
ระวังอีเมล์ชี้มีเพลงภาพลับแจ็คสันมีไวรัส
สำนักงานปราบปรามยาเสพติดสหรัฐร่วมสอบหาสาเหตุที่ให้อดีตราชาเพลงป๊อบ ไมเคิล แจ็คสัน เสียชีวิต เตือนภัยไวรัสที่มากับอีเมล์ที่อ้างมีเพลงและภาพลับของแจ็คสัน เหตุแจ็คสันทำศัลยกรรมเพราะไม่อยากให้หน้าเหมือนพ่อ
(2ก.ค.) เจ้าหน้าที่สำนักงานปราบปรามยาเสพติด หรือ ดีอีเอ ของสหรัฐ บอกเมื่อวานนี้ว่า ดีอีเอ กำลังดำเนินการตามคำขอของสำนักงานตำรวจนครลอสแองเจลิส ในการร่วมสอบสวนหาสาเหตุการเสียชีวิตที่ยังเป็นปริศนาของไมเคิล แจ็คสัน โดยดีอีเอ ซึ่งเป็นหน่วยงานของรัฐบาลกลางจะมีความพร้อมด้านเจ้าหน้าที่ เครื่องไม้เครื่องมือ และประสบการณ์ในการสอบสวนเกี่ยวกับการใช้ยาเสพติด ,ผู้ผลิตยาผิดกฎหมายที่เรียกว่า "พิล มิลส์" และสารอื่น ๆ ที่ตำรวจท้องถิ่นไม่สามารถทำได้
ดีอีเอจะตรวจสอบบรรดาแพทย์ของแจ็คสัน รวมทั้งยาที่แพทย์สั่งจ่าย และตรวจสอบด้วยว่าแพทย์เหล่านี้ได้ขึ้นทะเบียนกับดีอีเอในการสั่งจ่ายยาเหล่านั้นตามกฎหมายของรัฐบาลกลางหรือไม่ โดยเจ้าหน้าที่จะได้ตรวจหาแหล่งที่มาของยาเพื่อพิสูจน์ว่ายาที่สั่งจ่ายให้กับแจ็คสันหรือคนใกล้ชิด มีการลักลอบขายอย่างผิดกฎหมายหรือไม่
ขณะที่ครอบครัวแจ็คสันได้นำพินัยกรรมที่ทำไว้เมื่อ 7 ปีก่อนไปยื่นต่อศาลสูงในนครลอสแองเจลิสเมื่อวานนี้ ซึ่งเนื้อหาในพินัยกรรมระบุให้ทรัพย์สินทั้งหมดของเขาที่มีมูลค่ากว่า 500 ล้านดอลลาร์หรือกว่า 17,500 ล้านบาท ตกอยู่ในแฟมิลี่ ทรัสต์ โดยแต่งตั้งให้นางแคทเธอรีน มาดาของแจ็คสัน และลูก ๆ ทั้งสามคนเป็นผู้รับผลประโยชน์ และให้มารดาเป็นผู้ดูแลลูกทั้งสามคน หรือหากมารดาเป็นไปอะไรไปก็ให้เพื่อนรัก ไดน่า รอสส์ เป็นผู้ดูแลแทน ซึ่งผู้พิพากษาได้มีคำสั่งให้นางแคทเธอรีน เป็นผู้ดูแลทรัพย์สิน 2 พันรายการจากไร่เนเวอร์แลนด์ ไปจนกว่าจะมีการพิจารณาคดีอีกในวันจันทร์หน้า
หลังการเสียชีวิตของแจ็คสันมีการเปิดเผยว่า แจ็คสันติดยาแก้ปวด และรับประทานยาระงับประสาทและยารักษาอาการซึมเศร้าเป็นประจำ ขณะที่ พยาบาลที่ทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาโภชนาการส่วนตัวของแจ็คสัน บอกว่า แจ็คสันต้องทนทุกข์ทรมาณจากอาการนอนไม่หลับ เขาเคยขอยา ดิพริแวน ซึ่งเป็นยาระงับประสาทชนิดอันตรายที่ใช้วางยาผู้ป่วยในห้องผ่าตัดในช่วงหลายเดือนก่อน ซึ่งเธอได้ปฏิเสธไปหลายครั้ง
