
มีชัยยันไม่ล็อกสเปกสปช.
04 ก.ย. 2557
มีชัย ยันไม่ล็อกสเปก สปช. ไว้ล่วงหน้า ย้ำใช้เกณฑ์คัดสรรตามรธน.กำหนด เผยกก.สรรหา จะงดโหวตผู้สมัครที่เป็นเครือญาติ ตั้งความหวังงานปฏิรูปทำประเทศเดินหน้า
4 ก.ย.57 นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานคณะกรรมการสรรหาสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ด้านการบริหารราชการแผ่นดิน ยืนยันว่าในกระบวนการสรรหา สปช. ไม่มีการล็อกสเปกบุคคลที่สมัครเข้ารับการสรรหาไว้ ตามที่มีกระแสข่าว ส่วนที่พบว่าบุคคลที่สมัครเข้ารับการสรรหามีความสัมพันธ์อย่างใกล้ชิดกับคณะกรรมการสรรหานั้น เบื้องต้นได้รับการยืนยันแล้วว่ากรรมการที่มีความสัมพันธ์เป็นเครือญาติกับผู้สมัครจะงดลงคะแนนเลือกในรายนั้นๆ เพื่อให้มีความโปร่งใส และยืนยันถึงหลักเกณฑ์การคัดสรรว่าจะยึดตามกรอบที่รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ.2557 กำหนดไว้ คือ คำนึงถึงความหลากหลายของภาคส่วนต่างๆ ความเท่าเทียมทางเพศ ผู้ด้อยโอกาส รวมถึงความรู้ ความสามารถ และประสบการณ์
"หลังจากนี้คณะกรรมการการเลือกตั้งจะพิจารณารายชื่อบุคคลที่สมัครเข้ารับการสรรหาเบื้องต้น ก่อนจัดส่งให้คณะกรรมการสรรหา เมื่อได้รับรายชื่อแล้ว กรรมการสรรหาแต่ละคนจะใช้เวลาพิจารณาประมาณ 2-3 วัน ก่อนประชุมร่วมกันอีกครั้ง จนถึงขณะนี้กรรมการยังไม่เห็นรายชื่อบุคคลที่สมัคร ดังนั้นจึงตอบไม่ได้ว่าจะมีใครผ่านการคัดเลือกบ้าง ส่วนที่สื่อมวลชนนำรายชื่อบุคคลที่คาดว่าจะได้รับเลือก หรือ โผ สปช. มาลงนั้นเป็นสิทธิที่ทำได้ แต่จะเป็นไปตามนั้นจริงหรือไม่ ผมไม่ทราบ ขอให้รอดู ส่วนที่พบว่าผู้สมัครเป็นสปช. มาจากสายทหาร ผมมองว่าคนที่มาสมัครไม่สำคัญเท่ากับคนที่ได้รับคัดเลือก" นายมีชัย กล่าว
นายมีชัย กล่าวถึงกรณีที่มูลนิธิมีชัย-คุณหญิงอัมพร ฤชุพันธุ์ ส่งชื่อนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้าสมัครเข้ารับการสรรหาเป็น สปช. ด้านการเมือง ว่า เป็นเพราะนายบวรศักดิ์เป็นคนเก่ง มีประสบการณ์จึงอยากให้เป็น สปช. แต่จะได้รับเลือกหรือไม่ตนไม่ทราบ ส่วนที่มีข่าวระบุว่านายบวรศักดิ์ถูกวางตัวเป็นประธาน สปช.นั้นตนไม่ทราบเช่นกัน
ผู้สื่อข่าวถามว่าส่วนตัวคาดหวังกับการปฏิรูปประเทศอย่างไรบ้าง นายมีชัย กล่าวว่า ตนอยากเห็นประเทศเดินหน้า การปฏิรูปรอบนี้ถือเป็นประวัติศาสตร์การเมืองที่สำคัญ ดังนั้นตนไม่อยากให้เป็นสภาพของการตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ
‘สุรชัย’ ย้ำสปช.การเมืองต้องมีประสบการณ์ตรง รู้จุดแข็ง-จุดอ่อนชัดเจน
