
บิ๊กตู่ลั่น!ครม.ใหม่ไม่กำหนดเวลาทำงาน
ประยุทธ์ลั่น!ครม.ใหม่ไม่กำหนดเวลาทำงาน ยึดหลักทำก่อน ทำจริง มีผลสัมฤทธิ์ปี58 เชื่อความดีจะชนะอุปสรรค มอบ 5 รองนายกฯคุม 19 กระทรวง
เมื่อเวลา 09.00 น.วันที่ 2 ก.ย.2557 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช.เป็นประธานการประชุมคณะคสช.ครั้งที่13 โดยรอง คสช. ประกอบด้วย พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฎิมาประกร พล.อ.ณรงค์ พิพัฒนาศัย พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสีแก้ว พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร เลขาธิการ คสช. ร่วมทั้งเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมอย่างพร้อม
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวถึงการทำงานของคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ว่า ทันทีที่มีการแถลงนโยบายของรัฐบาลต่อสภานิติบัญญัติแห่งชาติและจะมีการแบ่งการทำงาน 19 กระทรวงให้รองนายกรัฐมนตรี 5 คน ประกอบด้วย พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ มรว.ปรีดียาธร เทวกุล นายยงยุทธ์ ยุทธวงศ์ พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฎิมาประกร นายวิษณุ เครืองาม ดูแลขณะที่บทบาทการทำงานของ คสช. 5 ด้านยังคงอยู่ แต่ก็ต้องลดบทบาทลง มีเพียงการดำเนินการเกี่ยวกับงานขับเคลื่อนที่เป็นเรื่องเร่งด่วน อาทิ การรักษาความสงบเรียบร้อย การรักษาความมั่นคงภายใน รวมถึงการดูแลทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ที่ คสช.มุ่งเน้น พร้อมระบุถึงการทำงานในส่วนของรัฐบาลใหม่ด้วยว่าได้กำชับให้รัฐมนตรีทุกกระทรวงสรรหาบุคคลที่มีความรู้ความสามารถมาร่วมทำงานเพื่อขับเคลื่อนประเทศ โดยยึดหลัก ทำก่อน ทำจริง มีผลสำฤทธิ์ ปี 58และยั่งยืนบนพื้นฐานของค่านิยมคนไทย 12 ประการ ที่มีความเหมาะสมกับประไทไทยและสามารถแข่งขันกับต่างประเทศได้ ส่วนการสรรหาสมาชิกสภาปฏิรูปที่มีการสมัครเข้ามากว่า 6000 คนนั้นจะพิจารณาบุคคลที่มีความรู้ความสามารถ ยืนยันไม่มีการล็อกสเปก
"การทำงานของคณะรัฐมนตรีต่อจากนี้จะไม่มีการกำหนดระยะเวลาการทำงานเพราะไม่ต้องการให้เงื่อนไขของเวลามาเป็นอุปสรรค ผมเชื่อมั่นในความดี ว่าความดีจะชนะความไม่ดี และจะสามารถฝ่าฟันอุปสรรคไปได้ " พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวและว่า
