ข่าว

แจ้งเตือนพรหมพิราม-บางระกำรับมือน้ำท่วม

แจ้งเตือนพรหมพิราม-บางระกำรับมือน้ำท่วม

04 ก.ย. 2557

แจ้งเตือนพรหมพิราม-บางระกำรับมือน้ำท่วม แม่น้ำยมกัดเซาะถนนเลียบตลิ่งขาดยาว15ม. พิจิตร-น้ำป่าไหลท่วมนาข้าวจมเสียหาย


          วันที่ 4 ก.ย.57 นายบรรดิษฐ์  อินต๊ะ ผู้อำนวยการโครงการชลประทานจ.พิษณุโลก ได้แจ้งเตือนประชาชนในเขต 3 อำเภอของจังหวัดพิษณุโลกให้ เตรียมพร้อมรับมือแม่น้ำยมล้นตลิ่งและไหลเข้าท่วมพื้นที่ทุ่งนาบ้านเรือนประชาชน ได้แก่ ต.หนองแขม ต.วังวน ต.ท่าช้าง อ.พรหมพิราม ต.บ้านกร่าง อ.เมืองพิษณุโลก ต.ชุมแสงสงคราม ต.ท่านางงาม  อ.บางระกำ จ.พิษณุโลก เนื่องจากขณะนี้แม่น้ำยมอยู่ในระดับวิกฤติ  ขณะนี้ในเขตอ.เมืองจ.สุโขทัย เริ่มมีน้ำยมล้นตลิ่งบางจุด โดยเฉพาะต.ปากแคว อ.เมืองสุโขทัย ซึ่งน้ำขณะนี้เป็นน้ำฝนที่ตกในบริเวณจ.สุโขทัย แต่ยังมีน้ำจาก จ.แพร่ อีกก้อนหนึ่ง จำนวนมากพอสมควร ไหลผ่านจากอ.วังชิ้น จ.แพร่ ในอัตรา 1,000 กว่าลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ( ลบม.ต่อวินาที )  ที่จะไหลมาถึงใน 3 วันนี้

 
          นายบรรดิษฐ์ เผยว่า เพื่อป้องกันน้ำไม่ให้ท่วมตัวเมืองสุโขทัย ชลประทานสุโขทัย ชลประทานพิษณุโลก ได้บริหารจัดการน้ำโดยการผันน้ำจากแม่น้ำยม ที่ประตูระบายน้ำหาดสะพานจันทน์ อ.สวรรคโลก จ.สุโขทัย ให้ออกมาทางคลองหกบาท ในอัตรา 250 ลบ.ม.ต่อวินาที  เพื่อควบคุมแม่น้ำยมที่จะไหลลงสู่ตัวเมืองสุโขทัยไม่ให้เกิน 600 ลบ.ม.ต่อวินาที ส่วนหนึ่งจะไหลผ่านคลองสวรรคโลก-พิชัย ลงสู่แม่น้ำน่านที่อ.พิชัยจ.อุตรดิตถ์ และอีกส่วนหนึ่ง จะไหลลงสู่แม่น้ำยมสายเก่า หรือคลองเมม หรือคลองบางแก้ว จะผ่านเขตต.หนองแขม ต.วังวน ต.ท่าช้างอ.พรหมพิราม และต.บ้านกร่างอ.เมืองพิษณุโลก ไปสู่คลองบางแก้วผ่านต.ชุมแสงสงคราม ต.ท่านางงาม อ.บางระกำ จ.พิษณุโลก ปริมาณน้ำส่วนนี้จะล้นตลิ่งและไหลเข้าท่วมพื้นที่นา ที่ปัจจุบันเก็บเกี่ยวผลผลิตหมดแล้ว โดยคาดว่าปริมาณน้ำจากแม่น้ำยมจะล้นตลิ่งในจังหวัดพิษณุโลกในช่วงวันที่ 6-7 กันยายนนี้ ขณะนี้ชลประทานพิษณุโลก ได้ประสานการแจ้งเตือนกับผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ให้รับมือแล้ว
 
          สำหรับสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่อื่น ๆ ของจังหวัดพิษณุโลกวันที่ 4 กันยายนนี้ ปริมาณน้ำที่ท่วมในเขตต.บ้านยาง อ.วัดโบสถ์ จ.พิษณุโลก เริ่มเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว ชลประทานได้เปิดประตูระบายน้ำสะพานสูง ต.มะขามสูงอ.เมืองพิษณุโลก เพื่อให้น้ำระบายลงสู่แม่น้ำแควน้อยและแม่น้ำน่านตามลำดับ ขณะนี้ เริ่มมีน้ำล้นตลิ่งในคลองเนินกุ่ม ต.เนินกุ่ม อ.บางกระทุ่ม จ.พิษณุโลกในบางจุดแล้ว เนื่องจากรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา มีฝนตกหนักมาก และการระบายน้ำออกสู่แม่น้ำน่านก็ทำได้ช้า
 
