
เปิดปฏิทินคกก.สรรหาสปช.11ด้าน
เปิดปฏิทินคกก.สรรหาสปช.11ด้าน ไม่เกิน17ก.ย.เคาะ50ว่าที่แต่ละด้าน
3ก.ย.2557 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากที่มีการปิดรับการเสนอชื่อเป็นสปช.แล้วและมีการกำหนดว่าคณะกรรมการสรรหาสปช.ทั้ง 11 ด้านจะใช้เวลาในการประชุมไม่เกิน 4 ครั้งในการสรรหาผู้เหมาะสมเป็นสปช.ด้านละไม่เกิน 50 คนนั้น มีรายงานว่า หลังการประชุมคณะกรรมการสรรหานัดแรกในวันที่ 4 ก.ย. เพื่อรับมอบนโยบายจากพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคสช.และแต่ละคณะจะมีการประชุมเพื่อคัดเลือกกรรมการคนหนึ่งทำหน้าที่ประธานคณะกรรมการสรรหา ซึ่งคาดว่าจะเป็นเบอร์หนึ่งในคณะกรรมการสรรหาที่ได้รับแต่งตั้งจากคสช.และเป็นที่ปรึกษาของคสช. ได้รับคัดเลือกให้เป็นประธานคณะกรรมการสรรหาในแต่ละด้านแล้ว ก็จะมีการนำเสนอรายชื่อผู้ที่เข้ารับการเสนอชื่อทั้งหมด การกำหนดวิธีการประชุม การส่งบัญชีรายชื่อ เอกสารประกอบการพิจารณาคัดเลือกว่าจะเป็นเมื่อใด
ส่วนการประชุมนัดที่สองจะมีขึ้นในวันที่ 12 ก.ย. เพื่อนำข้อมูลเกี่ยวกับรายชื่อและคุณสมบัติบุคคลที่ได้รับการเสนอชื่อมาพิจารณา และคณะกรรมการสรรหาอาจจะเริ่มดำเนินการสรรหาได้เลย ขณะที่การประชุมนัดที่สามในวันที่ 15 ก.ย. วันดังกล่าวตามแผนงานแล้วเป็นวันที่คณะกรรมการสรรหาจะดำเนินการสรรหา โดยอาจจะดำเนินการสรรหาให้แล้วเสร็จได้ว่าที่สปช.ด้านละไม่เกิน 50 คนเลยก็ได้ แต่หากไม่แล้วเสร็จ ก็กำหนดให้ประชุมสรรหาให้แล้วเสร็จในนัดสุดท้ายวันที่ 17 ก.ย. เพื่อที่หลังจากนั้นฝ่ายเลขานุการคณะกรรมการสรรหาจะได้ดำเนินการในด้านธุรการทั้งในเรื่องของการจัดทำเอกสาร การรวบรวมรายชื่อผู้เหมาะสมได้รับการสรรหาเป็นสปช. จากคณะกรรมการสรรหาระดับจังหวัด ก่อนที่จะส่งรายชื่อผู้เหมาะสมเป็นสปช.ด้านละไม่เกิน 50 คนของคณะกรรมการสรรหา 11 ด้านจำนวน 550 คน และรายชื่อผู้เหมาะสมเป็นสปช.จากคณะกรรมการสรรหาระดับจังหวัด ๆ ละ 5 คน 77 จังหวัดจำนวน 385 คน รวมรายชื่อผู้เหมาะสมเป็นสปช.จากทั้งสองส่วนจำนวน 935 คนให้กับคสช.ภายในวันที่ 22 ก.ย. เพื่อให้ทันกับกรอบเวลาวันที่ 23 ก.ย. ที่กำหนดว่า คสช.จะเริ่มพิจารณาคัดเลือกบุคคลเป็นสปช.จำนวน 250 คน โดยเลือกจากรายชื่อคณะกรรมการสรรหา 11 ด้าน จำนวน 173 คน และจากคณะกรรมการสรรหาระดับจังหวัด 77 จังหวัด ๆ ละ 1 คน
