
เงินทองต้องรู้ : ก่อนตาย
05 ก.ย. 2557
เงินทองต้องรู้ : ก่อนตาย : โดย...ขวัญชนก วุฒิกุล
ระยะหลังรู้สึกใกล้ชิดกับความตายมากขึ้น ไมใช่เพราะมีประสบการณ์เฉียดตายหรืออะไร แต่เพราะเห็นทั้งคนคุ้นเคยและคนไม่คุ้นเคย ลาจากโลกนี้ไปด้วยเวลาและรูปแบบที่แตกต่างกัน
หลายคนจากไปตามเวลาที่ควรจะเป็น และน่าดีใจที่บางท่านมีเวลาจัดการสะสางทุกอย่างให้เรียบร้อย ราวกับรู้ตัวล่วงหน้า คุณพ่อของน้องที่สนิทกันมากเพิ่งจะจากไปในวัยกว่า 80 ปี น้องคนนี้เล่าว่า พ่อเคยป่วยหนักเมื่อ 3 ปีที่แล้ว ก่อนจะกลับมาแข็งแรง เดินเหินเป็นปกติ ทำงานได้ตามกำลังแรงของชายวัยชรา ทั้งสุขภาพกายและสุขภาพใจของท่านแจ่มใสมากจนลูกหลานวางใจ จนก่อนหน้าวันที่ท่านจะเสียเพียงสัปดาห์เดียว ท่านก็เรียกลูกหลานมาพร้อมหน้า แล้วแจกแจงทรัพย์สิน ทั้งเงินสด โฉนดที่ดิน รวมทั้งอื่นๆ ที่ลูกหลานสามารถรับสิทธิประโยชน์หลังการจากไป วันนั้นลูกหลานพากันหัวเราะบอกว่า นึกยังไง อยู่ๆ ถึงเรียกมารวมตัวแล้วสั่งเสีย เพราะใครๆ ก็เชื่อว่า พ่อจะอยู่ได้อีกนาน
เพียงแค่ไม่กี่วันหลังจากจัดการทุกอย่างเรียบร้อย คุณพ่อของน้องท่านนี้ก็นอนหลับสบายและไม่ฟื้นคืนอีกเลย ท่านคงรู้ดีกว่าใคร ว่าเวลาของท่านเหลืออีกเท่าไหร่
หลังจากนั้นไม่นาน มีเพื่อนรุ่นน้องในเฟซบุ๊กอย่างน้อย 2 คนแสดงความเสียใจต่อการจากไปของ “เพื่อน” ซึ่งหนึ่งเป็นหญิง และอีกหนึ่งเป็นชาย ที่อายุรุ่นราวคราวเดียวกัน และจากไปด้วยอุบัติเหตุเหมือนกัน ในวัยเพียง 30 ปีต้นๆ เท่านั้น เป็นเรื่องน่าเศร้าและเสียใจกับการลาจากที่ปราศจากคำร่ำลาใดๆ
นั่งนึกถึงเหตุการณ์ 2-3 เหตุการณ์ กับบุคคลอันเป็นที่รักของคนรู้จักทั้ง 3 คนที่จากไป ทำให้อดคิดไม่ได้ว่า ในขณะที่หลายคน “เข้มงวด” กับตัวเองเพื่อรอความสุขในวัยเกษียณ จนหลายครั้งการใช้ชีวิตก็ตึงเกินไป ระหว่างทางเดินของชีวิตแทบจะไม่แสวงหาความสุข เพราะหวังจะสร้างความมั่งคั่งเพื่อความมั่นคง สุขสบายตอนแก่ แต่วันนั้นกลับไม่เคยมาถึง เพราะใครๆ ก็มีสิทธิ์ตายก่อนวัยอันควรกันทั้งนั้น ส่วนอีกหลายคนก็ “หละหลวม” เกินไป ขาดวินัยและถือคติว่า ใช้ชีวิตให้เหมือนวันสุดท้าย ไม่เก็บออม และตอบสนองความต้องการของตัวเองแบบไม่เผื่อเหลือเผื่อขาด สุดท้ายก็ต้องทนทุกข์ในบั้นปลายของชีวิต