ภายหลังที่มีการโปรดเกล้าฯ ครม. เรามีแนวคิดจะดำเนินงานของ คสช. ที่เร่งด่วน เพราะเป็นการทำงานอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ครั้งที่1-13 และครั้งนี้ก็ต้องดำเนินการต่อไปตาม คสช.ต่อไป พร้อมจะมีการส่งมอบงานต่างๆให้กับ ครม.ชุดใหม่ เมื่อมีการแถลงนโยบาย ผมได้คิดแนวทางการทำงานไว้แล้ว โดยมอบให้ 5 รองนายกฯขับเคลื่อนงานในทุกๆด้าน ที่ได้มีการจัดสรรใน 19 กระทรวง ในส่วนของ คสช. ยังคงมีคณะทำงาน 5 คณะเช่นเดิม โดยมีการประชุมพร้อมนำข้อสรุปเสนอ ครม. โดยให้ ครม. พิจารณาอีกครั้ง โดย คสช.จะไม่เข้าไปก้าวก่าย และ คสช.จะขับเคลื่อนเรื่องเร่งด่วน ในเรื่องของการดูแลรักษาความมั่นคงภายใน ดูแลการบุกรุกทรัพยากรธรรมชาติ แต่ในส่วนการประกาศใช้กฎอัยการศึกจะมีการปรับลดและผ่อนคลายลง แต่ไม่ใช่ในช่วงนี้
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อไปอีกว่า เรื่องสำคัญที่ต้องเร่งดำเนินการ คือเรื่อง การทำความเชื่อมั่นกับต่างชาตินั้น ในกลุ่มประเทศอาเซียนมีความเข้าใจและเชื่อมั่นประเทศไทยเป็นอย่างมาก ทั้งนี้เรากำลังเร่งสร้างความเชื่อมันและทำความเข้าใจกับกลุ่มประเทศยุโรปว่าเรากำลังร่วมกันพัฒนาประเทศเพื่อเตรียมเข้าสาประชาคมอาเซียนในปี 2558 เช่น เรื่องตลาดการค้าของไทยที่ขึ้นอยู่กับประเทศเพื่อนบ้านด้วย
ส่วนกรณีที่ประเทศสหรัฐจัดอันดับการค้ามนุษย์ของประเทศไทยอยู่ที่ tier3 คสช.จะขับเคลื่อนให้เป็นรูปธรรม โดยการมอบหมายให้กระทรวงต่างประเทศไปชี้แจงกับต่างประเทศต่อไป สำหรับด้านเศรษฐกิจ คสช.จะขับเคลื่อนให้มีเงินหมุนเวียนเข้ามาในประเทศ โดยสภาพัฒน์เศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติจะต้องวางแผนการพัฒนาประเทศเพื่อที่จะต้องจัดสรรงบประมาณเพื่อให้เป็นไปตามนโยบาย ส่วนโครงการใหญ่ๆก็ต้องทยอยดำเนินการ พร้อมให้กำชับทุกกระทรวงให้ทำตามนโยบาย นอกจากนี้งานด้านเศรษฐกิจต้องนำระบบ one stop service เข้าไปอยู่ในกิจการธุรกิจทุกด้าน และต้องเชื่อมกับระบบราชากรให้ได้ โดยทำแบบบูรณาการข้อมูล กับทุกลุ่มที่เกี่ยวข้อง
"ส่วนการทำงานของคณะรัฐมนตรี (ครม.)ต่อจากนี้จะไม่มีการกำหนดระยะเวลาการทำงานเพราะไม่ต้องการให้เงื่อนไขของเวลามาเป็นอุปสรรคหรือสร้างความกดดันให้กับคณะรัฐมนตรี เพราะที่ผ่านมามักจะมีการถามถึงระยะเวลาในการทำงาน ซึ่งตรงนี้ผมไม่กำหนด แต่การทำงานของคณะรัฐมนตรีต้องมีผลงาน โดยหลักการทำงานของผมมี 4 คำ “ทำก่อน ทำจริง มีผลสัมฤทธิ์ปี58 และยั่งยืน” มีคนขอเบอร์โทร วันเดือนปีเกิด ของผม บอกว่าจะเอาไปดูฮวงจุ้ย โหง้วเฮงที่ทำเนียบรัฐบาล แต่ผมไม่ได้นึกถึงฮวงจุ้ย แต่ยึดความดีมากกว่า ว่าความดีจะต้องชนะความไม่ดี และจะสามารถฝ่าฟันอุปสรรคไปได้ " พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
ยันคสช.จะไม่ก้าวก่ายครม.
