ข่าว

จับเดนคุกลวงเหยื่อในขนส่งข่มขืน-ชิงทรัพย์

จับเดนคุกลวงเหยื่อในขนส่งข่มขืน-ชิงทรัพย์

02 ก.ค. 2552

ตำรวจรถไฟซุ่มโป่งตะครุบ "ไอ้ดำ" คาป้ายรถป้ายรถเมล์หน้าหมอชิตใหม่ ลวงเหยื่อสาวอีสานจากขนส่งไปบังคับข่มขืนทั้งในโรงสับเปลี่ยนหัวรถจักรบางซื่อและป่ากล้วยก่อนชิงทรัพย์เหยื่อหนี คุมสอบยอมรับถูกจำคุกมาแล้ว 8 ปี คดีลักษณะเดียวกัน หลังพ้นโทษยังไม่ทิ้งสันดาน ร่วม

เมื่อเวลา 11.00 น.วันที่ 2 มิ.ย. พล.ต.ต.สุรพงศ์ ศิริภักดี ผบก.รฟ.,พ.ต.อ.ชัยณรงค์ เจริญไชยเนาว์ รอง ผบก.รฟ.และ พ.ต.ท.สัณฐาน วิเศษสมิต รอง ผกก.1 บก.รฟ.ร่วมกันแถลงข่าวเจ้าหน้าที่ กก.1 บก.รฟ.จับกุมนายสหัส หรือดำ มุ่งชมกลาง อายุ 44 ปี อยู่บ้านเลขที่ 78 หมู่ 8 ต.โสกปลาดุก อ.หนองบัวระเหว จ.ชัยภูมิ ผู้ต้องหาคดีข่มขืนและชิงทรัพย์เหยื่อสาวตามหมายจับศาลอาญาที่ 1894/2552 และหมายจับศาลอาญา ที่ 1895/2552 ลงวันที่ 29 มิ.ย.52 พร้อมของกลาง โทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง กระเป๋าเงิน 1 ใบและกระเป๋าสะพายอีก 4 ใบ โดยจับกุมได้ที่ป้ายรถประจำทางหน้าขนส่งหมอชิตใหม่ ถ.กำแพงเพชร แขวงและเขตบางซื่อ กทม.

  พล.ต.ต.สุรพงศ์เปิดเผยว่า การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจากช่วงเดือน เม.ย - มิ.ย.2552 มีผู้เสียหายเป็นหญิงสาวหน้าตาดีอายุระหว่าง 14-28 ปี จำนวน 4 รายเดินทางมาจากต่างจังหวัดเข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจรถไฟว่า ถูกคนร้ายชายผิวดำ หัวเกรียน รูปร่างสันทัด อายุประมาณ 40 ปี พูดสำเนียงอีสานเข้ามาตีสนิทก่อนใช้อุบายล่อลวงจากหน้าร้านเซเว่นอีเลฟเว่นบริเวณจุดเปลี่ยนถ่ายผู้โดยสารภายในสถานีขนส่งหมอชิตว่าจะพาไปต่อรถ เดินทางไปหาญาติในเขตพื้นที่ กทม.จากนั้นคนร้ายจะพาเดินเท้าเข้าไปในโรงสับเปลี่ยนหัวรถจักรบางซื่อซึ่งเป็นที่เปลี่ยว ห่างออกไปประมาณ 2-3 กิโลเมตรแล้วจะลงมือข่มขืนโดยก่อนหลบหนีก็จะชิงทรัพย์ทั้งโทรศัพท์มือถือและกระเป๋าเงินของเหยื่อไปด้วย

  ผบก.รฟ.กล่าวว่า หลังรับแจ้งเจ้าหน้าที่ กก.1 บก.รฟ.จึงได้ทำการสืบสวนจนทราบว่าพฤติกรรมของคนร้ายรายนี้มีส่วนคล้ายคลึงกับนายสหัส ผู้ต้องหาที่เคยถูกจับกุมมาก่อนในข้อหาข่มขืนเหยื่อชิงทรัพย์เมื่อประมาณปีพ.ศ.2540 และเมื่อนำภาพถ่ายของนายสหัสให้เหยื่อทั้ง 4 รายดู ต่างยืนยันว่า เป็นคนคนเดียวกับที่ลงมือก่อเหตุจริง ตำรวจจึงรีบรวบรวมพยานหลักฐานก่อนทำการ ขออนุมัติศาลออกหมายจับแล้วนำกำลังไปซุ่มโป่ง บริเวณป้ายรถประจำทางหน้าสถานีขนส่งหมอชิตใหม่ กระทั่งนายสหัสเดินเท้าผ่านมา ชุดจับกุมจึงรวบตัวไว้แล้วนำไปสอบสวนที่ สน.นพวงศ์

