ข่าว

ปชป.หาผู้สมัครวางแผน2ปีหวังตีพื้นที่อีสาน

ปชป.หาผู้สมัครวางแผน2ปีหวังตีพื้นที่อีสาน

02 ก.ค. 2552

"ปชป."ฟิตเตรียมเฟ้นหาผู้สมัคร วางแผนล่วงหน้า 2 ปี หวังตีพื้นที่ อีสาน เน้น คนดัง อุดมการณ์เดียวกัน ปัด ยืมจมูกภูมิใจไทย กรุย ทางแข่งเพื่อไทย ลั่น ไม่มีเลือกตั้งในเร็วๆ นี้ ยกเหตุทำพื้นที่ตั้งแต่เนิ่นๆ เหตุผู้สมัครส่วนใหญ่หน้าใหม่ ต้องใช้เวลานานในการลงพื้

 (2ก.ค.) เมื่อเวลา 15.00 น. ที่พรรคประชาธิปัตย์ มีการประชุมคณะกรรมการคัดเลือกผู้สมัครของพรรค มีนายบัญญัติ บรรทัดฐาน ส.ส.สัดส่วน และกรรมการสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะประธานการประชุม โดยมีคณะกรรมเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง ประกอบด้วยนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ และรองนายกรัฐมนตรี นายอลงกรณ์ พลบุตร รมช.พาณิชย์ นายธีระ สลักเพชร รมว.วัฒนธรรม นาย ไพฑูรย์ แก้วทอง รมว.แรงงาน นาย ชำนิ ศักดิ์เศรษฐ์ ส.ส.สัดส่วน และประธานคณะทำงานติดตามทางการเมือง (วอร์รูม) นายนิพนธ์ วิศิษฐ์ยุทธศาสตร์ ส.ส.สัดส่วน นาย สุทัศน์ เงินหมื่น ส.ส.สัดส่วน นาย วิฑูรย์ นามบุตร ส.ส.สัดส่วน และแกนนำขุนพลภาคอีสาน และนายอภิรักษ์ โกษะโยธิน อดีตผู้ว่ากทม. โดยใช้เวลาในการหารือกว่า 1 ชั่วโมง

 ภายหลังการประชุมนายสุเทพ กล่าวว่า เป็นการประชุมเพื่อคัดเลือกผู้สมัครของพรรค โดยได้มีการติดตามและประเมินสถานการณ์ กระแสนิยมของผู้สมัครแต่ละเขต แต่ละพื้นที่ทั่วประเทศ ว่ามีผู้สมัครที่มีความเหมาะสม หรือไม่อย่างไร ซึ่งเป็นการเตรียมความพร้อมในการคัดเลือกผู้สมัคร โดยหลังจากนี้จะมีการประชุมทุก 15 วัน เป็นระยะๆ โดยเป้าหมายเพื่อให้ผู้สมัครลงพื้นที่ตั้งแต่เนิ่น และได้มีเวลาทำงาน และทำความรู้จักกับประชาชน รวมทั้งสร้างคะแนนนิยมล่วงหน้า เพราะผู้สมัครของพรรคเป็นหน้าใหม่จึงต้องใช้เวลาในการหาเสียงหน้า โดยการประชุมคัดเลือกผู้สมัครเป็นการเตรียมการล่วงหน้า 2 ปี เพื่อให้ผู้สมัครของพรรคแต่ละเขต แต่ละพื้นที่เตรียมการเลือกตั้งแต่ละพื้นที่ได้

 เมื่อถามว่า การประชุมเตรียมคัดเลือกผู้สมัครตั้งแต่เนิ่นๆ จะเป็นการบุกพื้นที่อีสานหรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า ไม่ใช้เฉพาะพื้นที่ภาคอีสานเท่านั้น แต่เราจะดูทุกจังหวัด ในพื้นที่ที่ยังไม่มีส.ส.โดยคุณสมบัติของผู้สมัครจะต้องเป็นบุคคลที่มีอุดมการณ์เดียวกับพรรคประชาธิปัตย์ และเป็นบุคคลที่ได้รับการชื่นชมจากประชาชนแต่ละพื้นที่ เมื่อถามว่ามีการกำหนดยุทธศาสตร์การการลุยพื้นที่ภาคอีสานอย่างไร นายสุเทพ กล่าวว่า ต้องรอให้มีการกำหนดยุทธศาสตร์ของพรรคก่อน ต้องรอไปถามนาย จุรินทร์ ลักษณวิศิษฐฎ์ รมว.ศึกษาธิการ ในฐานประธานคณะทำงานกำหนดยุทธศาสตร์ของพรรคก่อน