เมื่อเวลา 11.00 น. ที่สโมสรทหารบก ถ.วิภาวดี นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) คนที่ 1 ในฐานะคณะกรรมการสรรหาสปช.ด้านการเมือง กล่าวถึงแนวทางการสรรหาสปช.ด้านการเมือง ว่า กระบวนการสรรหาผู้ที่เหมาะสมเข้ามาทำหน้าที่เป็น สปช.ด้านการเมืองนั้น จำเป็นต้องพิจารณาคัดเลือกจากผู้ที่มีความรู้และประสบการณ์ทางการเมืองเป็นหลัก เพราะบุคคลเหล่านี้เป็นผู้ที่ทราบจุดแข็งและจุดอ่อนของปัญหาการเมืองที่ผ่านมาโดยตรง หากได้เข้ามาทำหน้าที่ช่วยปฏิรูปการเมืองก็จะทำให้การเมืองมีความเข้มแข็งและมีคุณภาพ และจากการที่หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้มอบนโยบายการสรรหาสปช.โดยระบุถึงกลไกการปกครองให้ฝ่ายนิติบัญญัติและฝ่ายบริหารแยกกันอย่างชัดเจนนั้น ส่วนตัวเคยดำรงตำแหน่งฝ่ายนิติบัญญัติมาก่อน ก็ยอมรับว่าทั้งฝ่ายนิติบัญญัติและฝ่ายบริหารไม่เป็นอิสระต่อกัน โดยเฉพาะสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) ที่มีส่วนคัดเลือกฝ่ายบริหารเข้ามาทำหน้าที่บริหารประเทศ ส่วนการปฏิรูปโครงสร้างที่มาของส.ส.และส.ว.นั้น ขึ้นอยู่กับสภาปฏิรูปว่าจะเป็นพิจารณาและหาทางออกร่วมกันอย่างไร
ประชุมกก.สรรหาสปช. 11 ด้าน ‘ประวิตร’ ปธ.การเมือง
เมื่อเวลา 10.00 น. ที่ห้องมัฆวานรังสรรค์ สโมสรกองทัพบก ถ.วิภาวดี ผู้สื่อข่าวรายงานว่าภายหลังจากที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคสช. ได้กล่าวมอบนโยบายแก่คณะกรรมการสรรหาสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ในส่วนของ 11 ด้าน และคณะกรรมการสรรหาระดับจังหวัดแล้วคณะกรรมการสรรหาสปช. 11 ด้านก็ได้มีการแยกไปประชุมเพื่อคัดเลือกประธานในแต่ละคณะ ซึ่งใช้เวลาประมาณ 30 นาที จากนั้นนายภุชงค์ นุตราวงศ์ เลขาธิการกกต. แถลงว่า ผลการคัดเลือกประธานในแต่ละด้านได้แก่ 1.ด้านการเมือง พล.อ.ประวิตร วงศ์สุวรรณ รองนายกฯและรมว.กลาโหมเป็นประธาน 2.ด้านบริหารราชการแผ่นดิน นายมีชัย ฤชุพันธุ์ อดีตประธานวุฒิสภาเป็นประธาน 3.ด้านกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสนช.เป็นประธาน 4.ด้านการปกครองท้องถิ่น พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทยเป็นประธาน 5.ด้านการศึกษา นายยงยุทธ ยุทธวงศ์ รมว.วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เป็นประธาน 6.ด้านเศรษฐกิจนายณรงค์ชัย อัครเศรณี รมว.พลังงาน เป็นประธาน 7.ด้านพลังงาน ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล รองนายกฯเป็นประธาน 8.