  จากการสอบสวนนายสหัสให้การรับสารภาพว่า ระยะเวลา 3 เดือนที่ผ่านมา ได้ก่อเหตุล่อลวงหญิงสาวไปชิงทรัพย์จริงจำนวน 4 ราย แต่ทำการข่มขืนสำเร็จเพียง 3 รายเท่านั้น คือ 1.เมื่อกลางดึกวันที่ 22 เม.ย. 52 ลวงเหยื่อชื่อ น.ส.เอ (นามสมมุติ) อายุ 28 ปี จากภายในสถานีขนส่งหมอชิตไปข่มขืนและชิงทรัพย์บริเวณรางรถไฟในโรงสับเปลี่ยนหัวรถจักรบางซื่อ 2.เมื่อกลางดึกวันที่ 12 มิ.ย. 2552 ลวงเหยื่อชื่อน.ส.บี (นามสมมุติ) อายุ 25 ปี จากขนส่งหมอชิตไปข่มขืนและชิงทรัพย์บริเวณป่าละเมาะใกล้โรงรถจักรบางซื่อ 3.เมื่อกลางดึกวันที่ 25 มิ.ย. 2552 ลวงเหยื่อชื่อ ด.ญ.ซี (นามสมมุติ) อายุ 14 ปี จากขนส่งหมอชิตไปข่มขืนและชิงทรัพย์บริเวณรางรถไฟในโรงสับเปลี่ยนหัวรถ จักรบางซื่อ

 “รายล่าสุดที่ผมก่อเหตุคือเมื่อกลางดึกวันที่ 28 มิ.ย.ที่ผ่านมา ลวงเหยื่อชื่อ น.ส.ดี (นามสมมุติ) อายุ 20 ปี บุคคลสัญชาติลาวจากในขนส่งหมอชิตไปข่มขืนและชิงทรัพย์บริเวณหัวรถจักร ย่านบางซื่อ  แต่เหยื่อไหวตัวทันส่งเสียงร้องให้คนช่วยเหลือ ผมจึงข่มขืนไม่สำเร็จ ได้แต่ชิงทรัพย์สินเป็นโทรศัพท์มือถือและกระเป๋าเงินของเหยื่อก่อนหลบหนีเท่านั้น”นายสหัสกล่าว
 
 นายสหัสยังให้การอีกว่า ก่อนหน้านี้ เมื่อปี พ.ศ.2540 เคยก่อเหตุลักษณะเดียวกันจนถูกตำรวจรถไฟจับและศาลตัดสินจำคุก 16 ปี แต่ลดโทษเหลือเพียง 8 ปี หลังออกจากคุกมานก็ยึดอาชีพเก็บขยะในขนส่งหมอชิตไปขาย และล้วงกระเป๋า ชิงทรัพย์ผู้โดยสารที่มาใช้บริการในขนส่งบ้างเป็นครั้งคราว ส่วนกรณีที่ตนลวงเหยื่อไปข่มขืนและชิงทรัพย์นั้นจะใช้วิธีเลือกเหยื่อสาวชาวอีสานที่เพิ่งเดินทางเข้ากรุงเทพฯ ก่อนจะเข้าไปพูดคุยตีสนิทให้เห็นว่าเป็นคนอีสานเหมือนกัน โดยอาสาว่าจะพาเดินไปส่งขึ้นรถตู้แถวบางซื่อเพื่อไปพบญาติ จากนั้นจะอาศัยจังหวะเหยื่อเผลอกระชากกระเป๋ามาไว้กับตัวแล้วเดินนำให้เหยื่อ เดินตาม เมื่อเหยื่อหลงเชื่อก็จะพาเดินไปตามทางรถไฟแล้วหาจุดเปลี่ยวทำร้ายด้วยการชกเข้าที่ท้องลงมือข่มขืนและชิงทรัพย์ก่อนวิ่งหลบหนี