เมื่อไม่รู้ว่า จะตายเมื่อไหร่ ก็เตรียมตัวตายให้สง่างาม และใช้ชีวิตทุกวันอย่างพอเหมาะพอดี ไม่เบียดบังความสุขทั้งวันนี้ และวันหน้า วางแผนเผื่ออนาคต เพื่อให้ภาวะก่อนตายเป็นไปอย่างสมดุลกับนาทีที่ยังมีลมหายใจ
พอคิดได้แบบนี้ ก็เลยลองค้นหาเกี่ยวกับ “การเตรียมตัวก่อนตาย” แล้วพบว่า ครั้งหนึ่ง ท่านเจ้าคุณพระเทพประสิทธิคุณ อดีตเจ้าอาวาสวัดประยุรวงศาวาส ได้เทศน์เรื่อง “เตรียมตัวก่อนตาย” ไว้ จนต้องขออนุญาตนำมาฝาก ท่านกล่าวไว้ว่า “เกิดเป็นคนแล้วต้องเตรียม ถ้าไม่เตรียมเสียเหลี่ยมของความเป็นคน” และเสนออุบายวิธีเตรียมตัวก่อนตายไว้ 4 วิธี นั่นคือ 1.ทำบุญเป็นนิตย์ 2.คิดถึงความตาย 3.วิจัยสมบัติ และ 4.จัดการเรื่องหนี้
ท่านเจ้าคุณกล่าวว่า ประการที่ 1 คำว่า “บุญ” เป็นชื่อของความสุข ความดี เป็นที่พึ่งของสัตว์ทั้งหลายทั้งในโลกนี้และโลกหน้า การสั่งสมบุญเป็นเหตุนำมาซึ่งความสุข ชีวิตจะราบรื่นหรือล้มลุกก็เพราะบุญที่ทำกรรมที่สร้าง ดังคำที่ท่านกล่าวว่า “ยามบุญมาวาสนาช่วย ที่ป่วยก็หาย ที่หน่ายก็รัก หากบุญไม่มา วาสนาไม่ช่วย ที่ป่วยก็หนัก ที่รักก็หน่าย” เพราะฉะนั้น พึงทำบุญไว้ให้มากจักได้สุขสบายทั้งในปัจจุบันและอนาคต
ประการที่ 2 การระลึกถึงความตายเป็นอารมณ์อยู่เสมอ จัดเป็นมรณานุสติ จักได้คลายความประมาทมัวเมา ความยึดมั่นถือมั่น ฝึกจิตให้คุ้นชินกับความตาย จนกระทั่งมองเห็นเป็นเรื่องธรรมดา จัดเป็นผู้มีขวัญดี ไม่หวั่นไหว ยามร้ายคือมรณะมาถึง
ประการที่ 3 คำว่า “วิจัยสมบัติ” หมายถึง แยกแยะ แบ่งสัน ปันส่วน ในทรัพย์สินมรดกให้เรียบร้อย หรือทำพินัยกรรมไว้ให้ดี ป้องกันลูกหลานที่ขาดคุณธรรมและจิตสำนึกทะเลาะเบาะแว้งแย่งชิงสมบัติ ภายหลังการจากไปของพ่อแม่ปู่ย่าตายาย
“สมบัติ” จะกลายเป็น “วิบัติ” หากไม่จัดการแยกแยะ จัดการแบ่งสันปันส่วนให้เรียบร้อย
และ ประการที่ 4 จัดการเรื่องหนี้ คำว่า “หนี้” หมายถึงสิ่งที่เราจะต้องจ่ายต้องใช้ทดแทน จะหลบเลี่ยงบ่ายเบี่ยงไม่ได้ ถือว่ามีความผิด ไม่ผิดกฎหมาย ก็ผิดกฎแห่งศีลธรรมทุกชีวิตที่เกิดมาต่างก็หนีหนี้ไม่พ้นด้วยกันทั้งสิ้น หนี้อะไรบ้างที่ผูกพันกับชีวิตอยู่ตลอดเวลา เช่น หนี้ชีวิต หนี้บุญคุญ หนี้ทรัพย์สินเงินทอง และ หนี้เวรหนี้กรรม
