ข่าว

ประยุทธ์1ออกสตาร์ท

ประยุทธ์1ออกสตาร์ท

05 ก.ย. 2557

ประยุทธ์1ออกสตาร์ท : บทนำ คม ชัด ลึก ฉบับวันที่ 5 กันยายน 2557

               ถ้าหากจะนับให้วันศุกร์ที่ 5 กันยายน 2557 ถือเป็นวันเริ่มต้นการปฏิบัติหน้าที่ของคณะรัฐมนตรีชุด "ประยุทธ์1" ทุกองคาพยพของรัฐบาลชุดนี้ก็จะต้องขับเคลื่อนไปพร้อมกันทันทีในวันนั้น หลังจากที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี นำคณะรัฐมนตรีเข้าเฝ้าฯ ถวายสัตย์ปฏิญาณตนก่อนเข้ารับหน้าที่เมื่อเย็นวันพฤหัสบดีที่ 4 กันยายน ซึ่งก็เป็นวันเดียวกับที่นายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ได้ไปเป็นประธานเปิดการประชุมและมอบนโยบายแนวทางการดำเนินการสรรหาสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ขณะเดียวกัน การประชุมคณะรัฐมนตรีนัดแรกก็จะเริ่มขึ้นในวันที่ 9 กันยายน ซึ่งอยู่ในห้วงเวลาเดียวกับที่ พล.อ.ประยุทธ์จะแถลงนโยบายต่อสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) โดยภาพรวมแล้วจะเห็นว่า ทุกๆ ส่วนกำลังก้าวเดินไปข้างหน้า

               กล่าวสำหรับการปฏิรูปประเทศ ภายใต้การขบคิดของสปช. ก็ต้องถือเป็นความปรารถนาสูงสุดของคนในชาติ เพราะนานนับ 10 ปีมาแล้วที่ประเทศไทยต้องประสบกับปัญหาสารพัดรุมเร้ารอบด้านทั้งการเมือง เศรษฐกิจ สังคม หรือแม้กระทั่งการดำรงชีวิตประจำวันในสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว ซึ่งคสช.ก็จะเร่งผลักดันให้โจทย์ 11 ด้านที่ตั้งไว้นั้นเป็นจริงขึ้นมา  หากแต่ประเด็นที่ถูกจับตามากที่สุดคือเรื่องการเมือง เพราะเป็นบ่อเกิดของปัญหามากมาย รวมทั้งความขัดแย้งแตกแยกของคนในชาติในช่วงที่ผ่านมาด้วยนั้น พล.อ.ประยุทธ์ได้นำเสนอแนวทางเอาไว้ว่า จะต้องนำการเมืองและระบอบประชาธิปไตยแบบตะวันตกมาปรับให้สอดคล้องกับสังคมไทย กระนั้น การคัดสรรสมาชิกสปช.ในลำดับถัดจากนี้ว่าจะมีพรรคพวกหรือล็อกสเปกหรือไม่นั้น ก็จะตอบโจทย์ความจริงใจที่จะผลักดันการปฏิรูปไปด้วยในตัว

               ในด้านการบริหารงานนั้น หลังจากที่คณะรัฐมนตรีแถลงนโยบายต่อสนช.เรียบร้อยแล้ว คณะรัฐมนตรี "ประยุทธ์1" ก็จะเข้ามารับไม้สานต่องานจากคสช.ในทันที โดยเฉพาะเรื่องเร่งด่วนคือการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจชะลอตัว และความเดือดร้อนของประชาชน อย่างเช่น การเร่งรัดการเบิกจ่ายงบประมาณประจำปี 2558 หลังจากที่สนช.ได้ให้ความเห็นชอบร่าง พ.ร.บ.งบประมาณไปแล้ว ขณะนี้อยู่ในขั้นแปรญัตติวาระ 2-3 ที่คาดว่าจะเข้าพิจารณาในสนช.วันที่ 17 กันยายน ขณะเดียวกันหน่วยงานราชการต่างๆ ก็เตรียมเสนอขอความเห็นชอบโครงการต่างๆ อีกจำนวนมาก เพื่อให้งานที่ชะงักงันมาเป็นเวลานานเดินหน้าต่อไปได้ อย่างเช่น โครงการก่อสร้างถนนของกระทรวงคมนาคม การประมูลรถไฟฟ้า การพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ การแก้ปัญหาการส่งออก ปฏิรูปพลังงาน ฯลฯ

               อย่างไรก็ตาม ประเด็นสำคัญอีกประการหนึ่งที่ นายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรีจำเป็นต้องประสบพบเจออย่างไม่อาจจะหลีกเลี่ยงได้ก็คือ การวิพากษ์วิจารณ์การบริหารงานของรัฐมนตรีกระทรวงต่างๆ ที่จะดำเนินควบคู่ไปพร้อมการตรวจสอบเพื่อความโปร่งใส เพราะนับจากนี้ไป นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีทุกคนจะต้องลงไปคลุกอยู่กับงานที่รับผิดชอบโดยตรง ทั้งการแก้ปัญหาเฉพาะหน้ารายวัน อย่างเช่น น้ำท่วม อุบัติภัย และการผลักดันงานตามนโยบายในด้านต่างๆ ให้ลุล่วง ที่สำคัญเหนืออื่นใดก็คือความโปร่งใส ที่จะเป็นภูมิคุ้มกันให้รัฐบาลเดินหน้าต่อไปได้ พร้อมเครื่องจักรอื่นที่กำลังขับเคลื่อนประเทศ ทั้ง คสช. สนช. และ สปช.