เหตุแจ็คสันทำศัลยกรรมเพราะไม่อยากให้หน้าเหมือนพ่อ
เว็บไซท์หนังสือพิมพ์ เดลี่ เมล รายงานว่า ไมเคิล แจ็คสัน เกลียดชังพ่อที่ชอบข่มเหงเขา ทำให้เขาอยากทำให้ตัวเองไม่เหมือนพ่อ จนนำไปสู่วังวนของการทำศัลยกรรมจนถึงขั้นเสพย์ติด โดยในช่วง 2 ปี หลังจากหย่าขาดจากกัน ลิซ่า มารี เพรสลีย์ บุตรสาวคนเดียวของราชาร็อค แอนด์โรลล์ " เอลวิส เพรสลีย์ " ได้จูงมือกับไมเคิล ไปรับประทานอาหารกลางวันด้วยกันที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง โดยไมเคิลสวมหมวกสีดำ เข้าชุดกับหน้ากากผ้าไหมสีดำ ที่เขาไม่ยอมถอดออก แม้เวลารับประทานอาหาร เขาพยายามสอดชิ้นเค้กและไก่ทอดผ่านผ้าปิดจมูกเข้าไปในปาก
ลิซ่า บอกกับไมเคิลว่า เธออยากให้เขารู้ว่า ถ้าเขาต้องการเพื่อนเขายังมีเธอ เขาเป็นคนจิตใจดีจากนั้นเธอได้ยิงคำถามที่โลกอยากรู้มานานหลายปีแล้วว่า ทำไมเขาถึงทำตัวแปลกนัก ในช่วงเวลาไม่นานหลังแต่งงานกัน เธอเห็นตัวเองอยู่ในสถานภาพที่ไม่มั่นคง ตอนที่ทั้งคู่กำลังจะย้ายออกจากห้องสูทของทรัมพ์ ทาวเวอร์ ในนิวยอร์ค นั้น ไมเคิล แต่งหน้า สวมผ้าปิดจมูกและแว่นดำเขาบอกเธอว่า บอดี้การ์ดจะมาพาเธอลงบันไดหลัง และให้รอในรถที่หน้าต่างติดฟิล์มดำมืด ส่วนเขาจะแยกไปและไปเจอกับเธอทีหลัง แต่เมื่อเธอไม่เชื่อ และเดินไปลงลิฟต์ปกติ แจ็คสันถึงกับตะโกนร้องเรียกเธอและว่า มันอันตราย พวกเขาจะกินเธอทั้งเป็น เขารีบส่งผู้ช่วยตามเธอลงไป แต่เธอหายตัวไป และเขายิ่งกังวลหนักขึ้น พร้อมกับบอกว่า ภรรยาที่น่าสงสารของเขาถูกลักพาตัวไปแล้ว และเขาจะอยู่อย่างไรต่อไป เขาบอกให้แจ้ง FBI กับ CIA ต่อมา ลิซ่า มารี ถูกพบว่ากำลังนั่งจิบมาตินี่ที่บาร์ริมถนนแห่งหนึ่ง
ตอนอายุ 13 ปี แจ็คสันให้สัมภาษณ์นิตยสารฉบับหนึ่งว่า เขาก็เหมือนกับเด็กคนอื่น ๆ แต่ที่จริงเขาไม่ค่อยได้เจอกับคนปกติทั่วไปอย่างที่เขาเรียก พวกแฟนเพลงรังแต่ทำให้เขาหวาดกลัว ตอนที่อยู่วงแจ็คสัน ไฟว์ เขาเกลียดการถูกรุมสวมกอดและจูบจากเด็กผู้หญิงและสาวใหญ่ที่คลั่งไคล้เขายังจำเหตุการณ์ที่ต้องผ่านเสียงกรีดร้องของเด็กสาว ในสภาพเอามือปิดตา ด้วยความกลัวว่าพวกเธอจะข่วนเขา แล้วก็เข้าไปซ่อนตัวอยู่ในตู้ ด้วยความหวังว่า พวกเธอจะมองไม่เห็น ไม่อย่างนั้นแล้ว จะถูกกระชากผม ให้ความรู้สึกเหมือนจะหายใจไม่ออกและถูกฉีกออกเป็นชิ้น ๆ โชคดี
