
สะใภ้อินเตอร์:ตามหา'รักแท้'ไม่ยากเลย
04 ก.ย. 2557
ตามหา'รักแท้'ไม่ยากเลย : คอลัมน์ เขยฝรั่ง-สะใภ้อินเตอร์ เรื่อง... ศุภกร อรรคนันท์ เรียบเรียง... เสาวลักษ์ คงภัคพูน
เสน่ห์ของเมืองไทย ทำให้ชาวต่างชาติโดยเฉพาะแถบยุโรป ที่เมื่อได้มาสัมผัสต่างก็ลุ่มหลง และต้องกลับมาเยือนซ้ำอีกหลายครั้งเสมอ บางคนที่ชอบจนถึงขั้นหลงรักประเทศไทยก็จะตั้งเป้าหมายในชีวิตหลังวัยเกษียณจะขอมาใช้ชีวิตบั้นปลายที่ประเทศไทย ดินแดนแห่งรอยยิ้มและมิตรภาพ
ดังเช่น คริสเตียน บูเชอร์ วัย 64 ปี ที่ใฝ่ฝันจะใช้ชีวิตหลังเกษียณที่เมืองไทย หลังจากเคยมาเที่ยวประเทศไทยหลายครั้งแล้วชอบในอากาศ อาหาร และผู้คน แต่เมื่อนำเรื่องไปปรึกษาภรรยาคนชาติเดียวกัน กลับได้รับการปฏิเสธอย่างสิ้นเชิง
แม้จะพยายามบอกเล่าพูดคุยหลายครั้งก็ยังได้รับการยืนยันอยู่อย่างนั้น ชั่งใจแล้วว่า ตั้งใจจะไปใช้ชีวิตในเมืองไทยให้ได้ เมื่อหนทางเลือกถูกใครบางคนปิดตาย เขาจึงตัดสินใจเปิดอิสระให้แก่ตัวเอง ด้วยการขอเลิกกับภรรยา เลือกเส้นทางชีวิตที่ต้องการหาความสุขใส่ตัวในช่วงบั้นปลาย ดีกว่าจับเจ่าอยู่กับสถานที่ที่แม้จะคุ้นเคยแต่ไม่เคยรัก
"ที่เมืองไทยมีอากาศเย็นสบาย ไม่หนาวจัด ไม่ร้อนมาก อาหารไทยอร่อย คนไทยนิสัยดี ทุกคนมีแต่รอยยิ้ม มีสถานที่ท่องเที่ยวมากมาย มีภูเขา น้ำทะเล ชอบมาก อยู่ที่บ้านในประเทศฝรั่งเศสอากาศหนาวมาก เป็นอุปสรรคในการใช้ชีวิตของคนชรา ประกอบกับที่นั่นคนแก่มักจะถูกให้ออกจากบ้านไปอยู่สถานสงเคราะห์คนชรา เป็นเรื่องที่ผมรับไม่ได้ และไม่ชอบมากๆ ผิดกับประเทศไทย ที่รัก เคารพให้ความนับถือและดูแลผู้ใหญ่ในบ้านดีมากๆ จึงต้องการใช้บั้นปลายของชีวิตอยู่ที่เมืองไทยกับหญิงไทย คนที่มีน้ำใจและพร้อมที่จะดูแลซึ่งกันและกัน"
เมื่อทิ้งทุกอย่างไว้ข้างหลัง คริสเตียนเดินทางมาท่องเที่ยวในไทยอีกครั้ง แต่คราวนี้เขาต้องการเดินหน้าใช้ชีวิตกับสาวไทยสักคน มุ่งหน้ามาเที่ยวพัทยา ให้ร่างกายได้พักผ่อน และทุกครั้งที่ไปไหนก็จะมองหาหญิงไทยที่ถูกตาต้องใจ โดยต้องมีกิริยามารยาทดี ดูจริงใจ ยิ้มหวาน
ขณะที่ "เครือวัลย์ ไชยทอง" ชาวจังหวัดสงขลา ในวัยที่ห่างกันกว่า 20 ปี มือนวดของร้านนวดแผนโบราณแห่งหนึ่ง ย่านพัทยากลาง สาวใต้ที่ผ่านความลำบากมามาก
ต้องเลี้ยงดูส่งเสียบุตรสาวโดยลำพัง เพราะทนความเจ้าชู้ของสามีไทยคนแรกไม่ได้ จึงต้องเลิกราไป ครั้งนั้นต่อสู้กับชะตาชีวิตด้วยการขายผักตามตลาดนัด ทำให้ได้พบรักกับสามีชาวไทยอีกคน อยู่กินด้วยกันจนมีลูกชาย 1 คน แต่สามีมีนิสัยเจ้าชู้ ดื่มสุรา ติดการพนัน ทำให้เครือวัลย์ต้องโบกมือลาแล้วมาหางานทำที่พัทยา
ชะตาชีวิตเล่นตลกกับเธออีกครั้ง เมื่อมารดาล้มป่วยด้วยโรคมะเร็งระยะสุดท้าย เธอต้องกลับไปดูแลบุพการีในวาระสุดท้ายของชีวิต แต่ก็ไม่อาจยื้อลมหายใจของแม่ไว้ เมื่อเสร็จจากงานศพ เครือวัลย์จึงได้ย้อนกลับมาทำงานที่ร้านนวดแผนโบราณ ร้านเดิมที่พัทยา
