่นอยู่บ่อยๆ จนผมเกือบนึกว่าเป็นเรื่องจริงก็คือ เรื่องที่พี่หวันบอกว่าจะให้คุณวิทวัส เชิญพี่หวัน, ติ๊นา และผม ไปออกรายการโทรทัศน์ร่วมกันอีกครั้ง
เมื่อครั้งที่ไปสเปนและอังกฤษ ตอนที่คณะไปชมบริติชแกลเลอรี่ พี่หวันออกมานั่งที่ลานหน้าแกลเลอรี่ตามลำพัง เมื่อผมตามมานั่งเป็นเพื่อน พี่หวันก็เล่าให้ฟังถึงเรื่องการทำงาน และชีวิตบางช่วง ซึ่งเป็นการคุยที่ค่อนข้างจะซีเรียสกว่าทุกคราว และทำให้ผมได้มีโอกาสสัมผัสบางมุมทีเงียบเหงาและเคร่งเครียดของพี่หวัน - ผมพบกับพี่หวันครั้งสุดท้าย เมื่อคณะศิลปินแห่งชาติสัญจร ไปญี่ปุ่นเมื่อเดือนมิถุนายนปีนี้ ตอนนั้นแม้ร่างกายพี่หวันต้องต่อสู้กับโรคร้าย แต่ก็ยังมีจิตใจที่เข้มแข็ง ร่วมกิจกรรมต่างๆ เป็นปกติ และที่น่าเสียดายอย่างยิ่งคือ อาการป่วยทำให้พี่หวันไม่สามารถขึ้นเขียนภาพบนเวทีหอประชุมใหญ่ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย ในการแสดงวรรณวิจิตร-พิพิธทัศนา “ในสวนฝัน” เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เมื่อต้นเดือนสิงหาคม ที่ผ่านมานี้ ตามที่ตั้งใจไว้ได้
ครับ วันนี้ผมขอเขียนถึงพี่ชายผู้ยิ่งใหญ่ของผม ถวัลย์ ดัชนี
(ณ พุธ3/9/57พี่หวันจากไปเมื่อตอน 02.15 น.ของคืนอังคาร 02/9/57 รพ.รามคำแหง)