เมื่อเวลา 15.15น. ที่สโมสรกองทัพบก(เทเวศร์) พ.อ.วินัย สุวารี รองโฆษกกองทัพบก ในฐานะทีมโฆษกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) แถลงภายหลังการประชุมคสช.ชุดใหญ่ครั้งที่ 13/2557 ว่า พลเอกประยุทธ์กล่าวก่อนเริ่มเข้าสู่วาระการประชุมว่า การบริหารราชการแผ่นดินอนาคตได้มีการจัดทำร่างแผนของการทำงานบริหารราชการแผ่นดินไว้แล้ว โดยจะมีจะมีรองนายกรัฐมนตรีทั้ง 5 คนและจะกำกับดูแลงานทั้ง 5 ฝ่ายใกล้เคียงกับช่วงที่ผ่านมาของคสช. ส่วนระยะที่สองจะมีการเชื่อมต่อกันทางด้านเอกสารและการประชุมร่วมกันระหว่างคสช.กับรัฐบาล ซึ่งคสช.อาจจะช่วยเสนอแนะให้กับรัฐบาล และยืนยันว่าจะไม่ก้าวก่ายหน้าที่และการทำงานให้ซ้ำซ้อน
ส่วนเรื่องกฎอัยการศึก พ.อ.วินธัย กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ระบุว่าเรื่องกฎอัยการศึกน่าจะมีการเวลาในการพิจารณาสถานการณ์และสภาวะแวดล้อมในอนาคต ซึ่งอาจจะปรับหรือผ่อนคลายได้แต่ยังไม่สามารถกำหนดเวลาได้ชัดเจน ทั้งนี้เพื่อรักษาความปลอดภัยประเทศโดยรวม ซึ่งภาพรวมในปัจจุบันเรื่องต่าง ๆ ดีขึ้นมา เรื่องการค้าดีตามลำดับ รวมถึงด้านสังคมและการดูแลความปลอดภัยประเทศ และคนในชาติยังเสียสละ มีความเข้าใจกัน และส่วนใหญ่ยังสนับสนุนการทำงานของคสช."พ.อ.วินธัย กล่าวอ้างถึงคำกล่าวของพล.อ.ประยุทธ์ในที่ประชุมคสช.
รองโฆษกกองทัพบก กล่าวอีกว่า หัวหน้าคสช.ระบุด้วยว่า ส่วนที่ประชาธิปไตยยังไม่มีความสมบูรณ์เต็มร้อยแต่ก็มีความคืบหน้า เพราะมีการบริหารงานผ่านระบบสภาคือสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช .)และกำลังจะมีสภาปฏิรูปแห่งชาติ(สปช.)และมีรัฐบาลและครม.นอกจากนี้ยังฝากฝ่ายสังคมและจิตวิทยาในการปลูกฝังการเป็นคนไทย 12 ประการ กับข้าราชการทั้ง ทหาร ตำรวจ และข้าราชการพลเรือน นอกจากนี้ พล.อ.ประยุทธ์ ยังเร่งรัดให้มีการจัดตั้งศูนย์บริการวันสต็อปเซอร์วิสในทุกด้านเพื่ออำนวยความสะดวกให้ประชาชนทั้งเรื่องเศรษฐกิจ สังคมจิตวิทยา ความมั่นคง การท่องเที่ยว เพื่อลดภาระในการประสานงานของประชาชน
พ.อ.วินธัย กล่าวอีกว่า นอกจากนี้หัวหน้าคสช.ยังพูดในที่ประชุมด้วยว่า จากการที่ผู้บัญชาการทหารสูงสุดและผู้บัญชาการเหล่าทัพเดินทางไปเยือนกัมพูชา ทำให้เห็นว่าประเทศเพื่อนบ้านและประเทศในอาเซียนมีความเข้าใจและร่วมมือกับประเทศไทยเป็นอย่างดี ซึ่งเรื่องตลาด การค้า การลงทุนจะยังมีความผูกพันกันอยู่ อย่างไรก็ตามในที่ประชุมไม่ได้พูดถึงการพูดคุยเรื่องแหล่งพลังงานในพื้นที่ทับซ้อนทางทะเลแต่อย่างใด