ด้านสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม พล.อ.อิทธพร ศุภวงศ์ เป็นประธาน 9.ด้านสื่อสารมวลชน พล.อ.นพดล อินทปัญญา เป็นประธาน 10.ด้านสังคม นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ที่ปรึกษาคสช.เป็นประธาน และ11.ด้านอื่นๆ พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นประธาน
นายภุชงค์ ยังกล่าวอีกว่า ในส่วนการสรรหาสปช.ของคณะกรรมการสรรหาระดับจังหวัด จะเริ่มประชุมสรรหาได้ตั้งแต่วันที่ 13-22 ก.ย. แต่อาจใช้เวลาประชุมเพียง 1 หรือ 2 ครั้ง ก็น่าจะสามารถคัดเลือกบุคคลที่เหมาะสมเป็นสปช.จังหวัดละ 5 คนได้ เพราะผู้เข้ารับการสรรหามีจำนวนน้อย แต่ในส่วนของ 11 ด้านมีผู้เข้ารับการสรรหาจำนวนมาก จึงอาจต้องประชุมหลายครั้ง แต่ทั้งหมดต้องเสร็จก่อนวันที่ 22 ก.ย. เพื่อที่หลังจากนั้น กกต.จะได้จัดเตรียมเอกสารทั้งในส่วนผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อเป็นสปช. จากคณะกรรมการสรรหา 11 ด้านและคณะกรรมการสรรหาระดับจังหวัด และกกต.ก็จะรวบรวมรายชื่อส่งคสช.ต่อไป
นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสนช.ในฐานะประธานคณะกรรมการสรรหาด้านกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม ให้สัมภาษณ์ถึงหลักเกณฑ์ในการสรรหาบุคคลที่มีความเชี่ยวชาญในด้านนี้ ว่า แนวทางการสรรหาบุคคลจะเน้นที่คุณภาพและความรู้ความสามารถเป็นหลัก ประกอบด้วย 1.พิจารณาจากคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของบุคคลที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว 2.ผู้ถูกคัดเลือกจะต้องมีความหลากหลาย กระจายตามอาชีพ อาทิ ตำรวจ ศาล และนักวิชาการ เป็นต้น 3.จะมีบุคคลในด้านนี้ทั้งเพศหญิงและชายอย่างเหมาะสม และ 4.ตรวจสอบความพร้อมที่จะทำหน้าที่เป็นสปช. เช่น อายุและสุขภาพ
นายพรเพชร กล่าวอีกว่า ส่วนวิธีการสรรหา คณะกรรมการจะมีการประชุมนัดแรกในวันที่ 12 ก.ย. เพื่อดูบัญชีรายชื่อและคุณสมบัติ จากนั้นก็จะให้กรรมการทั้ง 7 คนไปคัดเลือกบุคคลที่เห็นว่าเหมาะสม มาคนละ 50 รายชื่อ และเมื่อประชุมนัดต่อมาคือวันที่ 15 ก.ย. ก็จะนำรายชื่อที่กรรมการแต่ละคนเลือก มาดูและดีเบตกันว่าผู้ที่กรรมการเลือกมานั้นเป็นคนที่มีความรู้ความสามารถขนาดไหน จากนั้นก็จะมีการลงมติ ซึ่งผู้ที่ได้รับเลือกจะต้องได้คะแนนจากคณะกรรมการเป็นเสียงข้างมาก หรืออย่างน้อยต้องไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่ง จากนั้นก็จะนำคะแนนมาเรียงลำดับ จากน้อยไปหามาก ซึ่งแน่นอนว่าหากใครได้คะแนนจากคณะกรรมการมากก็จะได้เปรียบ แต่ทั้งนี้เมื่อจัดเรียงคะแนนเสร็จ ก็จะต้องมาดูในเรื่องสัดส่วนของวิชาชีพ เช่น หากกรรมการเลือกแล้วได้ผู้ที่เป็นนักร้องถึง 8 คน ก็ต้องมาคัดใหม่ เพราะถือว่าไม่มีความหลากทางอาชีพ
