
ไทยรั้งที่31ขีดแข่งขันโลกปีนี้
04 ก.ย. 2557
"เวิลด์ อีโคโนมิค ฟอรัม" เผยแพร่ดัชนีขีดความสามารถด้านการแข่งขันโลก โดยไทยติดอันดับที่31จากอันดับที่37ในปี2556
เวิลด์ อีโคโนมิค ฟอรัม เผยแพร่รายงานดัชนีขีดความสามารถด้านการแข่งขันโลก ประจำปี 2557-2558 โดยไทยติดอันดับที่ 31 จากอันดับที่ 37 ในปี 2556 ขณะสวิตเซอร์แลนด์ รั้งอันดับ 1 ประเทศที่มีขีดแข่งขันสูงสุดในโลกเป็นปีที่ 6 ติดต่อกัน ส่วนสิงคโปร์ ผงาดอันดับ 2 ติดอันดับสูงสุดในเอเชีย
รายงานประจำปีของเวิลด์ อีโคโนมิค ฟอรัม ระบุว่า ถึงแม้ไทย จะประสบกับวิกฤติทางการเมืองที่ยืดเยื้อ แต่ก็สามารถไต่อันดับประเทศที่มีขีดความสามารถในการแข่งขันขึ้นมาได้ 6 อันดับจากปีก่อน มาอยู่ในอันดับที่ 31 ในปีนี้ โดยมีปัจจัยด้านสภาพแวดล้อมเศรษฐกิจมหภาคดีขึ้น 12 อันดับ มาอยู่ในอันดับที่ 19 ในปัจจุบัน
ในปี 2556 ไทย เกือบมีงบประมาณสมดุลและเกือบลดอัตราเงินเฟ้อให้เหลือ 2% ขณะที่หนี้สาธารณะยังคงทรงตัว และอัตราการออมยังคงอยู่ในระดับสูง
ในปีนี้ ไทยยังคงทำได้ดีในการพัฒนาทางการเงิน ติดอยู่ในอันดับที่ 34 และสามารถปรับปรุงประสิทธิภาพด้านการตลาดให้มีความแข็งแกร่งได้ดี ปรับขึ้นมา 4 อันดับ มาอยู่ในอันดับที่ 30 แต่การแข่งขันในตลาดของไทยยังคงมีข้อจำกัด เนื่องจากอุปสรรคต่างๆในการรุกเข้าตลาดไทย โดยเฉพาะในส่วนที่ส่งผลกระทบต่อการลงทุนของต่างชาติ
เมื่อพิจารณาถึงปัญหาความท้าทายต่างๆที่ยังคงมีอยู่ในการดำเนินธุรกิจในไทย สิ่งสำคัญที่สุดคือ ธรรมาภิบาล การเมือง และเสถียรภาพด้านนโยบาย ความล่าช้าของระบบราชการที่ยังมีอยู่มาก ปัญหาคอร์รัปชั่น ความวิตกเรื่องความมั่นคงในประเทศ และความไม่แน่นอนของการปกป้องทรัพย์สินทางปัญญาที่ยังคงบั่นทอนกรอบงานเชิงสถาบันอย่างมาก โดยอยู่อันดับที่ 93 ลดลงมา 8 อันดับ
ส่วนระดับความเชื่อมั่นในตัวนักการเมืองของไทยถือว่าอยู่ในอันดับต่ำสุดในโลก คืออันดับ 129 ส่วนเรื่องที่น่าวิตกกังวลอื่นๆ คือ คุณภาพด้านการศึกษาของไทยที่ปีนี้อยู่ในอันดับ 87 ลดลงจากปีก่อน 9 อันดับ ส่วนความพร้อมด้านเทคโนโลยีของไทย ยังคงอยู่ในระดับต่ำ คืออันดับที่ 65 แม้ว่าไทยจะมีคะแนนในส่วนนี้ดีขึ้นคือปรับขึ้นมา 13 อันดับ แต่การประเมินครั้งนี้ กระทำก่อนที่จะมีการปฏิวัติเมื่อเดือน พ.ค. ที่ผ่านมา
ทางด้านประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่สุดของโลก อย่าง สหรัฐ มีขีดแข่งขันไต่ขึ้นมาจากปีก่อน 2 อันดับ มาอยู่ที่อันดับ 3 ตามหลังสิงคโปร์ ที่ครองอันดับ 2 เป็นปีที่ 4 ติดต่อกัน และสวิตเซอร์แลนด์ ในอันดับ 1 เป็นปีที่ 6 ติดต่อกัน เนื่องจากบริษัทสหรัฐ มีจุดเด่นด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยี ที่มีความสลับซับซ้อน ช่วยหนุนให้ขีดความสามารถด้านการแข่งขันในตลาดโลกปรับตัวดีขึ้น
ทั้งนี้ ในกลุ่ม 10 ประเทศที่มีขีดความสามารถด้านการแข่งขันสูงสุดของโลก นอกจาก 3 อันดับที่กล่าวมาข้างต้นแล้ว ยังประกอบด้วยฟินแลนด์ ในอันดับ 4 ตามมาด้วย เยอรมนี ญี่ปุ่น ฮ่องกง เนเธอร์แลนด์ สหราชอาณาจักร และสวีเดน
ขณะที่ 10 ชาติที่มีขีดความสามารถด้านการแข่งขันสูงสุดในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก จาก 144 ประเทศ คือ สิงคโปร์ (2) ญี่ปุ่น (6) ฮ่องกง (7) ไต้หวัน (14) นิวซีแลนด์ (17) มาเลเซีย (20) ออสเตรเลีย (22) เกาหลีใต้ (26) จีน (28) และไทย (31)
.......................................
.......................................
(หมายเหตุ ที่มา : กรุงเทพธุรกิจ)



