ข่าว

เตือนภัยระดับสีเหลืองรับมือน้ำยมล้นตลิ่ง

เตือนภัยระดับสีเหลืองรับมือน้ำยมล้นตลิ่ง

03 ก.ย. 2557

ชลประทาน จ.พิษณุโลก ประกาศเตือนภัยระดับสีเหลืองรับมือน้ำยมล้นตลิ่ง ขณะที่ อุตุฯชี้ไทยตอนบนยังคงมีฝนตกกระจายถึงเกือบทั่วไป ร้อยละ 60-70 กทม.-ปริมณฑลมีฝนร้อยละ 60

 
                    3 ก.ย.57 ที่จังหวัดพิษณุโลก หลังจากมีฝนตกหนัก น้ำป่าหลากเข้าท่วมหลายหมู่บ้าน ของ ต.บ้านยาง อ.วัดโบสถ์ ล่าสุดได้มีการเร่งระบายน้ำ ด้วยการลดระดับน้ำที่เขื่อนทดน้ำพญาแมนและฝายกั้นน้ำมะสูง เพื่อให้น้ำที่ท่วมขังในพื้นที่ระบายลงสู่แม่น้ำแควน้อย โดยมวลน้ำได้ไหลลงสู่แม่น้ำน่าน ส่งผลให้ระดับน้ำในแม่น้ำน่านเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว เพิ่มขึ้นจากเมื่อวานนี้ถึง 1.20 เมตร ทั้งนี้ศูนย์อุทกวิทยาและบริหารน้ำภาคเหนือตอนล่าง ได้รายงานสถานการณ์น้ำในลุ่มน้ำน่านว่า ที่สถานีวัดระดับน้ำ N5A เชิงสะพานเอกาทศรถ ต.ในเมือง อ.เมือง จ.พิษณุโลก ช่วงเวลา 06.00 น.ที่ผ่านมา วัดระดับน้ำในแม่น่านได้ 4.50 เมตร มีปริมาณน้ำไหลผ่าน 392 ลบ.ม./วินาที เพิ่มขึ้นจากเมื่อวานที่วัดระดับน้ำในแม่น้ำน่านได้ 3.30 เมตร ปริมาณน้ำไหลผ่าน 282 ลบ.ม./วินาที ขณะที่สถานการณ์น้ำป่าไหลหลากเข้าท่วม หลายหมู่บ้านที่ อ.วัดโบสถ์ เช้าวันนี้เริ่มคลี่คลายเข้าสู่ภาวะปกติ ส่วนสะพานไม้ที่พัง ทำให้ชาวบ้านสัญจรผ่านไปมาไม่ได้ ทางกองพลทหารราบที่ 4 จะส่งกำลังทหารร่วมกับชาวบ้าน ต.บ้านยางสร้างสะพานไม้ชั่วคราว เพื่อหาแนวทางช่วยเหลือชาวบ้านต่อไป
 
                    นายบรรดิษฐ์ อินต๊ะ ผู้อำนวยการโครงการชลประทาน จ.พิษณุโลก เปิดเผยว่า สถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่จังหวัดพิษณุโลกขณะนี้อยู่ในช่วงเฝ้าระวัง ในส่วนของพื้นที่ลุ่มน้ำน่าน ลุ่มน้ำแควน้อยไม่น่าเป็นห่วง เพราะเขื่อนสิริกิติ์และเขื่อนแควน้อยบำรุงแดน ยังสามารถกักเก็บน้ำได้อีกมาก แม่น้ำน่านในเขตตัวเมืองพิษณุโลกที่เพิ่มขึ้น ก็มาจากน้ำฝนที่ตกมาก และการระบายมาจากฝายมะขามสูงแม่น้ำแควน้อย เพื่อให้น้ำที่ท่วมในต.บ้านยาง และท่างาม อ.วัดโบสถ์คลี่คลาย นอกจากนี้ลุ่มน้ำสาขาอื่น ๆ ทั้งลำน้ำภาค อ.ชาติตระการ ลำน้ำแควน้อย อ.นครไทย ลำน้ำวังทอง อ.วังทอง และลำน้ำคลองชมพู อ.เนินมะปราง ก็อยู่ในภาวะปกติแล้ว หลังจากสัปดาห์ที่ผ่านมามีปริมาณเพิ่มสูงขึ้น แต่ปัจจุบันปริมาณฝนตกน้อย จึงไม่น่าห่วง
 