 เมื่อถามว่าพื้นที่ภาคอีสานถือเป็นจุดบอดของพรรคประชาธิปัตย์ในการเลือกตั้งครั้งหน้าจะเอาอะไรมาเป็นจุดขาย นายสุเทพ กล่าวว่า ในชั้นนี้เอาให้ได้ผู้สมัครรับเลือกตั้งก่อน ส่วนจุดขายจุดด้อยค่อยมาว่ากัน ซึ่งพรรคก็มีวิธีการของพรรค เพราะการหาผู้สมัคร ไม่ใช่หากันได้ง่ายๆ จะต้องมีการกวดขัดกันเป็นระยะ ๆ

 เมื่อถามว่าคุณสมบัติของผู้สมัครส.ส.ในพื้นที่ภาคอีสานควรจะมีคุณสมบัติอย่างไร นายสุเทพ กล่าวว่า ไม่ใช่เฉพาะพื้นที่อีสานเท่านั้น แต่ต้องหาทุกพื้นที่ทั่วประเทศไทย โดยผู้สมัครจะต้องมีผลงานต่อสาธารณะเป็นที่รู้จักของประชาชน มีทั้งพ่อค้า ข้าราชการ นักธุรกิจและ เอ็นจีโอ มีชื่อเสียงเป็นรู้จักและยอมรับของประชาชน ย้ำต้องมีอุดมการณ์เดียวกับพรรคประชาธิปัตย์ ให้มีคนดีที่เราเจอ แต่ความคิดอ่านไม่ตรงกับพรรคก็ไม่ได้ อย่างไรก็ตามที่ประชุมไม่ได้มีการพิจารณาเตรียมการกรณีที่กกต.เตรียมชี้ขาดการถือครองหุ้นของสส.พรรคจำนวน 28 คนในวันที่ 14 ก.ค.นี้

 เมื่อถามว่าพรรคเพื่อไทยพยายามปลูกระดมให้คนอีสานเกลียดพรรคประชาธิปัตย์ แล้วพรรคจะมีนโยบายอย่างไร นายสุเทพ กล่าวว่า พรรคก็พยายามทำให้คนอีสานรัก ยุทธวิธีทำให้คนรักแต่ละคนก็ไม่เหมือนกัน เช่นการจีบสาว หากเขาชื่นชอบอะไรก็เอาสิ่งนั้นไปให้ หากชอบดอกไม้ ก็เอาดอกไม้ไปให้ ถ้าชอบอาหารใต้ก็เอาแกงเหลืองไปให้ ถ้าคนอีสานชื่นชอบอะไร เราก็จะพยายามทำให้เข้าถึงคนอีสาน

 เมื่อถามต่อว่า พรรคประชาธิปัตย์ไม่สามารถเข้าถึงพื้นที่อีสานได้ จึงต้องใช้พรรคภูมิใจไทยในการกรุยทางเพื่อแข่งกับพรรคเพื่อไทย นายสุเทพ กล่าวว่า เป็นเรื่องที่คนอื่นช่วยพูดแทนทั้งนั้น ยืนยันว่าจะพยายามหาผู้สมัครให้ครบทุกเขต โดยเน้นในจังหวัดที่ยังไม่มีส.ส. โดยหาคนที่มีหน่วยก้าน ซึ่งจะหาได้เท่าที่ทำได้ ลองทำไปดูก่อน

 เมื่อถามว่าการเตรียมการล่วงหน้า 2 ปี แสดงว่าจะยังไม่มีการเลือกตั้งในเร็วๆ นี้ นายสุเทพ กล่าวว่า ใช่ครับ เพราะการทำงานการเมืองจะต้องการมีการเตรียมการล่วงหน้า

 เมื่อถามว่าย้ำการที่นาย อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เตรียมลงพื้นที่ในจังหวัดบุรีรัมย์ เป็นยุทธศาสตร์ ทำให้อีสานรักประชาธิปัตย์หรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า ไม่เกี่ยวกัน เพราะการลงพื้นที่ของนายกรัฐมนตรี เป็นการทำงานของรัฐบาล และคณะรัฐมนตรี ไม่เกี่ยวกับการทำงานของพรรค