หนี้ทั้งสี่ประเภทนี้ หนี้ชีวิตถือว่าสำคัญที่สุด พ่อแม่เป็นเจ้าหนี้รายใหญ่ของลูก เพราะท่านให้ยอดของทรัพย์ คือชีวิตเลือดเนื้อ เมื่อมีโอกาสพึงจัดการชำระหนี้ ด้วยวิธีกตัญญูกตเวที ตอบแทนความดีของท่าน ด้วยการเลี้ยงดูท่านทั้งกายและใจ อย่าปล่อยให้ท่านอดอยากลำบากกายใจยามแก่ชรา พึงแบ่งเบาภาระด้วย ช่วยเหลือกิจการงานของท่าน รักษาวงศ์ดำรงตระกูลไว้ ประพฤติปฏิบัติตนอยู่ในศีลธรรมให้ท่านไว้วางใจ เพื่อท่านจะมอบมรดกให้ครอบครองในภายหน้า ยามท่านเจ็บไข้ไม่นิ่งดูดายต้องเยียวยารักษา ถึงคราวมรณาต้องจัดการงานศพให้
ท่านเจ้าคุณอดีตเจ้าอาวาสวัดประยุรวงศาวาส กล่าวไว้ด้วยว่า ผู้ที่เตรียมพร้อมได้ครบทั้ง 4 วิธีดังกล่าวนี้ ย่อมมีหลักประกันได้ว่า “อยู่ก็สบาย ไปก็สะดวก” เหมือนเดินทางในที่โล่ง ย่อมโปร่งใสทั้งในโลกนี้และโลกหน้า
มิอาจเอื้อมขยายความคำเทศนาของท่านเจ้าคุณ แต่อยากจะเน้นใน 2 ส่วนท้าย นั่นคือ วิจัยสมบัติ และจัดการเรื่องหนี้ เพราะเป็นหลักการจัดการทั้งทรัพย์สินและหนี้สิน ที่ครบถ้วนและครอบคลุมยิ่งนัก
แน่นอนว่า การเตรียมความพร้อมเข้าสู่การเป็นผู้สูงอายุอย่างมีคุณภาพ ควรจะต้องเตรียมความพร้อมตั้งแต่ในช่วงวัยทำงาน โดยเริ่มจากการวางแผนทางการเงินและการสร้างหลักประกันความมั่นคงในชีวิตหลังเกษียณ การมีแผนรองรับสำหรับการจัดการด้านสุขภาพ และการรับมือกับโรคภัยไข้เจ็บที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ เมื่อเพิ่มเติมทั้ง “วิจัยสมบัติ” และ “จัดการเรื่องหนี้” ก็ทำให้วัฏจักรชีวิต ตั้งแต่เกิด แก่ เจ็บ ตาย เป็นไปอย่างมีความพร้อมมากขึ้น
ส่วนความไม่แน่นอนของชีวิต ก็ยึดหลัก “ทางสายกลาง” ของพระพุทธเจ้า ไม่เข้มงวดกับตัวเองมากเกินไป ไม่หละหลวมมากเกินไป และอย่าลืม “เมตตา” ตัวเอง เมื่อถึงเวลาจากไปก่อนวัยอันควร ก็อาจพิจารณาได้ว่า ที่ทำมาตลอดก็เหมาะควรแก่ตนเองแล้ว
----------------------------
(เงินทองต้องรู้ : ก่อนตาย : โดย...ขวัญชนก วุฒิกุล)