                    ขณะนี้ต้องเฝ้าระวังในเขตลุ่มน้ำยม ขณะนี้ได้แจ้งเตือนภัยในระดับสีเหลืองแล้ว ให้ประชาชนในพื้นที่แม่น้ำยมเตรียมพร้อมรับมือแม่น้ำยมล้นตลิ่ง ณ ปัจจุบัน ระดับแม่น้ำยมที่อ.บางระกำ ยังอยู่ต่ำกว่าระดับตลิ่งประมาณ 70 เซนติเมตร แต่วันนี้ ปริมาณน้ำที่บ้านห้วยสัก อ.สอง จ.แพร่ มีระดับสูงมาก มีปริมาณน้ำไหลผ่าน 1,055 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที และคาดว่าอีกประมาณ 3 วัน จะเริ่มไหลมาถึงประตูระบายน้ำหาดสะพานจันทร์ อ.สวรรคโลก จ.สุโขทัย ซึ่งต้องบริหารน้ำให้ไหลผ่านแม่น้ำยมไม่เกิน 600 ลบ.ม.ต่อวินาที เพื่อไม่ให้น้ำท่วมตัวเมืองสุโขทัย โดยการระบายผ่านคลองสวรรคโลก-พิชัย ลงสู่แม่น้ำน่านที่อ.พิชัย จ.อุตรดิตถ์ และอีกส่วนหนึ่งจะระบายผ่านคลองเมมหรือ แม่น้ำยมสายเก่า ลงสู่คลองบางแก้ว จะกระทบกับพื้นที่อ.พรหมพิราม ต.บ้านกร่าง อ.เมืองพิษณุโลก และอ.บางระกำ จ.พิษณุโลก เพื่อป้องกันไม่ให้น้ำเข้าท่วมตัวเมืองสุโขทัย
 
 
อุตุฯชี้ไทยตอนบนยังคงมีฝนตกกระจายถึงเกือบทั่วไป ร้อยละ 60-70
 
 
                    กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศประจำวันที่ 3 กันยายน 2557 ลักษณะอากาศทั่วไปเมื่อเวลา 04:00 น. ร่องความกดอากาศต่ำพาดผ่านภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้พัดปกคลุมทะเลอันดามัน และอ่าวไทย ลักษณะเช่นนี้ทำให้ประเทศไทยตอนบนยังคงมีฝนตกกระจายถึงเกือบทั่วไป ร้อยละ 60-70 ของพื้นที่ กับมีฝนตกหนักบางแห่ง ในภาคเหนือ บริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง แพร่ น่าน อุตรดิตถ์ สุโขทัย และพิษณุโลก ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ บริเวณจังหวัดขอนแก่น อุดรธานี ชัยภูมิ นครราชสีมา และบุรีรัมย์ ภาคตะวันออก บริเวณจังหวัดปราจีนบุรี สระแก้ว จันทบุรี และตราด ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสมต่อเนื่องไว้ด้วย
 
 
พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยตั้งแต่เวลา 06:00 วันนี้ ถึง 06:00 วันพรุ่งนี้
 
                    ภาคเหนือ มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนองเกือบทั่วไป ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง แพร่ น่าน อุตรดิตถ์ สุโขทัย พิษณุโลก และเพชรบูรณ์ อุณหภูมิต่ำสุด 22-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-33 องศาเซลเซียส ลมแปรปรวน ความเร็ว 10-30 กม./ชม.
 
                    ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนองเกือบทั่วไป ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดขอนแก่น อุดรธานี ชัยภูมิ เลย นครราชสีมา สุรินทร์ และบุรีรัมย์ อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-33 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.
 
                    ภาคกลาง มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนองกระจาย ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดนครสวรรค์ อุทัยธานี กาญจนบุรี และราชบุรี อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-33 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.
 