"โสภณ"ลั่นขอรับรอง"นายกฯ"ไปบุรีรัมย์ปลอดภัยชัวร์ 

 ที่รัฐสภา นายโสภณ ซารัมย์ รมว.คมนาคม และส.ส.บุรีรัมย์ กลุ่มเพื่อนแนวิน พรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงกรณีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์ ว่า นายกรัฐมนตรีจะลงไปดูโครงการถนนปลอดฝุ่น และโครงการชลประทานเป็นเรื่องหลัก ส่วนสาเหตุที่เลือกจังหวัดดังกล่าว เพราะนายอภิสิทธิ์ไปแล้วไม่มีปัญหา ซึ่งหากไปจังหวัดที่มีปัญหา เมื่อไปแล้วก็ไม่มีประโยชน์อะไร
 เมื่อถามว่าจะมีกลุ่มเสื้อแดงออกมาคัดค้านหรือไม่ นายโสภณ กล่าวอย่างมั่นใจว่า "จังหวัดบุรีรัมย์ไม่มีสี เรามีเพียงสีเดียวคือสีธงชาติ"

"ศุภชัย"งดโต้ปชป.ไม่หนุน"ภท."เป็นแกนทำการเมืองในอีสาน

 นายศุภชัย ใจสมุทร โฆษกพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงกรณีที่ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ เห็นด้วยกับนายสุทัศน์ เงินหมื่น ส.ส.สัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งคัดค้านแนวคิดที่จะให้พรรคภูมิใจไทย ทำการเมืองในภาคอีสานแทนพรรคประชาธิปัตย์ ว่า เรื่องนี้ไม่ขอที่จะตอบโต้ เพราะจะไม่เกิดประโยชน์ต่อการทำงานของพรรคร่วมรัฐบาล ทั้งนี้พรรคไม่ต้องการเป็นแนวหน้าในภาคอีสาน แต่วันนี้พรรคของเราขอทำหน้าที่ให้ดีที่สุด เพื่อให้ประชาชนมั่นใจพรรคภูมิใจไทย

 ทั้งนี้โฆษกพรรคภูมิใจไทย ยังปฏิเสธที่จะตอบคำถาม กรณีที่ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่ จ.บุรีรัมย์ ด้วย

เพื่อไทยฉะมาตรการโยกย้ายสร้างอำนาจ - ขจัดศัตรู

            นายประชา ประสพดี ส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงการย้ายพล.ท.สุรพล เผื่อนอัยกา เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ไปเป็นที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ว่า ถือเป็นการสะท้อนแนวทางการทำงานของพรรคประชาธิปัตย์ที่มุ่งหวังสร้างฐานอำนาจ ขจัดศัตรูทางการเมือง แม้แต่พรรคร่วมรัฐบาลก็ยังถูกพรรคประชาธิปัตย์เตะตัดขา การแก้ปัญหาของรัฐบาลวันนี้มีแต่การเล่นสำนวนโวหาร จนชาวบ้านอยากจะอาเจียน ความเดือดร้อนยากจนของประชาชนกลับไม่สนใจ จนหลายคนต้องหันไปทำมาหากินในทางไม่สุจริต เข้าบ่อน เล่นการพนัน ในพื้นที่ของตนตู้ม้าเกลื่อนกลาดเต็มไปหมด รวมทั้งยาเสพติดก็กลับมาแพร่ระบาดไปทั่วประเทศ สังคมเสื่อมทรามลงเรื่อย ๆ

 ส่วนปัญหาเรื่องโรคระบาดไข้หวัดใหญ่ 2009 ก็ยังคงลุกลามไปเรื่อย ๆ ไม่มีทีท่าว่าจะเบาบางลง ขณะที่การประชุมอาเซียนรัฐบาลก็ไปออกพ.ร.กความมั่นคงทำให้ภาพที่ออกสู่สายตาชาวโลกดูไม่ดี หากสถานการณ์ยังคงเป็นอยู่อย่างนี้ต่อไปคิดว่ารัฐบาลคงอยู่ได้ไม่เกินเดือนส.ค. ตนคิดว่าถ้าพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร  อดีตนายกฯ เป็นผู้นำประเทศตอนนี้จะแก้ปัญหาทุกอย่างได้ภายในเวลา 6 เดือน