"เครือวัลย์" ทำงานอย่างมุมานะและตั้งใจ หามรุ่งหามค่ำ ตั้งแต่เช้ายันดึก เหนื่อยกายแต่มีกำลังใจผลักดันจากลูก นึกถึงหน้าที่พวกเขาได้กินอิ่มนอนอุ่น มีเสื้อผ้าสวยๆ มีอาหารที่เพียงพอ ทำให้เธอไม่หวั่นแม้จะเหนื่อยเพียงใด
วันหนึ่งขณะนั่งพักผ่อนรอลูกค้าเข้าร้าน มีพ่อค้าถั่วต้มเดินเข้ามาทักว่า อยู่ที่ร้านไม่มีทางได้เจอเนื้อคู่ ต้องออกไปเปิดหูเปิดตามซะบ้าง บางทีอาจได้เจอกับสิ่งที่ดีกับชีวิต เป็นคำพูดที่สะดุดหูและสะกิดใจเครือวัลย์ได้มาก ไม่รู้ว่าพ่อค้าถั่วทักทายพูดไป หรือมีความรู้ด้านโหราศาสตร์หรือไม่ แต่เมื่อนำข้อความมาคิดดูหลายรอบ เครือวัลย์รู้สึกได้ถึงความหมายที่ซ่อนอยู่ภายใน จะพบเนื้อคู่หรือไม่ มิใช่ประเด็นสำคัญ การได้ออกไปเปิดหูเปิดตาบ้างก็น่าจะดี ได้เรียนรู้ ได้รู้จักผู้คนในสังคมใหม่ๆ อาจมีความก้าวหน้าในชีวิตมากกว่าจะจมปลักอุดอู้อยู่กับงานเพียงอย่างเดียว การรู้จักผู้คนมากขึ้นย่อมดีกว่า
คืนนั้น "เครือวัลย์" ชวนเพื่อนๆ ไปรับประทานอาหารที่วอล์กกิ้งสตรีท ได้นั่งพูดคุยกับเพื่อนๆ และเห็นผู้คนเข้าออกร้าน รู้สึกเพลิดเพลินใจ ความคิดเรื่องหาเนื้อคู่ตามที่หมอดูถั่วต้มทักทายมีแวบมาในสมองบ้าง จึงมีบางครั้งที่แอบสอดส่ายสายตา เผื่อว่าอาจจะเจอ แค่คิดเล่นๆ และลองมองหา ก็รู้สึกสนุกสนาน หาสิ่งที่ท้าทายใหม่ๆ ในชีวิต แต่ก็ไม่ได้จริงจังมากนัก กายใจอาจจะพร้อมที่จะสร้างครอบครัวใหม่ แต่ก็ยังห่วงลูกทั้งสอง หากแต่งงานใหม่จะเข้ากันได้หรือไม่ และเขาจะดีพอหรือ
เครือวัลย์ไปนั่งรับประทานอาหารที่วอล์กกิ้งสตรีทติดกัน 3 วัน คำทำนายก็เริ่มส่อแววว่าจะจริง เมื่อคริสเตียนที่ไปนั่งรับประทานอาหารกับน้องชายและเพื่อนๆ หลายคน ก็พยายามมองหาสาวไทยสักคนที่จะมาเป็นคู่ชีวิต สายตาสะดุดสาวใต้ตาคมคนนี้ นั่งจ้องมองจะหาโอกาสเข้าทักทายพูดคุยก็ยังไม่กล้า เพราะใช่ว่าผู้หญิงไทยทุกคนจะชอบคนต่างชาติ ประเพณีที่ไม่เหมือนกันอาจทำให้การทักทายสื่อสารไม่เข้าใจ จนอาจจะเข้าใจผิดได้
เมื่อนั่งมองอยู่นาน เห็นเครือวัลย์พูดคุยหัวเราะอารมณ์ดีกับเพื่อนๆ ความสวยของรอยยิ้ม ติดตาต้องใจจนนั่งเฝ้ามองอยู่นิ่งนาน หลายครั้งได้สบสายตากัน ส่งยิ้มให้กันจนแน่ใจว่า ถ้าเข้าไปทักทายจะไม่ผิดหวัง เมื่อทางร้านเล่นดนตรีขึ้นต้นเพลง มายเวย์ "คริสเตียน" รีบฉวยโอกาสทองลุกเข้าไปขอเต้นรำ จุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์ที่ดี จากนั้นใช้เวลาในการคบหาเรียนรู้กันและกัน แม้จะมีปัญหาเรื่องการสื่อสารกันในระยะแรก แต่เมื่อใช้หัวใจคุยกัน ส่งภาษาแห่งความเข้าใจต่อกัน
ยิ่งนานวันทั้งสองคนก็รู้สึกว่าใช่ ตกลงตัดสินใจใช้ชีวิตคู่ร่วมกัน สมดังความหวังของคริสเตียน
"ภรรยายิ้มสวย ใจดี ไม่ผิดหวังเลยที่ตั้งใจจะสร้างครอบครัวกับหญิงไทย"
.......................................
(หมายเหตุ ตามหา'รักแท้'ไม่ยากเลย : คอลัมน์ เขยฝรั่ง-สะใภ้อินเตอร์ เรื่อง... ศุภกร อรรคนันท์ เรียบเรียง... เสาวลักษ์ คงภัคพูน)