                    ภาคตะวันออก มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนองเกือบทั่วไป ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดปราจีนบุรี สระแก้ว จันทบุรี และตราด อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 28-32 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร
 
                    ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนองกระจาย ร้อยละ 40 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี และนครศรีธรรมราช อุณหภูมิต่ำสุด 22-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-33 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร
 
                    ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนองกระจาย ร้อยละ 40 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดระนอง และพังงา อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-33 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร
 
                    กรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีเมฆมาก โอกาสมีฝนฟ้าคะนองกระจาย ร้อยละ 60 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 25-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-33 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.
 
 
พิจิตร-น้ำท่วมชุมชนเขตเทศบาลตำบลทับคล้อเริ่มคลี่คลาย
 
 
                    ผู้สื่อข่าวรายงานว่าสถานการณ์น้ำท่วมชุมชนในเขตเทศบาลทับคล้อ อำเภอทับคล้อ จังหวัดพิจิตร ที่ถูกน้ำฝนที่ตกต่อเนื่องในพื้นที่และน้ำป่าจากเทือกเขาเพชรบูรณ์เข้าท่วมขังตั้งแต่เมือวันเสาร์ที่ผ่านมา ล่าสุดเมื่อช่วงเช้าวันนี้ (3 ส.ค.) สถานการณ์คลี่คลายลงระดับน้ำลดลงจนใกล้เข้าสู่ภาวะปกติ  อย่างไรก็ตาม ประชาชนยังคงเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง ประชาชนยังคงเก็บของมีค่าไว้บนที่สูง ร้านค้าส่วนใหญ่ยังไม่เปิดจำหน่ายสินค้า บ้านเรือนยังมีจำนวนหนึ่งที่ยังปืดตายต่อไปเนื่องจากไม่มั่นใจว่าน้ำจะกลับมาท่วมใหม่อีกหรือไม่
 
                    สำหรับการเฝ้าระวังของชาวบ้านที่เกรงว่าจะมีน้ำท่วมซ้ำเนื่องจากยังคงมีฝนตกอย่างต่อเนื่องทั้งในพื้นที่จังหวัดพิจิตรและเพชรบูรณ์ ชาวบ้านจึงเกรงว่าจะมีน้ำไหลมาท่วมซ้ำเหมือปีที่ผ่านมาน้ำท่วมซ้ำถึง 4 รอบ  ประชาชนจึงป้องกันด้วยการเก็บของมีค่าไว้บนที่สูง และดูแลทรัพย์สินไม่ให้เสียหายจากการเกิดน้ำท่วม
 
 
ปภ.แจง 7 จังหวัด 10 อำเภอยังอ่วม แนะหลีกเลี่ยงบริเวณน้ำไหลเชี่ยว
 
 
                    ผู้สื่อข่าวรายงานจากกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.)ว่า นายฉัตรชัย พรหมเลิศ อธิบดี (ปภ.) กล่าวว่า อิทธิพลหย่อมความกดอากาศต่ำปกคลุมบริเวณภาคเหนือตอนบน ร่องมรสุมกำลังแรง และมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ ทำให้ประเทศไทยมีฝนตกหนักในหลายพื้นที่ โดยตั้งแต่วันที่ 26 ส.ค 57 จนถึงปัจจุบัน มีพื้นที่ประสบอุทกภัย 24 จังหวัด ได้แก่ แม่ฮ่องสอน ลำปาง กำแพงเพชร กาฬสินธุ์ บุรีรัมย์สมุทรปราการนครศรีธรรมราช เพชรบูรณ์ เลย น่าน สุโขทัย เชียงใหม่ เชียงราย อุดรธานี อ่างทอง อุตรดิตถ์ หนองคาย พิจิตร นครสวรรค์ นครราชสีมา พิษณุโลก พะเยา ตาก และมหาสารคาม รวม 49 อำเภอ 97 ตำบล 377 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 9,886 ครัวเรือน ผู้เสียชีวิต 8 ราย (กำแพงเพชร แม่ฮ่องสอน เชียงราย จังหวัดละ 2 ราย นครศรีธรรมราช พะเยา จังหวัดละ 1 ราย ) ขณะนี้สถานการณ์คลี่คลายแล้ว 17 จังหวัด ยังคงมีสถานการณ์อุทกภัย 7 จังหวัด 10 อำเภอ ได้แก่ พิจิตร นครสวรรค์ นครราชสีมา พิษณุโลก พะเยา ตาก และมหาสารคาม
 