 
 
 
โผงเผงเตรียมรับมือน้ำท่วมหลังระดับน้ำสูงขึ้นวันละเกือบครึ่งเมตร
 
          หลังจากมีหนังสือแจ้งเตือนสถานการณ์น้ำในลุ่มน้ำเจ้าพระยาจากผู้อำนวยการสำนักชลประทานที่ 12 ส่งหนังสือแจ้งเตือนไปยังผู้ว่าราชการ 7 จังหวัดในพื้นที่ภาคกลางประกอบไปด้วย อุทัยธานี ชัยนาท สิงห์บุรี สุพรรณบุรี พระนครศรีอยุธยา และลพบุรี ให้เตรียมความพร้อมรับมือเนื่องจากมีแนวโน้มว่าปริมาณน้ำที่ไหลผ่านจังหวัดนครสวรรค์ในวันที่ 8 กันยายน จะเพิ่มขึ้นเป็น 1,300-1,500 ลบ.ม./วินาที ทำให้เขื่อนเจ้าพระยาที่ จ.ชัยนาทมีปริมาณน้ำไหลผ่าน 1,400-1,600 ลบ.ม./วินาทีและจะทำให้ระดับน้ำเพิ่มขึ้นประมาณ 2 เมตร จึงแจ้งเตือนให้เตรียมความพร้อมรับมือโดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มต่ำและให้จังหวัดเร่งประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนที่อยู่ริมตลิ่งเตรียมความพร้อมและเก็บของขึ้นที่สูง
 
          โดยเฉพาะในพื้นที่ ต.โผงเผง อ.ป่าโมก จ.อ่างทอง ที่ตอนนี้ระดับน้ำสูงขึ้นจากเมื่อวานถึง 40 ซ.ม.ทำให้น้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาไหลแรงขึ้นประชาชนที่อยู่ทั้ง 2 ริมฝั่งคลองโผงเผงต้องเร่งระดมกำลังกันทำการป้องกันกระชังปลาที่อาจจะไหลไปกับน้ำจึงต้องใช้เชือกขนาดใหญ่ทำการผูกรั้งให้แน่นหนาขณะที่เรือขนส่งสินค้าขนาดใหญ่ต่างจอดนิ่งเพราะไม่สามารถที่จะลงสินค้าและลอดใต้สะพานได้
 
          ด้านนายปริญญา  เขมะชิต  นายอำเภอป่าโมก  กล่าวว่า  ขณะนี้นายปวิณ ชำนิประศาสน์ ผวจ.อ่างทอง ได้ประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เตรียมความพร้อมในการรับมือน้ำหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ติดแม่น้ำเจ้าพระยาที่ประกอบไปด้วย อ.ไชโย อ.เมือง และอ.ป่าโมก รวมไปถึงพื้นที่ติดแม่น้ำน้อยที่ อ.โพธิ์ทอง และ อ.วิเศษชัยชาญ 
 
          โดยให้เจ้าหน้าที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นติดตามและเฝ้าระวังระดับน้ำ สำหรับระดับน้ำเจ้าพระยาที่ไหลผ่านสถานีชลมาตร C7A บริเวณหน้าศาลากลางจังหวัดอ่างทอง อยู่ที่  743 ลบ.ม/วินาที สูง 3.84 เมตร จากระดับตลิ่ง 9.32 เมตร ในส่วนพื้นที่ ต.โผงเผงซึ่งเป็นพื้นที่ลุ่มต่ำที่สุดต้องระวังเป็นพิเศษโดยวันนี้ระดับน้ำก็สูงขึ้นกว่า 40 ซ.ม. ต้องเฝ้าระวังการระบายน้ำอย่างต่อเนื่องและจุดเสี่ยงก็มีการว่างแผนที่จะนำดินมาทำคันและเตรียมเสาเข็มหากเกิดเหตุไม่คาดคิดไว้แล้ว
 
 
 
 
 