ตอนที่ถ่ายทำโฆษณาเป๊ปซี่ ได้เกิดอุบัติเหตุที่อุปกรณ์ทำเอฟเฟคที่มีส่วนผสมของแม็กนีเซียมระเบิดใกล้ศีรษะของเขา ทีมงานได้เอาผ้าและน้ำแข็งโปะบริเวณศีรษะและผมที่ถูกไฟไหม้ และจัดการให้เขาออกทางประตูหลังไปขึ้นรถพยาบาล แต่ครั้งนี้ไมเคิลกลับยืนยันให้นำเขาออกทางประตูหน้า ซึ่งแฟน ๆ ได้เห็นและช่างภาพก็ได้ภาพ แน่นอนว่า ภาพเหล่านี้ได้เผยแพร่ไปทั่วโลกในคืนเดียวกัน และมันคือยุทธศาสตร์ของการโปรโมตตัวเอง ที่ประสบความสำเร็จอย่างชาญฉลาด และไมเคิลก็มีแผนอยู่ในใจแล้วว่า เขาต้องการเปลี่ยนแปลงภาพลักษณ์ให้มันออกมาในแบบที่เขาต้องการ
ในเรื่องความเกลียดชังที่มีต่อโจ แจ็คสัน ผู้เป็นบิดานั้น ตอนอายุ 5 ขวบ เขาถูกเหวี่ยงเข้าไปในห้อง ร่วงลงกับพื้นและมีเลือดออก พ่อของเขาหิ้วเขาขึ้นมา และบอกว่า นี่สำหรับสิ่งที่เขาเมื่อวาน ส่วนของวันนี้เขาจะกลับมาเล่นงานในวันพรุ่งนี้ โจมีวิธีสอนลูกไม่ให้เปิดหน้าต่างทิ้งไว้ในตอนกลางคืน ด้วยการสวมหน้ากาก ปลอมตัวเป็นคนร้ายปีนเข้าทางหน้าต่างห้องของลูก ๆ ซึ่งมันทำให้ไมเคิลกับมาร์ลอนพี่ชายของเขา ต้องฝันร้ายกลัวว่าจะถูกลักพาไปจากที่นอน แต่มีอยู่ครั้งหนึ่ง ไมเคิลรวบรวมความกล้าและหยิบรองเท้าขว้างใส่ โจถึงกับตะโกนใส่ว่า เขาได้เขียนใบมรณบัตรเอาไว้ล่วงหน้าแล้ว จากนั้นก็จับไมเคิลเอาหัวห้อยลง โดยจับขาไว้ข้างเดียวแล้วระดมตีไม่ยั้ง
เมื่อย่างเข้าสู่วัยรุ่น ไมเคิลเริ่มกังวลเกี่ยวกับรูปร่างหน้าตาของเขา การเป็นสิวทำให้เขาอาย เขารู้สึกว่า เขาน่าเกลียด ผิวดำเกินไป จมูกก็ใหญ่เกินไป พ่อและพี่ชายต่างเรียกเขาว่า " จมูกโต " และการทำศัลยกรรมจมูกของเขา ก็มีแรงบันดาลใจมาจากไอดอลของเขา คือ ไดอาน่า รอสส์ ที่สำคัญเขาต้องการให้ตัวเองดูเหมือนบิดาน้อยที่สุด แต่เขาก็กลัวการทำศัลยกรรม จนกระทั่งปี 2532 เมื่ออายุได้ 21 ปี เขาก็ตัดสินใจได้ เมื่อเขาซ้อมเต้นปกติและเกิดพลาดหกล้มจมูกหัก และเมื่อส่องกระจกหลังการผ่าตัด เขาก็พอใจในสิ่งที่เขาเห็น อีกสองปีต่อมา เขาทำศัลยกรรมครั้งที่ 2 และรูปแบบของอันตรายได้อุบัติขึ้น เมื่อปี 3 ปีต่อมา เขาก็ทำรอบใหม่ และครั้งที่ 4 ในปี 2529