                    โดยจ.พิจิตร น้ำในคลองวังแดงเอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมเขตเทศบาลตำบลทับคล้อ อำเภอทับคล้อ ระดับน้ำท่วมสูง 0.50 - 0.80 เมตร บ้านเรือนประชาชนได้รับผลกระทบ 20 หลังคาเรือน ปัจจุบันระดับน้ำลดลงแล้ว หากไม่มีฝนตกเพิ่มเติม คาดว่าจะเข้าสู่ภาวะปกติภายใน 1 - 2 วัน จ.นครสวรรค์ น้ำป่าจากเทือกเขาเพชรบูรณ์ไหลเข้าท่วมบริเวณสี่แยกไดตาล และถนนทางหลวงใน อ.หนองบัว ระดับน้ำท่วมสูง 20 - 30 เซนติเมตร ปัจจุบันระดับน้ำลดลงอย่างต่อเนื่อง หากไม่มีฝนตกเพิ่มเติม คาดว่าจะเข้าสู่ภาวะปกติภายใน 1- 2 วันนี้
 
                    จ.นครราชสีมา เกิดฝนตกหนักต่อเนื่องจนน้ำระบายไม่ทัน ส่งผลให้น้ำท่วมถนนหลายสาย ปัจจุบันระดับน้ำลดลงแต่ยังคงมีน้ำท่วมขังถนนบริเวณพื้นที่ลุ่มต่ำ
 
                    จ.พิษณุโลก เกิดน้ำป่าไหลหลากและน้ำล้นตลิ่งใน 3 อำเภอ ได้แก่ อ.วัดโบสถ์ อ.เนินมะปราง และอ.วังทอง ปัจจุบันยังคงมีน้ำท่วมขังในพื้นที่ลุ่มการเกษตร
 
                    จ.พะเยา เกิดน้ำป่าไหลหลากใน 2 อำเภอ 3 ตำบล ได้แก่ อ.เมืองพะเยา และอ.ดอกคำใต้ ประชาชนได้รับผลกระทบ 700 ครัวเรือน ปัจจุบันยังคงมีน้ำท่วมใน อ.ดอกคำใต้ จ.ตาก น้ำในแม่น้ำวังเอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมพื้นที่การเกษตรตำบลแม่สลิด อ.บ้านตาก ปัจจุบันระดับน้ำทรงตัว จ.มหาสารคาม เกิดน้ำท่วมพื้นที่ ต.เขวาใหญ่ อ.กันทรวิชัย พื้นที่การเกษตรเสียหายประมาณ 40 ไร่
 
                    ด้าน สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดที่ประสบภัยได้ร่วมกับหน่วยทหาร หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบภัย เร่งตรวจสอบและสำรวจความเสียหาย เพื่อให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยตามระเบียบกระทรวงการคลังฯ พร้อมแนะนำประชาชนหลีกเลี่ยงการเดินลุยน้ำ ลงเล่นน้ำ พายเรือหรือจับสัตว์น้ำในบริเวณที่มีน้ำไหลเชี่ยว เพราะความแรงของกระแสน้ำอาจพัดจมน้ำเสียชีวิต
 