สุโขทัย-แม่น้ำยมกัดเซาะถนนเลียบตลิ่งขาดเป็นทางยาว 15 เมตร 
 
          แม่น้ำยมกัดเซาะถนนเลียบตลิ่งริมแม่น้ำยมจนขาดเป็นทางยาว 15 เมตร ในพื้นที่หมู่ที่ 7 บ้านบางสงฆ์ ต.ปากแคว อ.เมือง จ.สุโขทัย ทำให้ปริมาณน้ำจากแม่น้ำยมทะลักเข้าท่วมพื้นที่ทางการเกษตรและบ้านเรือนของชาวบ้านได้รับผลกระทบ 200 ครัวเรือน โดยบางจุดยังท่วมสูงถึง 1.50 เมตร ชาวบ้านต้องเร่งขนย้ายข้าวของและเครื่องมือเครื่องใช้ทางการเกษตรขึ้นสู่ที่สูง
 
          นอกจากนั้นจากการไหลทะลักบริเวณกัดเซาะดังกล่าวยังทำให้ปริมาณน้ำไหลบ่าเข้าท่วมถนนสาย 1195 ตอนสุโขทัย - วังไม้ขอน บริเวณหลัก กม.33 เป็นทางยาวกว่า 300 เมตร ทำให้รถเล็กสัญจรลำบากชาวบ้านสองฝากถนนต้องรีบขนข้าวของขึ้นสู่ที่สูงและเร่งบรรจุกระสอบทรายเพื่อกั้นทางน้ำกันอย่างจ้าระหวั่นเพื่อป้องกันการไหลท่วมบ้านเรือนของตนเอง
 
          ล่าสุดช่วงเวลา 08.30 น. มีรายงานว่าเกิดภาวะแม่น้ำยมล้นตลิ่งไหลเข้าท่วมในบางส่วนของ ต.คลองตาล อ.ศรีสำโรง และ บางส่วนเอ่อล้นเข้าท่วมในพื้นที่เทศบาลเมืองสุโขทัยธานีแล้วแต่เป็นไปอย่างช้า ๆ โดยที่จุดตรวจวัดระดับน้ำแม่น้ำยมสถานีวาย 4 หน้าจวนผู้ว่าราชการจังหวัด ระดับน้ำสูงถึง 7.33 เมตร ซึ่งเข้าสู่จุดวิกฤตแล้ว  
 
 
 
แจ้งเตือนพรหมพิราม-บางระกำรับมือน้ำท่วม
 
 
แจ้งเตือนพรหมพิราม-บางระกำรับมือน้ำท่วม
 
 
 
 
พิจิตร-น้ำป่าไหลท่วมนาข้าวจมเสียหาย
 
          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นาข้าวหลายร้อยไร่ของเกษตรกรในพื้นที่ตำบลสายคำโห้ ตำบลบ้านบุ่ง อำเภอเมือง จังหวัดพิจิตร ต้องถูกน้ำท่วม หลังจากมีฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่องติดต่อหลายวัน ทำให้น้ำป่าที่ไหลหลากมาจากเทือกเขาเพชรบูรณ์ ไหลมาตามลำคลองสาขา จนล้นไหลเข้าท่วมนาข้าวของเกษตรกรที่ทำการปลูกข้าวนาปี อายุกว่า 2 เดือน จมเสียหายเป็นบริเวณกว้าง ขณะที่ชาวนาต้องเร่งขยายเปิดทางระบายน้ำ โดยการขุดขยายท่อระบาย เพื่อเร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่  โดยชาวนาบางส่วนต้องเร่งสูบน้ำที่ท่วมขัง ออกจากนาข้าวที่ใกล้เก็บเกี่ยว
 
          สำหรับพื้นที่โดยตำบลหนองปลาไหลและบ้านบุ่ง ปริมาณน้ำได้ไหลเข้าพื้นที่การเกษตร เป็นวงกว้าง โดยพื้นที่ดังกล่าว จะเป็นแหล่งรวมน้ำ จากทางด้านบนของจังหวัด ก่อนที่จะไหลลงสู่แม่น้ำน่าน ซึ่งจะไหลผ่านประตูระบายน้ำได้เพียงทางเดียวเท่านั้น ทำให้เกิดน้ำท่วมขังและเป็นพื้นที่น้ำท่วมซ้ำซาก อีกแห่งหนึ่งของจังหวัดพิจิตร
 
 
 
 
  
กาฬสินธุ์-ตรวจสอบพนังลำชีป้องกันน้ำท่วม          
 
          จากการตรวจสอบปริมาณน้ำฝนที่ตกลงมาในพื้นที่จังหวัดกาฬสินธุ์ รายงานจาก เขื่อนลำปาว พบว่าในวันนี้ปริมาณน้ำกักเก็บอยู่ที่ระดับ 1,091 ล้าน ลบ.ม.หรือ 55 %ที่ยังไม่เข้าสู่ภาวะวิกฤตเนื่องจากเขื่อนลำปาวขณะนี้สามารถรองรับน้ำได้ถึง 1,980 ล้าน.ลบ.ม.
 
