ข่าว

รัฐบาลประกาศคำขวัญวันงดดื่มสุราแห่งชาติ

รัฐบาลประกาศคำขวัญวันงดดื่มสุราแห่งชาติ

02 ก.ค. 2552

รัฐบาลประกาศคำขวัญวันงดดื่มสุราแห่งชาติ “ เลิกเหล้าเข้าพรรษา พาครอบครัวเป็นสุข ” รมช.สาธารณสุข ชี้ความรุนแรงในครอบครัว 80% เกิดจากน้ำเมา ดึงเยาวชน 3,100 โรงเรียน ชวนพ่อแม่เลิกเหล้า เครือข่ายเยาวชนฯขอบคุณ “อภิสิทธิ์-สนั่น”ห้ามขายเหล้าวันพระใหญ่

 เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม ที่โรงแรมรามาการ์เด้นท์ สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า ภายใต้การสนับสนุนของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จัดกิจกรรมรณรงค์งดเหล้าเข้าพรรษา วันงดดื่มสุราแห่งชาติ มีนายมานิต นพอมรบดี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธาน โดยในปีนี้รัฐบาลได้มอบคำขวัญงดเหล้าเข้าพรรษา เนื่องในวันงดดื่มสุราแห่งชาติ ประจำปี 2552 ที่ว่า “ เลิกเหล้าเข้าพรรษา พาครอบครัวเป็นสุข ”

 นายมานิต กล่าวว่า จากสถานการณ์การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ของคนไทย โดยผลสำรวจของสำนักงานสถิติแห่งชาติ พบว่า ในปี 2550 คนไทยถึง 10.3 ล้านคน เป็นผู้ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำ โดยมีถึง 3.3 ล้านคนที่ดื่มทุกวันหรือเกือบทุกวัน โดยเฉพาะในเด็กและเยาวชน ที่มีอัตราการดื่มประจำเพิ่มสูงขึ้นกว่าเมื่อปี 2539 ถึง 70 % ซึ่งถ้าหากรัฐบาลและสังคม ไม่มีมาตรการดูแลเพียงพอ เราคงมีคนรุ่นใหม่ติดแอลกอฮอล์กันเป็นจำนวนมาก ผลจากการดื่ม เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ นำไปสู่การเจ็บป่วยกว่า 60 โรค ซึ่งในปี 2549 พบว่ามีผู้ป่วยจากการดื่มแอลกอฮอล์ ถึง 3 ล้านคน ส่วนใหญ่เป็นผู้ชายถึง 2.6 ล้านคน

 “ผลจากการดื่มเครื่องดื่ม แอลกอฮอล์ยังก่อปัญหาให้เกิดความรุนแรงต่อผู้หญิง และเด็กมีจำนวนมากขึ้น จากตัวเลขการให้บริการของศูนย์พึ่งได้ในโรงพยาบาล ขนาดใหญ่ประจำจังหวัด 297 แห่ง ในปี 2550 พบว่า มีเด็ก สตรี และผู้สูงอายุ ที่ถูกกระทำทารุณ เข้ารับบริการจำนวน 19,068 ราย และจากสถิติของกองวิจัยและวางแผน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ตั้งแต่ พ.ศ.2547-255 1 พบว่ามีผู้หญิงเข้าแจ้งความดำเนินคดีการทำร้ายร่างกายเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยการศึกษา ของมูลนิธิเพื่อนหญิงชี้ว่าร้อยละ 70-80 ของชาย ที่ดื่มสุราหรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ มักใช้ความรุนแรงต่อผู้หญิงและเด็กโดยการทุบตีทำร้าย ร่างกาย และด่าทอทำร้ายด้านจิตใจ ” นายมานิต กล่าว

 นายมานิต กล่าวว่า เนื่องในวันงดดื่มสุราแห่งชาติ รัฐบาลจึงมอบคำขวัญในปีนี้ว่า “ เลิกเหล้าเข้าพรรษา พาครอบครัวเป็นสุข ” เพื่อเป็นการปลูกฝังค่านิยมของการลด ละ เลิกเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในกลุ่มเด็กเยาวชน พร้อมกับรณรงค์ให้เยาวชนร่วมเชิญชวนให้พ่อแม่เลิกเหล้าในช่วงเข้าพรรษา ซึ่งจะเป็นการเริ่มต้นของการลดปริมาณการดื่ม และยังเป็นการลดความรุนแรง การทะเลาะเบาะแว้งในครอบครัว ซึ่งในปีนี้ประชาคมงดเหล้าจังหวัดทั่วประเทศ ได้ร่วมกับคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ จะร่วมกันรณรงค์เนื่องในวันงดดื่มสุราแห่งชาติ และการเชิญชวนให้พ่อแม่เลิกเหล้า เพื่อสร้างความสุขขึ้นในครอบครัว