 
ขอนแก่นน้ำท่วมถนนสาย อ.น้ำพอง-กระนวน ผู้ใช้รถเดือดร้อนหนัก
 
 
                    ผู้สื่อข่าวได้รับการร้องเรียนจากผู้ใช้รถใช้ถนนสาย 2039 เชื่อมระหว่าง อ.กระนวน-อ.น้ำพอง กม.ที่ 4 บ้านหนองโน ต.หนองโน จ.ขอนแก่น สภาพมีน้ำท่วมขังผิวการจราจรสูง 30-50 เซนติเมตร เป็นระยะทางยาวกว่า 300 เมตร ผู้ใช้ถนนกล่าวว่า ในช่วงหน้าฝนทุกปี บริเวณนี้จะเกิดปัญหาน้ำท่วมขัง เนื่องจากมีการถมที่ดินขวางทางระบายน้ำเดิม  รถเล็กนั้นไม่สามารถผ่านได้ ถนนเส้นนี้เป็นถนนเชื่อมต่อหลักสามารถเดินทางผ่านไปยังจังหวัดอื่น ๆได้หลายจังหวัด เช่น กาฬสินธุ์ อุดรธานี และสกลนคร มีผู้ที่ใช้สัญจรไปมาเป็นประจำ เมื่อเกิดน้ำท่วมก็ต้องใช้ทางเลี่ยงซึ่งเป็นทางที่เกษตรกรใช้ลำเลียงการเกษตร ต้องใช้ระยะทางไกลกว่า 5 กิโลเมตร ทางก็แคบ และเป็นทางลูกรัง รถบางคันก็ติดหล่ม บางคันก็ตกลงข้างทาง ชาวบ้านเดือดร้อนหนัก
 
                    ด้านนางนิภา สุวรรณสุจริต นายอำเภอกระนวน กล่าวหลังจากที่ออกมาสำรวจการสัญจรของประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนว่า จากสภาพดังกล่าวเกิดจากการถมที่ของชาวบ้าน  โดยไม่มีการประสานไปยังแขวงการทาง เบื้องต้นได้ติดต่อเครื่องสูบน้ำจากองค์การบริหารส่วนจังหวัดขอนแก่น มาทำการสูบน้ำเพื่อแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า ซึ่งในช่วงนี้ฝนตกชุก คงต้องให้แขวงการทางกระนวน เข้าช่วยมาดูแล เพื่อให้ผู้ใช้รถใช้ถนนสะดวกมากขึ้น
 
                    เบื้องต้นได้สำรวจความเดือดร้อนแล้ว แต่ขณะนี้งบประมาณยังไม่มี พอน้ำลดก็ออกมาสำรวจแก้ไขปัญหาให้ชัดเจน เนื่องจากจุดแห่งนี้เป็นแอ่งกระทะ ขณะนี้เป็นการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าไปก่อนคือต้องทำน้ำที่ท่วมทำให้ไหลออกจากจุดนี้ โดยจะวางท่อให้ลึกลงไปในดินประมาณ 3เมตร เพื่อให้น้ำไหลลงไปยังคลองที่อยู่ใกล้เคียงกับจุดที่ถมที่คาดว่าอีกไม่เกินสองวันน้ำจะลดลง ถึงฝนตกหนักก็สามารถรับมือได้
 
 
มหาสารคามฝนตกหนักหลายพื้นที่ส่งผลน้ำท่วมขังท้องถนน
 
 
                    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่สำนักการช่าง เทศบาลเมืองมหาสารคาม ได้นำเครื่องสูบน้ำขนาด 4 นิ้ว ไปติดตั้งที่บริเวณชุมชนเครือวัลย์ 1 ถนนหน้าหมู่บ้านเอื้ออาทร เฟส 2 เพื่อเร่งระบายน้ำที่ท่วมขังบริเวณหน้าหมู่บ้าน และนำรถแบ็คโฮเร่งขุดร่องระบายน้ำ เพื่อระบายน้ำออก หลังจากที่เกิดฝนตกลงมาอย่างหนัก ปริมาณน้ำฝนมากกว่า 100 มิลลิเมตร ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมขังหลายพื้นที่ โดยบริเวณหน้าหมู่บ้านเอื้ออาทรเฟส 2 ระดับน้ำท่วมขัง 30-40 เซนติเมตร ส่งผลให้รถเล็กสัญจรผ่านไปมาด้วยความยากลำบาก โดยเฉพาะรถยนต์และรถจักรยานยนต์ รถยนต์บางคันก็เครื่องยนต์ดับกลางทางได้รับความเสียหาย
 