          พ.อ.จุมพล  จุมพลภักดี ผู้บังคับการกรมทหารม้าที่ 6 ในฐานะรองผู้บังคับการกองกำลังรักษาความสงบจังหวัดกาฬสินธุ์ นายเดชา  พลกล้า หัวหน้าป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย นายแอ็ด  เพชรฤทธิ์ ผู้อำนวยการทางหลวงชนบทจังหวัดกาฬสินธุ์ ได้เข้าติดตามปริมาณน้ำและเข้าติดตามตรวจสอบโครงการสร้างพนังกั้นน้ำชีระยะทางเกือบ 38 กิโลเมตรในเขต อำเภอกมลาไสยและอำเภอร่องคำ โดยเฉพาะตรงบ้านเจ้าท่า ตำบลเจ้าท่า อำเภอกมลาไสย ยังคงดำเนินการก่อสร้างที่ยังไม่แล้วเสร็จ ทำให้ชาวบ้านเกรงว่าอาจจะมีมวลน้ำมหาศาลเข้าเซาะพนังขาดอย่างเช่นที่เคยเกิดมาในปี 2554 เกิดปัญหาน้ำท่วมบ้านเรือนและพื้นที่นาเสียหายกว่า 1 แสนไร่
 
          การตรวจสอบถึงแม้จะยังไม่แล้วเสร็จ ในส่วนของทางจังหวัดได้เข้าตรวจสอบติดตามมวลน้ำอย่างต่อเนื่องซึ่งหากเกิดปัญหารอยร้าว ทางหลวงชนบท จะเข้าทำการป้องกันทันที ขณะที่ กรมทหารม้าที่ 6 ซึ่งดูแลพื้นที่ ได้เตรียมการช่วยเหลือพร้อมกับร่วมเฝ้าระวังกับมิสเตอร์เตือนภัยของทางป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดกาฬสินธุ์ อย่างต่อเนื่องแล้ว
 
 
 
 
แจ้งเตือนพรหมพิราม-บางระกำรับมือน้ำท่วม
 
 
แจ้งเตือนพรหมพิราม-บางระกำรับมือน้ำท่วม
 
 
 
 
ชัยภูมิ-น้ำชีทะลักชาวบ้านขอกระสอบทรายกั้นหลังท่วมแล้ว300หลังคาเรือน
 
          สถานการณ์น้ำป่าหลากจากเทือกเขาภูแลนคาด้านทิศเหนือทะลักลงลำห้วยชีลองและเทือกเขาพังเหยซึ่งทำให้ปริมาณน้ำในลำเชียงทาและลำชีเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่อง หลากล้นตลิ่งเข้าท่วมพื้นที่ในเขตอ.หนองบัวระเหวเสียหายใน 2 ตำบล 3 หมู่บ้านมากกว่า 5,000 ไร่และยังทะลักเข้าท่วมบ้านเรือนราษฎรในเขตอ.บ้านเขว้า สูงกว่า 1 เมตร สร้างความเสียหายให้กับบ้านเรือนประชาชนจำนวนมากมาต่อเนื่อง ใน 2 หมู่บ้าน ของหมู่บ้านห้วย หมู่ 8และหมู่บ้านห้วยเหนือ หมู่ 18 รวมแล้วมากกว่า 300 หลังคาเรือน ในต.ตลาดแร้ง ซึ่งระดับน้ำท่วมยังคงเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่องและหลากพัดเข้าท่วมอย่างรุนแรงอยู่ไม่หยุดเป็นวันที่3
 
          นายสุริยะ บำรุงเผ่า อายุ 68 ปี ชาวบ้านผู้ได้รับความเดือดร้อนจากบ้านถูกน้ำท่วมในหมู่บ้านห้วยเหนือ หมู่ 18 กล่าวว่า ตั้งแต่เกิดมาอยู่ที่นี่เกือบจะอายุเข้า 80 ปีแล้ว ก็ยังไม่เคยเห็นหมู่บ้านแห่งนี้เคยถูกน้ำท่วมหนักขนาดนี้มาก่อนเลย ซึ่งน้ำมาแบบไม่ทันตั้งตัวนั่งดูทีวีอยู่ดีน้ำก็หลากเข้ามาท่วมหมู่บ้านอย่างรวดเร็ว จนไม่สามารถขนสิ่งของมีค่าเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านเสียหายทั้งหมดออกจากบ้านได้ทันเลยและน้ำก็ยังไม่มีทีท่าจะลดลงเลย แต่ยังมีความรุนแรงของกระแสน้ำพัดรุนแรงเข้ามาเพิ่มมากขึ้น 
 
