ข่าว

“สุวิทย์”โต้"ปองพลเรื่องเขาพระวิหาร

“สุวิทย์”โต้"ปองพลเรื่องเขาพระวิหาร

02 ก.ค. 2552

สุวิทย์ยืนยัน ผลเจรจา ซื้อเวลาต่อรองได้อีก1 ปี เพราะสามารถยืดเวลาจัดทำแผนการจัดการพื้นที่ และแนวกันชนได้ ขณะที่ ปราสาทพระวิหารยังคงเป็นมรดกโลกเพียงแต่ไม่สมบูรณ์เหตุไม่สามารถเสนอแผนอนุรักษ์รอบพื้นที่ปราสาทได้

 นายสุวิทย์ คุณกิตติ รมว.กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ให้สัมภาษณ์กรณีที่นายปองพล อดิเรกสาร อดีตประธานคณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยอนุสัญญาคุ้มครองมรดกโลก ขอให้นายสุวิทย์ โชว์เอกสารหลักฐานที่บอกว่าคณะกรรมการยูเนสโก และคณะกรรมการมรดกโลก รับฟังข้อคัดค้านของไทยจนเลื่อนพิจารณาขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหาร ไปในเดือนก.พ. 2553 ว่า ขอให้ไปถามคนกลางคืออาจารย์ศรีศักดิ์ วัลลิโภดม ดีกว่า เพราะน่าจะเป็นคนกลางที่รู้รายละเอียดดีที่สุดแล้ว ทั้งนี้ตนไม่อยากทะเลาะกับใครเพราะบ้าน เมืองกำลังแย่อยู่แล้ว

 เมื่อถามว่าตกลงปราสาทพระวิหารยังเป็นมรดกโลกอยู่หรือไม่ นายสุวิทย์ กล่าวว่า ขณะนี้สถานภาพของปราสาทพระวิหาร คือการได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกอยู่ แต่ยังขาดความสมบูรณ์ เนื่องจากไม่มีรายละเอียดของขอบเขตพื้นที่อนุรักษ์ แผนบริหารจัดการพื้นที่ และแนวกันชน รวมทั้งยังขาดความสมบูรณ์ในแง่ของวัฒนธรรม และปัญหาความขัดแย้งทางด้านเขตแดน ซึ่งเป็นเหตุผลหนึ่งที่เรานำไปใช้ยื่นหนังสือต่อยูเนสโก และประธานคณะกรรมการมรดกโลก ที่ประเทศสเปนเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา

 “จากเดิมกัมพูชาต้องส่งรายละเอียด เพื่อประกอบการขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหาร ที่เป็นผลจากการประชุมที่เมืองควิเบก ประเทศแคนาดาในปี 2551 ให้กับฝ่ายเลขามรดกโลกในการประชุมที่สเปน ภาย ในเดือนก.พ.ที่ผ่านมา แต่ปรากฎว่ากัมพูชา เพิ่งเสนอเอกสารเมื่อ 24 เม.ย. ที่ผ่านมานี้เอง พร้อมกับมีรายละเอียดเรื่องปัญหาการปะทะกันที่ชายแดนไทย - กัมพูชา บริเวณอุทยานพระวิหารเข้าไปด้วย ประกอบกับที่เราได้เดินทางไปยื่นหนังสือ และชี้แจงเรื่องไม่เห็นด้วยกับการที่ยูเนสโกขึ้นทะเบียนพระวิหาร ที่ขาดองค์ประกอบและส่งผลให้เกิดผลกระทบกับ 2 ประเทศที่ยังไม่สามาถตกลงเรื่องเขตแดนได้ และถือว่าหลักการของยูเนสโกเอง ดังนั้นที่ประชุม จึงไม่ได้เปิดให้มีการอภิปรายในประเด็นี้ เนื่องจากเกรงว่าจะก่อให้เกิดการ เผชิญหน้าระหว่าง 2 ประเทศ ที่เข้าไปในฐานะผู้สังเกตการณ์ จึงให้เลื่อนการพิจารณารายละเอียดดังกล่าวไปในปีหน้าแทน ” นายสุวิทย์ ระบุ

 นายสุวิทย์ กล่าวอีก ว่า ยอมรับ ว่าตอนนี้เหมือนกับช่วงต่อเวลาไปอีก 1 ปีว่าเราจะดำเนินการอย่างไรก็ให้รีบดำเนินการ และวางแผนเดินหน้าให้เป็นเอกภาพมากที่สุด ซึ่งจะทำตามนโยบายของนากยกรัฐมนตรี ทำงานกับยูเนสโก และทำงานกับกัมพูชา โดยเฉพาะต้องหาข้อยุติเรื่องปักปันเขตแดน ซึ่งจะทำให้ สามารถยุติความขัดแย้งจากประ เด็นการขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหาร ระหว่างไทยกับกัมพูชา โดยเบื้องต้นคงต้องชัดเจนในแง่ของการปักปันเขตแดน และสามารถรักษาอธิปไตยของทั้งสองฝ่าย ทั้งนี้เพื่อลดปัญหาการเผชิญหน้าซึ่งกันและกัน

 อย่างไรก็ตาม สิ่งที่เห็นจากการประชุมครั้งนี้คือ รู้สึกชื่นชมคณะจากกัมพูชาที่ให้ความสำคัญกับการขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารมาก มีการส่งคนสำคัญระดับประเทศจากหลายส่วนเข้าไป แสดงว่าเขามีความต่อเนื่องเป็นอย่างมาก ขณะที่ของเรายังมัวทะเลาะกันอยู่ ” นายสุวิทย์ ระบุ

 เมื่อถามว่าที่สุดแล้วในปีหน้า ไทยจะยังพร้อมผนวกแหล่งโบราณสถานในเขตแดนไทยเข้าไปเป็นมรดกโลกร่วมกับปราสาทพระวิหารได้หรือไม่ นายสุวิทย์ กล่าวว่า เบื้องต้นคงต้องรอให้การปักปันเขตแดนให้ชัดเจนก่อน จึงจะสามารถมากำหนดแนวทางได้ ซึ่งส่วนตัวเชื่อว่ามันยังมีช่องทางอีกหลายทางที่จะดำเนินการ แต่เป้าหมายตอนนี้ขอให้เกิดสันติภาพก่อนจึงจะทำงานในขั้นตอนอื่นๆได้