                    ด้าน นายแพทย์กิตติศักดิ์ คณาสวัสดิ์ นายกเทศมนตรีเมืองมหาสารคาม กล่าวว่า จากปริมาณฝนที่ตกลงมาอย่างหนัก ประกอบกับพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบเป็นพื้นที่ต่ำ บางจุดมีวัชพืชขึ้นปกคลุม กีดขวางทางน้ำ ทำให้น้ำไหลไม่สะดวก เทศบาลเมืองมหาสารคามจึงได้ระดมสรรพกำลัง ลงไปในพื้นที่เพื่อแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ให้กับประชาชน เพื่อให้ใช้เส้นทางสัญจรได้สะดวกดังเดิม โดยเร็วที่สุด
 
                    ทั้งนี้ ทางเทศบาลเมืองมหาสารคามพร้อมที่จะแก้ปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน หากมีเรื่องเดือดร้อนหรือมีเรื่องร้องทุกข์สามารถแจ้งเรื่องร้องทุกข์ได้ที่ ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ ตั้งอยู่หน้าห้องนายกเทศมนตรีเมืองมหาสารคาม หรือโทรแจ้ง สายด่วน 1559 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง
 
 
เขื่อนสิริกิติ์ลดพร่องวันละ 2 ล้าน ลบ.ม. ไม่ให้กระทบน้ำท่วมท้ายเขื่อน
 
 
                    ดร.สุเทพ เทพ เลิศศรีมงคล ผู้อำนวยการเขื่อนสิริกิติ์ จ.อุตรดิตถ์ กล่าวว่าจากฝนที่ตกหนักอย่างต่อเนื่องทั้งเหนือและท้ายเขื่อนสิริกิติ์ และพบว่ามีมีหลายจังหวัดกำลังประสบอุทกภัยในวงกว้าง คณะอนุกรรมการติดตามและวิเคราะห์แนวโน้มสถานการณ์ และกรมชลประทาน จึงได้วางแผนการปล่อยน้ำของเขื่อนสิริกิติ์ในช่วงเดือนกันยายน นี้ โดยกำหนดให้ปล่อยน้ำเฉลี่ยวันละ 4-2 ล้าน ลบ.เมตร/วัน เพียงเพื่อรักษาสภาพนิเวศน์น้ำท้ายเขื่อนไว้ และให้เริ่มเก็บกักน้ำ โดยเฉพาะ น้ำฝน ที่ตกเหนือเขื่อนสิริกิติ์ทุกเม็ด เพื่อมีปริมาณน้ำมากเพียงพอในช่วงหน้าแล้งที่จะถังนี้
 
                    สำหรับสถานการณ์น้ำเขื่อนสิริกิติ์ปัจจุบันอยู่ที่ 4500 ล้าน ลบ.เมตร เป็นน้ำที่ สามารถใช้งานได้เพียง 1660 ล้าน ลบ.เมตร หรือรร้อยละ 25 ซึ่งสามารถรับน้ำได้อีก 5000 ล้าน ลบ.เมตร ฝนที่ตกต่อเนื่องทำให้เขื่อนสิริกิติ์มีน้ำไหลเข้าวันละ 70-80 ล้าน ลบ.เมตร กรมชลประทานกำหนดให้เก็บกักน้ำไว้ให้มากที่สุด ซึ่งเดือนกันยายน นี้จะเก็บกักน้ำได้ประมาณ 1000 ล้าน ลบ.เมตร  เพื่อให้มีปริมาณน้ำที่สามารถใช้งานได้ 2500 ล้าน ลบ.เมตร หรือมากกว่าก็ยิ่งดี เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับใช้ช่วงหน้าแล้ง และผลักดันน้ำเค็ม
 
                    อย่างไรก็ตาม ทางเขื่อนสิริกิติ์จะเน้นให้ประชาชนใช้น้ำอย่างประหยัด เนื่องจากปริมาณน้ำที่เก็บกักของปี 2557 น้อยกว่าปีที่ผ่านมา และเป็นปริมาณน้ำที่น้อยสุดในรอบ 5 ปี ประกอบเป็นช่วงนี้มีฝนตกท้ายเขื่อนต่อเนื่อง เชื่อว่าเกษตรกรมีน้ำเพียงพอในการปลูกพืช