อย่างไรก็ตาม คณะกรรมการสรรหาอาจพิจารณาเลือกบุคคลที่กกต.หมายเหตุว่ามีปัญหาเรื่องคุณสมบัติก็ได้ หากตรวจสอบกับกกต.แล้วเห็นว่าคุณสมบัติดังกล่าวไม่เป็นปัญหาต่อการที่จะได้รับการเสนอชื่อ เช่นระบุว่าอายุไม่ถึง 35 แต่เมื่อตรวจสอบแล้วพบว่าเป็นการนับวันผิด แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของคณะกรรมการสรรหา ส่วนสถานที่ประชุมครั้งต่อไป คณะกรรมการทั้ง 11 ด้านเห็นควรว่าควรใช้ที่กองพันทหารราบที่ 1 กรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กรักษาพระองค์ (ร.1พัน1รอ.) เพื่อที่กกต.ในฐานะฝ่ายเลขานุการจะได้ทำงานสะดวก สนับสุนนข้อมูลให้แก่คณะกรรมการได้ครบถ้วน
ผู้สื่อข่าวถามว่าผู้ที่ได้รับเสนอชื่อมีการติดต่อส่วนตัวมาขอเสียงหรือไม่ นายพรเพชรกล่าวว่า ก็มีคนที่พยายามติดต่อมาบ้าง แต่เราไม่เปิดโอกาส เพราะการคัดเลือกขึ้นอยู่กับดุลพินิจของคณะกรรมการทั้ง 7 คน ซึ่งตนไม่มีใครในใจ และสเป็กที่ล็อกไว้คือคนที่มีคุณภาพ ซึ่งต้องหลากหลาย ไม่ใช่ไปกระจุกส่วนใดส่วนหนึ่ง
จากนั้น นายณรงค์ชัย อัครเศรณี รมว.พลังงาน ในฐานะประธานคณะกรรมการสรรหาสปช.ด้านเศรษฐกิจ กล่าวว่า ล่าสุดในด้านเศรษฐกิจ มีผู้สมัครทั้งหมด 321 คนแล้ว แต่ยังมีที่เข้ามาทางไปรษณีย์อีกจำนวนหนึ่ง ซึ่งคาดว่าเราจะได้รับชื่อผู้ที่สมัครเข้ามาทั้งหมดวันที่ 12 ก.ย.นี้ และในวันที่ 15 ก.ย. คณะกรรมการก็จะนำรายชื่อทั้งหมดมาหารายชื่อร่วมให้ได้ 50 ชื่อ โดยเกณฑ์การเลือกคืออยากให้มีหลายสาขาวิชาชีพ เช่น ต้องอยู่ทั้งในภาคเอกชนและรัฐบาล อีกทั้งกกต.มีเอกสารของผู้มาเสนอรายชื่อที่ระบุว่าคนที่เสนอชื่อนั้น มีแนวคิดจะทำอะไรก่อน และอะไรจะทำในระยะต่อไป กกต.ก็ส่งข้อมูลนี้ให้คณะกรรมการ เพื่อใช้เป็นข้อมูลประกอบในพิจารณาการคัดเลือก 50 รายชื่อเหมาะสม สำหรับความคาดหวังนั้น เราอยากจะได้คนจากด้านเศรษฐกิจเข้าไปอยู่ในสปช. 173 คนให้มากที่สุด เพราะแต่ละด้านต่างก็แข่งขันกัน อย่างน้อยเราก็ไม่ควรได้ต่ำกว่า 10 คน แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับการคัดเลือกของคสช.ด้วย
เมื่อถามต่อว่าได้วางแผนเข้ากระทรวงอย่างไร นายณรงค์ชัย กล่าวว่า มีแผนจะเข้ากระทรวงโดยเร็ว เพราะคสช.สั่งให้รีบทำงาน แต่ก็ต้องรอให้มีการเข้าเฝ้าถวายสัตย์ปฏิญาณตนก่อน