 นพ.อุดมศิลป์ ศรีแสงนาม ประธานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า กล่าวว่า จากการรณรงค์ในช่วงเทศกาลงดเหล้าเข้าพรรษาตลอด 6 ปีที่ผ่านมาพบว่า มีผู้เข้าร่วมงดเหล้าในช่วงเข้าพรรษาอยู่ในระดับที่พอใจ โดยผลสำรวจของศูนย์วิจัยเอแบคโพล ตั้งแต่ปี 2547 – 255 1 พบว่า มีผู้ร่วมงดเหล้าเข้าพรรษา เฉลี่ย 56 % โดยมีผู้งดเหล้าตลอด 3 เดือน เฉลี่ย 3 2% ซึ่งสูงกว่าสถานการณ์ก่อนการรณรงค์งดเหล้าเข้าพรรษา จากข้อมูลการสำรวจของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ปี 2544 พบว่า มีคนงดเหล้าเข้าพรรษาเพียง 11.8%

 นพ.อุดมศิลป์ กล่าวว่า ปัจจัยสำคัญที่ช่วยที่จะทำให้การงดเหล้าดีขึ้นคือ คนในครอบครัว ไม่ว่าจะเป็นลูก ภรรยา และพ่อแม่ มีส่วนสำคัญในการชักจูงให้คนหันมาเลิกเหล้าได้ถึง 38% ด้วยเหตุนี้ในการรณรงค์งดเหล้าเข้าพรรษา เนื่องในวันงดดื่มสุราแห่งชาติ จึงได้เน้นที่ครอบครัวเป็นสำคัญ ด้วยการให้ลูกชวนพ่อแม่ลด ละ เลิก เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยร่วมมือกับสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ และ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณ์ราชวิทยาลัย ทำโครงการนำร่อง ในโรงเรียนทั้งหมด 3,100 แห่ง ให้นักเรียนชวนพ่อแม่ญาติพี่น้องเลิกเหล้า สนับสนุนชุมชนเพื่อร่วมกับเด็กนักเรียนรณรงค์เลิกเหล้า จำนวน 50 โครงการ พร้อมกับจัดค่ายครอบครัวเลิกเหล้า จำนวน 80 ครอบครัว จาก 4 ภาคทั่วประเทศ นอกจากนี้ยังส่งเสริมให้มีวัดเป็นศูนย์เลิกเหล้า จำนวน 171 แห่ง เพื่อช่วยเหลือผู้ที่ต้องการลดละเลิก และมีศูนย์ให้คำปรึกษาเลิกเหล้า ที่หมายเลข 02 379 1020 ทุกวันระหว่างเวลา 8.00 - 16.00 น.

เครือข่ายเยาวชนฯขอบคุณ “อภิสิทธิ์-สนั่น”ห้ามขายเหล้าวันพระใหญ่

 ที่กระทรวงสาธารณสุข มูลนิธิเพื่อนเยาวชนเพื่อการพัฒนา นำผู้แทนเครือข่ายเยาวชนป้องกันนักดื่มหน้าใหม่กว่า 30 คน เดินทางไปที่กระทรวงสาธารณสุข เพื่อขอบคุณคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ คณะกรรมการนโยบายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์แห่งชาติ ที่มีพ.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ เป็นประธาน และขอบคุณ นายอภิสิทธิ์ เวชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ที่สนับสนุนและลงนามประกาศให้วันพระใหญ่ 4 วัน คือ มาฆะบูชา วิสาขบูชา เข้าพรรษา และอาสฬบูชา เป็นวันห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