ทั้งนี้การประชุมของคณะกรรมการสรรหา 11 ด้านเพื่อคัดเลือกบุคคลทั้ง 3 ครั้งในทางหลักการคสช.ต้องการให้ทุกคณะได้ประชุมพร้อมกันในวันเวลาที่กำหนดเนื่องจากต้องการให้การสรรหาบุคคลในแต่ละคณะเสร็จไปพร้อม ๆ กันแต่เนื่องจากกรรมการสรรหาในหลายคณะเป็นรัฐมนตรีอาจมีปัญหาเรื่องเวลาจึงอาจนัดประชุมต่างหากได้แต่มีกำหนดเวลาการสรรหาควรเสร็จภายในวันที่17ก.ย แต่ทั้งนี้ก็ได้มีการกำหนดสถานที่ประชุมไว้ อาจเป็นที่มูลนิธิอนุรักษ์ป่ารอยต่อ 5 จังหวัด ในกองพันทหารราบที่ 1 กรมทหารราบที่1มหาดเล็กรักษาพระองค์ หรือ( ร.1รอ) และที่กองพันทหารราบที่ 4 กรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กรักษาพระองค์ หรือ (ร 1 พัน 4 รอ) ส่วนเมื่อคณะกรรมการสรรหา ๆได้ผู้เหมาะสมเป็นสปช.ในแต่ละด้านไม่เกิน 50 คนแล้ว เอกสารที่จะมีการจัดทำเสนอต่อคสช. จะประกอบไปด้วย รายชื่อผู้ได้รับการเสนอชื่อ องค์กรนิติบุคคลที่เสนอชื่อ ประสบการณ์ ความโดดเด่นและเรื่องที่มีการนำเสนอที่จะเข้าไปปฏิรูป และมติที่คณะกรรมการสรรหาเลือกบุคคลนั้น ๆ ว่าได้จำนวนกี่เสียง โดยรายชื่อทั้ง 50 รายชื่อจะถูกจัดเรียงตามตัวอักษร แต่ก็จะมีการจัดทำเอกสารปะหน้าที่จะบอกถึงชื่อผู้ที่เหมาะสมเป็นสปช.ทั้ง 50 คนที่คณะกรรมการสรรหาเลือกโดยเรียงตามลำดับคะแนนที่ได้จากคณะกรรมการสรรหา เพื่อให้เกิดความสะดวกต่อการพิจารณาคัดเลือกของคสช.
อย่างไรก็ตามการที่พ.ร.ฎ.ว่าด้วยการสรรหาสปช.ไม่ได้กำหนดว่าเมื่อคณะกรรมการสรรหา 11 ด้านได้เสนอรายชื่อผู้เหมาะสมเป็นสปช.ด้านละไม่เกิน 50 คนให้คสช.แล้ว คสช.ต้องคัดเลือกผู้เหมาะสมเป็นสปช.ที่แต่ละด้านที่ส่งมาจำนวนเท่าใด เพียงแต่ระบุว่าให้เลือกจากผู้เหมาะสมที่คณะกรรมการสรรหา 11 ด้านเสนอมา 550 คน เลือกให้เหลือ 173 คน ดังนั้น เมื่อคำนวณสัดส่วน 11 ด้านค่าเฉลี่ยการคัดเลือกบุคคลเป็นสปช.ของคสช.แต่ละจะอยู่ที่ 15 คน แต่มีรายงานว่า สัดส่วนที่คสช.จะเลือกบุคคลเป็นสปช.ในแต่ละด้านนั้นคสช.จะคำนึงว่าในภาวะของประเทศขณะนี้ว่าจำเป็นต้องให้น้ำหนักกับการปฏิรูปด้านใดมากเช่น การเมือง เศรษฐกิจ ศึกษา ก็จะเน้นในการคัดเลือกบุคคลด้านนั้น ๆ มากกว่า 15 คนโดยอาจจะถึง 20 คน แต่เพื่อไม่ให้เกิดความแตกต่างมาก จึงมีการกำหนดค่ากลางที่คสช.จะต้องเลือกบุคคลเป็นสปช.ในแต่ละด้านอยู่ที่ 10-12 คนเป็นอย่างน้อย