พ.อ.วินธัย กล่าวอีกว่า หัวหน้าคสช.ระบุด้วยว่า ในส่วนของงบประมาณ จะมีการกำหนดมาตรการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้จ่ายงบฯ ทุกไตรมาส ที่จะต้องมีการขับเคลื่อนงบฯตามแผนในแต่ละไตรมาส โดยจะมีการตรวจสอบและให้มีการใช้จ่ายตามแบบแผน ไม่มีการทุจริต จะต้องสร้างความน่าเชื่อถือในการใช้งบประมาณให้เป็นไปตามเป้าหมาย และไม่ให้เร่งรัดการเบิกจ่ายในไตรมาสสุดท้ายเหมือนในปลายปี แต่อยากจะให้เป็นแผนตามของแต่ละไตรมาส
ส่วนเรื่องการทำโซนนิ่งพื้นที่เพาะปลูกทางการเกษตร พ.อ.วินธัย กล่าวว่า หัวหน้าคสช. ได้ให้ข้อคิดกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์และห่วงใยว่าทำอย่างไรจะทำให้การส่งออกผลไม้มีปริมาณมากขึ้น และต้องเร่งเรื่องของการพัฒนาเทคโนโลยีและการบรรจุภัณฑ์ นอกจากนี้ในเรื่องราคาสินค้า รองโฆษกกองทัพบก กล่าวว่า หัวหน้าคสช. ยังเป็นห่วงเรื่องราคาสินค้า และได้กำชับกระทรวงพาณิชย์ให้ดูแลและควบคุมราคาสินค้าให้ดี เพราะส่วนหนึ่งที่คสช.เห็นว่าเชื้อเพลงมีการปรับลดแล้ว ไม่อยากให้ราคาสินค้าผิดไปจากธรรมชาติที่ควรเป็น จึงอยากให้กำกับดูแลอย่างดี เพื่อไม่ให้กระทบกับประชาชน
พ.อ.วินธัย กล่าวอีกว่า หัวหน้าคสช.พูดถึงเรื่องการศึกษาว่าที่ผ่านมาไม่ได้ตำหนิแต่เป็นการให้ข้อคิดเห็น เพราะอยากให้ทุกคนทุกหน่วยคำนึงถึงความเหมาะสมกับประเทศชาติจริง อะไรทำก่อนได้ให้ทำ อะไรที่มีผลสัมฤทธิ์ในปี 2558 ได้ ต้องเร่งดำเนินการ หัวหน้าคสช.ฝากทีมประชาสัมพันธ์ว่าขอให้ให้ความสำคัญกับเรื่องปัญหาขยะ ซึ่งคสช.หรือภาครัฐกำลังจะมีแผน หรือโครงการนำร่องที่มีการอนุมติไปบ้างแล้ว แต่อยากให้สังคมมีจิตสำนึกและให้ทุกภาคส่วนเข้ามามีส่วนร่วมในการหาวิธีบริหารจัดการขยะ เพราะการกำจัดคือวัตถุประสงค์หลัก แต่ด้านรองคือควรมีพลังงานทดแทนเกิดขึ้น และให้สังคมตื่นตัวกับสิ่งนี้พร้อมกับภาครัฐด้วย
พ.อ.วินธัย กล่าวอีกว่า ส่วนเรื่องสภาพอากาศนั้นหัวหน้าคสช.มีความป็นห่วง ในเรื่องของปริมาณฝนที่ข้อมูลพยากรณ์อาจจะมีฝนตกในบางพื้นที่ทำให้มีน้ำมากจนเกินไป จึงขอกำชับให้หน่วยงานที่รับผิดชอบทั้งกองทัพ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และกระทรวงมหาดไทยเตรียมพร้อมรองรับสถานการณ์ตั้งแต่เนิ่นๆ และดำเนินการโดยอัตโนมัติเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนประชาชนโดยเร็ว และบางพื้นที่ที่ฝนไม่ได้ตกในจุดที่กำหนด อาทิ ตกเหนือเขื่อน ที่ฝนยังตกน้อยทำให้บางเขื่อนน้ำน้อยกว่าเป้าหมายซึ่งอาจจะเกิดปัญหาเรื่องน้ำแล้ง จึงอยากให้เตรียมการดูแลและบรรเทาปัญหาเนิ่นๆเช่นกัน