 น.ส.จิราภรณ์ กมลรังสรรค์ นักศึกษาปี 2 มหาวิทยาลัยราชพฤกษ์ ผู้ประสานงานเครือข่ายเยาวชนสร้างสรรค์ กล่าวว่า การห้ามจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในวันพระใหญ่ คือจุดเริ่มต้นในการสร้างมติดีๆกับสังคม และเป็นแบบอย่างที่ดีแก่เด็กเยาวชน ซึ่งเครือข่ายเยาวชนได้ร่วมกับเครือข่ายพระสงฆ์ และองค์กรงดเหล้า ผลักดันมายาวนาน แต่เพิ่งจะมาสำเร็จในรัฐบาลนี้

 พวกเราดีใจอย่างที่สุด ที่ผู้ใหญ่ได้สร้างกฎกติกา ที่ถูกต้องดีงามไว้ให้ และหวังว่าในอนาคต นายกรัฐมนตรี จะมีนโยบายดีๆออกมาอีกอย่างต่อเนื่อง โดยเด็กๆและเยาวชนจะขอเป็นฝ่ายสนับสนุนและเป็นกำลังใจให้ตลอดไป

 น.ส.จิราภรณ์ กล่าวอีกว่า ปัญหาที่เกิดจากร้านขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ล้อมรอบสถาบันการศึกษา การขายเหล้าในหอพัก รวมถึงร้านเหล้าปั่นที่เป็นเหล้าแปลงร่าง เพื่อขายให้เด็กเยาวชนโดยเฉพาะผู้หญิง เพราะมีสีสันสวยงาม รสหวาน ทำให้ดื่มแล้วเมาโดยไม่รู้ตัว ก็รุนแรงมากขึ้น เครือข่ายเยาวชนฯ จึงเรียกร้องให้คณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ออกมาตรการ ดังนี้ 1.ควบคุมร้านเหล้าปั่นและการขายเหล้าปั่น โดยเฉพาะ ในพื้นที่ใกล้สถานศึกษา และหอพัก ให้ออกเป็นประกาศกฎกระทรวงโดยเร่งด่วน 2.คณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ควรเป็นเจ้าภาพในการเชื่อมประสานให้หน่วยงานต่างๆที่เกี่ยวข้องได้มีการหารือและร่วมกำหนดการปฎิบัติการบังคับใช้กฎหมายให้มีประสิทธิภาพ ทำงานร่วมกัน ไม่ใช้แบบโยนกลองหรือปัดความรับผิดชอบ 3.เครือข่ายเยาวชนฯ ยินดีจะนำผู้แทนคณะกรรมการควบคุมฯ ลงพื้นที่จริง

 ภก.สงกรานต์ ภาคโชคดี ผอ.เครือข่ายองค์กรงดเหล้า กล่าวว่า ขอขอบพระคุณนายกรัฐมนตรี แทนคนไทยทุกคนโดยเฉพาะชาวพุทธ ที่เห็นความสำคัญของวันพระใหญ่ จึงกรุณาลงนามในประกาศสำนักนายกฯให้ห้ามขายน้ำเมาในวันพระใหญ่ทั้ง 4 วัน ซึ่งมั่นใจว่าเรื่องนี้จะไม่กระทบกับนักท่องเที่ยว เนื่องจากนักท่องเที่ยวไม่ได้เป็นโรคติดเหล้าหรือแอลกอฮอล์ลิซึม จนขาดไม่ได้ และย่อมเข้าใจว่านี่เป็นวัฒนธรรมของไทย นักท่องเที่ยวจะชื่นชมเสียด้วยซ้ำ ส่วนคนไทยก็ไม่กระทบ เพราะส่วนใหญ่จะงดเว้นในวันพระใหญ่อยู่แล้ว แต่หากมีพวกที่ติดมาก ขาดไม่ได้ ก็สามารถซื้อตุนไว้ เนื่องจากกฎหมายแค่ห้ามขาย ไม่ได้ห้ามดื่ม

 "สำหรับการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์กฎหมายใหม่นี้ ประชาคมงดเหล้าจังหวัดทั่วประเทศพร้อมเครือข่ายภาคีงดเหล้ากว่า 300 องค์กร จะประสานพลังทั้งภาครัฐและภาคประชาชนในทุกจังหวัด เร่งรณรงค์ขอความร่วมมือไปยังร้านค้า ผู้ประกอบการ ทุกแห่ง ในการร่วมงดขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ร่วมปฏิบัติตามกฎหมาย และรณรงค์ไปพร้อมกับงานงดเหล้าเข้าพรรษาที่ทุกจังหวัดเตรียมจัดอยู่แล้วในวันเข้าพรรษานี้