เมื่อถามถึง การประกาศยกเลิกอัยการศึก นายณรงค์ชัย กล่าวว่า คณะที่ปรึกษาไม่ได้เสนออะไร มีเพียงการเสนอไปว่าอยากให้คสช.พิจารณายกเลิกในสถานที่ท่องเที่ยวก่อนโดยมั่นใจว่าสามารถดูแลพื้นที่ท่องเที่ยวได้
‘สุรพล’ เผยชูประเด็นความเห็นต่างทางการเมืองเป็นหลักสำคัญพิจารณาเลือก
นายสุรพล นิติไกรพจน์ อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ในฐานะโฆษกคณะกรรมการสรรหา สปช. ด้านการเมือง เปิดเผยผลการประชุมกรรมการฯ นัดแรก ว่า ทางคณะคณะกรรมการ ได้วางหลักเกณฑ์พิจารณาเบื้องต้น คือ จะคำนึงถึงความเห็นต่างทางการเมืองมากที่สุด และหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ในฐานะประธานคณะกรรมการสรรหาฯ ได้ระบุต่อที่ประชุมว่า สำหรับคุณสมบัติของผู้ที่จะได้รับการคัดเลือกจะไม่แบ่งเรื่องคุณวุฒิการศึกษาว่าโดยจะไม่พิจารณาคนที่จบปริญญาเอกก่อนคนที่จบปริญญาตรี หรือ พิจารณาเลือกด้วยเหตุที่เคยดำรงตำแหน่งทางการเมือง หรือเคยเป็นรัฐมนตรีมาก่อน
นายสุรพล กล่าวด้วยว่าส่วนกรณีที่สังคมจับตาเป็นพิเศษต่อการทำหน้าที่ของกรรมการสรรหา เพราะกังวลว่าจะเลือกบุคคลที่เป็นพรรคพวกของตนเองเข้ามาทำหน้าที่นั้น ส่วนตัวมองว่าบุคคลที่ทำหน้าที่เป็นกรรมการสรรหา เช่น นายสุจิต บุญบงการ อดีตประธานสภาพัฒนาการเมือง, นายนรนิติ เศรษฐบุตร อดีตประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ, นายภุมรัตน์ ทักษาดิพงศ์ อดีตผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ ล้วนเป็นบุคคลที่สามารถการันตีการทำหน้าที่ได้และสังคมไม่ได้ตั้งข้อกังขาไว้ ที่สำคัญการคัดเลือกบุคคลเข้าไปทำหน้าที่จะเป็นบุคคลที่ถูกซักถามว่าเป็นพรรคพวกของกรรมการสรรหามากน้อยแค่ไหน ก็ต้องรอดู
‘ปนัดดา’ เผยแยกสรรหาสปช.ด้านอื่น ๆ 6 ประเภท
ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกรรมการสรรหาสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ด้านอื่นๆ เปิดเผยผลการประชุมกรรมการฯ นัดแรก ว่า ได้มีการวางกรอบพิจารณาบุคคลโดยแยกเป็น 6 ประเภท ได้แก่ 1.คุณธรรม จริยธรรม และศาสนา , 2.ด้านระเบียบวินัย, 3.ความสามัคคีปรองดอง, 4.ด้านสังคม, 5.การกีฬา และ 6.ศิลปวัฒนธรรม หลังจากนี้คาดว่าสัปดาห์หน้าจะมีการประชุมคณะกรรมการสรรหาเพื่อพิจารณาและแยกผู้ที่เข้ารับการสรรหาในประเภทต่างๆที่กำหนดไว้ ทั้งนี้หากพบว่าผู้รับการสรรหาไม่ได้จัดอยู่ในประเภทใด ๆ จะไม่ขอนำมาพิจารณา โดยหลักเกณฑ์การคัดเลือก เบื้องต้นจะเน้นด้านการสร้างความสามัคคีปรองดองเป็นพิเศษ