  “ทรัพย์สินทั้งหมดที่ได้ผมนำไปขายแบ่งให้นายโอ๋เพื่อนสนิทที่เคยถูกจำคุกข้อหาเดียวกันและออกจากคุกมาพร้อมกัน พอใช้เงินที่ชิงทรัพย์จากเหยื่อมาหมดแล้ว ผมกับนายโอ๋ก็จะสลับผลัดเวียนกันไปหาเหยื่อในขนส่งหมอชิตมาลงมือก่อเหตุในลักษณะเดียวกันที่รางรถไฟสายบางซื่อแห่งนี้” นายสหัสกล่าว

  ต่อมา เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้ควบคุมตัวนายสหัสไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพบริเวณจุดเกิดเหตุ จุดแรก เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้ควบคุมตัวไปชี้ด้านหน้าร้านเซเว่นฯบริเวณจุดเปลี่ยนถ่ายผู้โดยสาร ภายในาสถานีขนส่งหมอชิตเป็นจุดล่อลวงเหยื่อ จุดที่ 2 บริเวณรางรถไฟในโรงสับเปลี่ยนหัวรถจักรบางซื่อ ซึ่งเป็นจุดที่ใช้ก่อเหตุกับน.ส.ซีและน.ส.ดี จุดที่ 3 บริเวณท้ายตู้โบกี้รถไฟเก่าซึ่งอยู่ห่างจากจุดที่สอง ประมาณ 50 เมตร เป็นจุดที่นายสหัส ก่อเหตุกับ น.ส.เอ ส่วนจุดสุดท้ายอยู่ในป่ากล้วยข้างทางรถไฟสะพานดำใกล้ชุมชนข้าวสาร ถนนกำแพงเพชร เป็นจุดที่นายสหัสลวง น.ส.บี มาก่อเหตุ และระหว่างที่กำลังทำแผนในบริเวณนี้ได้มีชาวบ้านที่ทราบข่าวพยายามเข้าทำร้ายนายสหัส ด้วยความโกรธแค้น แต่โชคดีที่ตำรวจเข้าห้ามเอาไว้ได้

  ขณะเดียวกัน ชาวบ้านได้ให้ข้อมูลว่าเคยเห็นหญิงสาวนั่งร้องไห้ริมทางรถไฟสะพานดำช่วงกลางดึกหลายคน เมื่อเข้าไปสอบถามได้ความว่าถูกล่อลวงมาข่มขืนและชิงทรัพย์ เจ้าหน้าที่ตำรวจเชื่อว่า นอกจากนายสหัสและนายโอ๋ที่กำลังหลบหนีจะร่วมกันก่อเหตุแล้ว น่าจะมีคนร้ายรายอื่น ๆ แฝงตัวเข้าไปใช้สถานที่ดังกล่าวก่อเหตุกันอีกจำนวนมากจะได้ติดตามจับกุม ตัวมาดำเนินคดีกันต่อไป

  ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหากับนายสหัสว่าข่มขืนและพยายามข่มขืนผู้อื่นโดยขู่เข็ญด้วยประการใด ๆ โดยใช้กำลังประทุษร้ายและชิงทรัพย์, พรากผู้เยาว์ไปเพื่อการอนาจารโดยใช้อุบายหลอกลวง,ข่มขืนเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี โดยเด็กนั้นจะยอมหรือไม่ก็ตาม

 ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมด้วยว่า สำหรับนายสหัสเดินทางจาก จ.ชัยภูมิบ้านเกิดเข้ามาหางานทำในกรุงเทพฯ ตั้งแต่ พ.ศ.2534 ก่อนหน้านี้เมื่อปี พ.ศ.2531 เคยถูกจับข้อหากระทำอนาจารเด็กผู้หญิง ที่สถานีรถไฟหัวลำโพง ปี พ.ศ.2537 ถูกจับข้อหาซ่องโจร ที่ จ.สุพรรณบุรี ต่อมา พ.ศ.2540 ถูกจับคดีข่มขืนชิงทรัพย์เหยื่อบนทางรถไฟ สายบางซื่อติดคุกอยู่นาน 8 ปี ก็ออกมาก่อเหตุในลักษณะเดียวกันอีก โดยเหยื่อสาวที่ถูกนายสหัสข่มขืนนั้นมีเพียง 1 คนคือ น.ส.เอ ที่สามารถขอร้องให้นายสหัสสวมถุงยางก่อนลงมือข่มขืนได้เท่านั้น