เขาบอกกับคนใกล้ชิดว่า เขามีความสุขอย่างที่สุดอย่างที่ไม่เคยมาก่อน ที่รู้ว่าเขาสามารถเลือกหน้าให้ตัวเองได้ หลังจากนั้นเขาได้ใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการศึกษาภาพของตัวเอง เต้นหน้ากระจกและดูวีดีโอ เพื่อเตรียมจะทำศัลยกรรมครั้งใหญ่ให้ตัวเองเฟอร์เฟ็ค จนกระทั่งดาราสาวใหญ่ที่เป็นเพื่อนรักเขาอีกคนคือ เจน ฟอนด้า ถึงกับบอกเขาว่า เธอต้องการให้เขาหยุด เลิกทำศัลยกรรมได้แล้ว เธอขอให้เขารักตัวเองในแบบที่เขาเป็น ซึ่งไมเคิลได้สัญญาว่า เขาจะพยายาม แต่ตอนนั้นเขาก็ยังไม่พอใจจมูกของเขา เขาบอกว่า เขานั่งอยู่ในห้องที่บ้าน บางทีก็ร้องไห้ มักยากที่จะมีเพื่อน บางครั้งเขาเดินไปรอบ ๆ บ้านใกล้เรือนเคียงในตอนกลางคืน ด้วยความหวังว่าจะเจอใครที่พูดคุยด้วยได้ แต่มันก็จบลงด้วยการที่เขาต้องเดินกลับบ้าน
ระวังไวรัสจากอีเมล์อ้างมีเพลงภาพลับแจ๊คสัน
บริษัทความปลอดภัยด้านคอมพิวเตอร์" โซฟอส" (Sophos) ออกแถลงการณ์เตือน ที่ส่งจากสำนักงานในเอเชียของบริษัทฯ ซึ่งตั้งอยู่ที่สิงคโปร์ ในวันนี้ ให้ระวังการติดเชื้อไวรัสทางอินเตอร์เน็ต จากการเปิดอีเมล์ที่อ้างว่าข้างในเป็นเพลงและภาพลับของไมเคิล แจ๊คสัน
อดีราชาเพลงป็อปวัย 50 ปี ผู้เสียชีวิตกระทันหันเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว
แถลงการณ์ระบุว่า อีเมล์อันตรายนี้มีชื่อว่า "รีเมมเบอริ่ง ไมเคิล แจ๊คสัน "(Remembering Michael Jackson) หรือแปลว่า"รำลึกถึงไมเคิล แจ๊คสัน" โดยส่งมาจาก "ซาราห์ แอทไมเคิลแจ๊คสัน ดอท คอม "( sarah@ michaeljackson.com") พร้อมแนบไฟล์ที่มีชื่อว่า" ไมเคิล ซองส์แอนด์ พิคเจอร์ ดอม ซิพ" (Michael songs and pictures.zip)
"โซฟอส" เตือนไม่ให้ผู้รับเปิดไฟล์ที่แนบมา เพราะจะทำให้ติดไวรัส เมื่อติดเชื้อแล้ว คอมพิวเตอร์จะเริ่มส่งต่อเวิร์มโดยอัตโนมัติไปให้ผู้ใช้อินเตอร์เน็ตคนอื่นๆ ผู้เชี่ยวชาญของ"โซฟอส"ตั้งข้อสังเกตด้วยว่า นอกจากจะแพร่ไวรัสทางอีเมล์ มาลแวร์ตัวนี้ยังสามkรถแพร่ไวรัสผ่านทางอุปกรณ์ออโตรัน ( Autorun ) ในแท่งบันทึกความจำ USBได้ด้วย



