
ยอดเหยื่ออีโบลาทะลุ1,900-ผู้ป่วยไม่มีที่ไปปัญหาใหญ่
วอชิงตัน-ยอดเหยื่ออีโบลาแซงการระบาดทุกครั้งก่อนหน้ารวมกันแล้ว ยูเอ็นชี้อาจต้องใช้งบเกือบสองหมื่นล้าน เผยผู้ป่วยไม่มีที่ไปต้องอยู่บ้าน ปัญหาใหญ่
ดร.มากาเร็ต ชาน ผู้อำนวยการองค์การอนามัยโลก แถลงที่กรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกาว่า ถึงสัปดาห์นี้ มีผู้ติดเชื้อไวรัสอีโบลาประมาณ 3,500 คนแล้ว และผู้ป่วยใหม่ 40% ติดเชื้อในรอบ 21 วันที่ผ่านมา ส่วนยอดผู้เสียชีวิตล่าสุดสูงกว่า 1,900 ราย เพิ่มขึ้นมากจากยอดเหยื่อที่องค์การอนามัยโลกเพิ่งแถลงไม่กี่วันก่อนที่ 1,552 คนจากจำนวนผู้ติดเชื้อ 3,069 คน
ยอดผู้เสียชีวิตล่าสุดนี้ แซงจำนวนผู้เสียชีวิตจากการระบาดก่อนหน้าทั้งหมดรวมกันแล้ว
นางชาน หวังว่า เมื่องบประมาณและผู้เชี่ยวชาญเทคนิคจากความร่วมมือของนานาชาติเริ่มส่งมาถึง จะสามารถหยุดยั้งการแพร่ระบาดได้ใน 6-9 เดือน โดยในประเทศระบาดหนักอย่างกินี เซียร์ราลีโอน และไลบีเรีย ต้องการพลิกสถานการณ์ให้ได้ภายใน 3 เดือน ส่วนประเทศที่พบการระบาดเฉพาะที่อย่างเซเนกัล และสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโกที่พบการระบาดของไวรัสอีกสายพันธุ์ อยากให้หยุดการแพร่เชื้อสิ้นเชิงภายใน 8 สัปดาห์
ในสัปดาห์นี้ องค์การอนามัยโลกยังจะประเมินยา วัคซีนและวิธีรักษาในขั้นทดลอง ที่ให้ผลดีที่สุด เพื่อบรรจุเข้าไว้ในแผนการรับมือด้วย
ก่อนหน้านี้ องค์การอนามัยโลกระบุว่าต้องการงบประมาณอย่างน้อย 490 ล้านดอลลาร์เพื่อควบคุมการระบาดของโรค
แต่นายเดวิด นาบาร์โร ผู้ประสานงานวิกฤติอีโบลาของสหประชาชาติ กล่าวว่า น่าจะต้องใช้เงินไม่ต่ำกว่า 600 ล้านดอลลาร์หรืออาจสูงกว่านั้นเพื่อให้ประเทศที่ได้รับผลกระทบ ได้รับความช่วยเหลือจำเป็นเพียงพอและอย่างรวดเร็ว รัฐบาลประเทศต่างๆ จะควบคุมสถานการณ์ได้หากมีเงินจ่ายค่ารถ ค่าเวชภัณฑ์ และเงินเดือนคนทำงาน
นายนาบาร์โร กล่าวว่า เราอยู่ในสถานะที่รอไม่ได้แม้แต่วันเดียว เพราะการระบาดครั้งนี้กำลังวิ่งแซงความพยายามควบคุม
ด้าน ดร.เคจิ ฟูกุดะ ผู้ช่วยผู้อำนวยการด้านความปลอดภัยสาธารณสุข องค์การอนามัยโลก กล่าวถึงปัญหาคลินิคและโรงพยาบาล มีเตียงไม่พอรองรับจำนวนผู้ป่วย ทำให้ผู้ป่วยต้องอยู่บ้าน อีกทั้งยังจำเป็นต้องมีเจ้าหน้าที่เพิ่มอีกหลายพันคนเพื่อดูแลผู้ป่วยในประเทศที่ระบาดหนัก รวมถึงยานพาหนะเพื่อลำเลียงคนป่วยและคนตาย เพราะหากเจ้าหน้าที่สาธารณสุขไม่รีบเคลื่อนย้ายศพรวดเร็วพอ ก็จะสร้างความไม่พอใจให้แก่ชาวบ้าน
...........................
(หมายเหตุ ภาพประกอบข่าว)