          จนขณะนี้ทำให้ตัวบ้านเรือนประชาชนใกล้เคียงและของตนเองที่ใช้กระสอบทรายกั้นไว้จะเอาไม่อยู่แล้ว และต้องการกระสอบทรายมาช่วยเหลือเป็นการเร่งด่วนในขณะนี้อีกจำนวนมากด้วยเพื่อที่จะช่วยลดความเสียหายของตัวบ้านและทรัพย์สินมีค่าได้น้อยลงบ้างในครั้งนี้ ที่พอจะสู้กับกระแสน้ำไปได้หลายวันมากขึ้น ซึ่งคาดว่าระดับน้ำจะลดลงได้ต้องใช้เวลาไม่น้อยกว่า 1 -2 สัปดาห์ขึ้นไป
 

          ด้านนายธานี สินประสงค์ นายอำเภอบ้านเขว้า ได้สั่งมอบหมายเร่งด่วนให้นางสาวสุกัญญา  กุลสุวรรณ์ ปลัดอำเภอหัวหน้าฝ่ายบริหารงานปกครองอ.บ้านเขว้า นำเจ้าหน้าที่อส.ฝ่ายปกครอง ร่วมกับนายวิเชียร  เจนชัย นายกเทศมนตรีตำบลตลาดแร้ง พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจทหาร ระดมออกสำรวจให้ความช่วยเหลือราษฎรที่ได้รับความเดือดร้อนช่วยเยี่ยวยาสภาพจิตใจและแจกถุงยังชีพช่วยเหลือผู้ที่ยังสัญจรออกมาจากบ้านไม่ได้แล้วเบื้องต้นกว่า 300 ครอบครัว และสำรวจพื้นที่ความเสียหายด้านการเกษตรที่ส่วนใหญ่เป็นนาข้าวและไร่มันสำปะหลังที่จมน้ำเน่าตายไปแล้วมากกว่า 1,000 ไร่ เพื่อหาแนวทางมาช่วยเหลือเพิ่มเติมหลังน้ำลดต่อไป  

 

 

มหาสารคาม-น้ำชีเพิ่มสูง เขื่อนเร่งระบายน้ำหวั่นท่วม
 
          จากที่ฝนตกต่อเนื่องมาหลายวัน ส่งผลให้น้ำจากแม่น้ำต่างๆเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว  โดยนายพัฒนะ พลศรี หัวหน้าฝ่ายส่งน้ำและบำรุงรักษาที่ 3  เขื่อนระบายน้ำฝายวังยาง โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาพัฒนาลุ่มน้ำชีตอนกลางกล่าวว่า ในช่วงที่ผ่านมาฝนตกติดต่อกันอย่างต่อเนื่อง ทำให้ปริมาณน้ำในแม่น้ำชีเพิ่มขึ้นสูงอย่างรวดเร็ว  ประกอบกับน้ำที่จังหวัดชัยภูมิที่จะไหลลงสู่แม่น้ำชี   ทางฝายวังยางได้เปิดประตูน้ำด้วยระบบไฮโดรลิก 2 บาน  จาก 6 บาน  เพื่อกำจัดเศษขยะ วัชพืช  โดยเฉพาะผักตบชวาที่ลอยมาติดหน้าฝายจำนวนมาก  จากนั้นจะยกบานประตูขึ้นทั้ง 6 บาน  เพื่อให้น้ำไหลตามธรรมชาติ เนื่องจากปริมาณน้ำด้านหน้าฝายและด้านท้ายฝายมีระดับใกล้เคียงกัน อีกทั้งเป็นการพร่องน้ำออกเพื่อเตรียมรับน้ำเหนือ  ที่จะไหลมาสบท
 
          โดยระดับน้ำชีวัดที่ด้านหน้าฝาย  อยู่ที่ 135.98  เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง  และท้ายฝายอยู่ที่ 135.98 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง ปัจจุบันฝายระบายน้ำวังยางมีน้ำเก็บกักอยู่ที่ 23.99 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นร้อยละ 70  ระบายน้ำออก 439.76ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที หรือ 38.00 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน เพิ่มขึ้นจากวานนี้ 8 ซม.
 
          ทั้งนี้จะต้องเฝ้าระวังติดตามสถานการณ์น้ำฝนที่จะตกลงมาจากทางตอนเหนือที่จังหวัดชัยภูมิ และขอนแก่นว่าจะมีปริมาณน้ำฝนมากน้อยเพียงใด และจะส่งผลกระทบอย่างไร  เพื่อให้การบริหารจัดการน้ำเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด