ข่าว

อิ่มเจให้ใจสบายกายสุขภาพดี

อิ่มเจให้ใจสบายกายสุขภาพดี

05 ก.ย. 2557

ไลฟ์สไตล์ : อิ่มเจให้ใจสบาย กายสุขภาพดี

 
                    เทศกาลกินเจปีนี้อยู่ระหว่างวันที่ 24 กันยายนถึง 2 ตุลาคม เป็น 9 วันมหามงคลที่จะได้งดการเบียดเบียนชีวิตแล้วหันกลับมาดูแลกายและใจ แต่ใช่ว่าจะไม่มีอุปสรรคหลายคนประสบปัญหา เช่น กินเจแล้วไม่อยู่ท้อง หิวบ่อย หรือ อร่อยแต่มีไขมันหรือคาร์โบไฮเดรตสูง ทำให้น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นได้ บริษัท เนสท์เล่ (ไทย) จำกัด นำโดย ศิริพร เรืองธัมมกิจ ผู้จัดการฝ่ายสื่อสารองค์กรและโภชนาการ จึงปิ้งไอเดียจัดเวิร์คช็อป “สุขกาย สุขใจ กินเจกับเนสท์เล่” เผยเคล็ดลับความรู้ด้านโภชนาการที่เหมาะสมในการกินเจอย่างไรให้สุขภาพดี พร้อมแนะนำเมนูสร้างสรรค์เพื่อสุขภาพ เชิญสองกูรู “ซาร่า” พิมพ์วดี อากิลา ผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการจากเนสท์เล่ และ “ปลา” อัจฉรา บุรารักษ์  ผู้รอบรู้เรื่องอาหาร มาร่วมพูดคุย ที่ห้องเรสซิเด้นส์ 305 โรงแรมแกรนด์ ไฮแอท เอราวัณ เมื่อวันก่อน
 
                    นักโภชนาการสาว “ซาร่า” พิมพ์วดี เผยเคล็ดลับการเลือกรับประทานเจให้สุขภาพดีว่า ในช่วงเทศกาลถือศีลกินเจ การเลือกรับประทานอย่างเหมาะสมเป็นสิ่งที่ควรพิถีพิถัน เพราะรสชาติไม่เพียงต้องอร่อยเท่านั้นหากยังต้องอยู่ท้อง และได้สุขภาพดีควบคู่กัน โดยมีแนวทาง 3 ประการง่ายๆ ที่สามารถทำได้
 
                    “ข้อแรก กินเจอร่อย ไม่อ้วน กินสามมื้อให้ครบแค่ลดแป้ง โดยเฉพาะมื้อเช้าจำกัดปริมาณข้าวแป้งขัดสี เสริมด้วยผักและผลไม้ในทุกมื้อ เลี่ยงอาหารทอด หรือผัดที่ใช้น้ำมันมากๆ เปลี่ยนเป็นหุง นึ่ง ตุ๋น ต้มแทน มื้อเช้าสำคัญที่สุด เพื่อลดความเสี่ยงที่จะกินเกินในมื้ออื่นๆ โดยวิธีง่ายๆ ให้ดื่มเครื่องดื่มธัญพืชที่มีประโยชน์ และดื่มน้ำครึ่งแก้วทุกชั่วโมง ถัดมา กินเจอร่อย อยู่ท้อง ควรเพิ่มใยอาหารเพื่อให้อิ่มนานกว่า อาทิ ผัก ผลไม้ ข้าวแป้งขัดสีน้อย ซีเรียลโฮลเกรนในทุกมื้อ เนื่องจากใยอาหารมีความสามารถในการอุ้มน้ำทำให้รู้สึกอิ่มนานกว่า โปรตีนต้องไม่ขาดด้วยการกินอาหารที่มีโปรตีนทุกมื้อจากพืชที่หลากหลาย อาทิ เต้าหู้ ถั่ว งา เห็ด และธัญพืชต่างๆ เพื่อให้ร่างกายได้รับกรดอะมิโนครบถ้วน จำไว้ว่ายิ่งหวานจัด ยิ่งหิวเร็ว การกินขนมหรือเครื่องดื่มหวานจัดอาจทำให้หิวเร็วยิ่งขึ้น หันมาเลือกเครื่องดื่มรสหวานกำลังดี แล้วเพิ่มมื้อว่างเพื่อเติมพลังระหว่างวันด้วยผลไม้สด หวานน้อย พลังงานต่ำ มีวิตามิน และใยอาหาร ที่สำคัญจิบน้ำบ่อยๆ ทุกชั่วโมง ไม่ว่าจะเป็น น้ำเปล่า น้ำแร่ หรือเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพเพื่อเพิ่มความอิ่มท้องระหว่างวัน
 
                    และ กินเจอร่อย 5 หมู่ อร่อยกับผักผลไม้อย่างน้อย 5 สี รวมทั้งวันให้ได้ครึ่งกิโลกรัมจะช่วยเพิ่มพลังสารต้านโรคให้กับร่างกาย หันมารับประทานอาหารปรุงเองโดยเลือกวัตถุดิบให้หลากหลาย แล้วปรุงด้วยซอสปรุงอาหารที่หมักจากถั่วเหลืองโดยวิธีธรรมชาติ ปลอดภัย มีไอโอดีน เสริมมื้อหลักด้วยมื้อว่างเพื่อสุขภาพ เพิ่มพลังงานและสารอาหารดีๆ เช่น  ผลไม้ น้ำเต้าหู้ เครื่องดื่มธัญพืชขัดสีน้อย และหมั่นดื่มน้ำเปล่า หรือน้ำแร่ระหว่างวันให้ครบ 8 แก้ว เพื่อคืนความชุ่มชื่นและคืนสมดุลให้ร่างกาย” ผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการ ชี้ชวนพร้อมกับเสริมว่า ควรสร้างสมดุลทั้งร่างกายและจิตใจด้วยการออกกำลังกายที่ใช้พลังงานต่อเนื่อง เช่น การเต้นแอโรบิก วิ่งจ็อกกิ่ง ว่ายน้ำ 30 นาทีต่อครั้ง 3-5 วันต่อสัปดาห์ และนอนหลับ 7-8 ชั่วโมงต่อวัน ทำจิตใจให้สงบ และผ่อนคลายความเครียด ช่วยให้ร่างกายปรับสมดุล ฮอร์โมนทำงานปกติ
 
                    ปิดท้ายที่ “ปลา” อัจฉรา กูรูอาหารคนดังที่ชวนเวิร์กช็อปอาหารเจง่ายๆ แต่ได้สุขภาพดีอย่าง “ เมี่ยงเต้าหู้เห็ดหอม” และ “ลอง แบล็ค คอฟฟี พาราไดซ์” พร้อมบอกว่า ปกติเป็นคนที่ใส่ใจดูแลสุขภาพ และทำอาหารเองอยู่แล้ว ดังนั้นจึงเลือกสรรเฉพาะวัตถุดิบที่สดใหม่และเครื่องปรุงที่หมักโดยวิธีทางธรรมชาติเพื่อให้แน่ใจว่าอาหารที่ได้จะอิ่มอร่อย ถูกปาก และได้สารอาหารครบถ้วน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเทศกาลเจที่ต้องให้ความสำคัญในการเลือกวัตถุดิบที่จะมาประกอบอาหาร