ข่าว

ขมน้ำตาล หวานบอระเพ็ด : สินบน

ขมน้ำตาล หวานบอระเพ็ด : สินบน

02 ก.ย. 2557

ขมน้ำตาล หวานบอระเพ็ด : สินบน : โดย...พัฒนเดช อาสาสรรพกิจ

 
                           เมื่อพูดถึงคำว่า สินบน ขึ้นมาครั้งใด ก็มักจะทำให้ผู้ที่ได้ฟังเกิดความรู้สึกด้านลบขึ้นมามากกว่าที่จะเป็นด้านบวก นั่นอาจจะเป็นเพราะว่า เรามักจะได้ยินการพูดถึงการให้สินบนเจ้าหน้าที่ หรือการพูดในคำพังเพยโบราณที่กล่าวว่า “กินสินบาท คาดสินบน” ซึ่งมีความหมายตรงกับคำว่า คอร์รัปชั่น ในปัจจุบันนี้นั่นเอง
 
                           ระเบียบการบริหารราชการของไทยในหลายหน่วยงานจะมีการกล่าวถึงเรื่องของสินบนเอาไว้ด้วย แต่เป็นการเรียกในนามของ “สินบนนำจับ” มีความหมายเป็นที่เข้าใจตรงกันว่า เป็นรางวัลสำหรับเจ้าหน้าที่ผู้ทำการจับกุมสิ่งผิดกฎหมาย เจ้าหน้าที่หรือหน่วยงานที่เป็นผู้ได้รับหรือมีความเกี่ยวข้องกับสินบนนำจับจึงอยู่ในหน่วยงานสายปราบปรามจับกุมเสียเป็นส่วนใหญ่ เช่น เจ้าหน้าที่ตำรวจปราบปรามยาเสพติด, เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร, เจ้าหน้าที่ศุลกากรผู้จับกุมสินค้าละเมิดภาษี เป็นต้น
 
                           ถือเป็นเรื่องแปลก เพราะเจ้าหน้าที่เหล่านั้นมีหน้าที่โดยตรงในการจับกุมผู้กระทำความผิดอยู่แล้ว ถ้าไม่ทำการจับกุมก็จะเข้าข่ายกระทำความผิดเสียเองในข้อหาละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งหากทำตามหน้าที่และจับกุมผู้ทำผิดได้ก็มีรางวัลที่สมควรต้องได้ตามระเบียบอยู่แล้ว คือการได้รับปูนบำเหน็จตำแหน่งและหน้าที่ ให้มีความก้าวหน้าเจริญเติบโตไปตามลำดับขั้น
 
                           การเปิดช่องทางให้มีสินบนนำจับจึงเท่ากับยอมรับว่า เจ้าหน้าที่ของราชการไทยย่อหย่อนต่อการทำหน้าที่ จึงต้องมีการกระตุ้นเพิ่มรางวัลต่างหากให้เป็นสินบนนำจับ ไม่ต่างไปจากการให้ค่านายหน้าหรือค่าคอมมิชชั่นแก่พนักงานขายในระบบการค้าเอกชน ทั้งที่มีระบบการว่าจ้างและการจ่ายค่าตอบแทนหรือค่าจ้างแตกต่างกันมาก
 
                           สินบนนำจับยังส่งผลให้เกิดช่องทางการโกงกินขยายวงกว้างออกไปอย่ากว้างขวางด้วย เช่น มีการลงชื่อร่วมจับกุมทั้งที่ไม่ได้ปฏิบัติหน้าที่ด้วย ประเมินราคาของสินค้าผิดกฎหมายให้สูงกว่าความเป็นจริง หรือแจ้งปริมาณการจับกุมสินค้าผิดกฎหมายให้จำนวนมากเกินกว่าที่จับกุมได้จริง ดังเช่นที่เกิดครหาในการจับกุมยาเสพติด
 
                           หรือในกรณีของสินค้าละเมิดกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับศุลกากร เพราะตามกฎหมายศุลกากร มาตรา 102 ตรี ระบุเอาไว้ว่า หากการจับกุมนั้นมีผู้แจ้งให้ทำการจับกุม สินบนนำจับที่ทางราชการต้องจ่าย จะสูงถึงร้อยละ 55 ของเงินที่ได้จากการจำหน่ายของกลาง หรือหากเป็นสินค้าที่ไม่ได้ทำการริบเอาไว้หรือไม่สามารถทำการจำหน่ายได้ ก็ให้หักจากค่าปรับเป็นเงินร้อยละ 55 ของค่าปรับที่เกิดขึ้น
 
                           แต่หากการจับกุมนั้นไม่มีผู้หนึ่งผู้ใดเป็นผู้แจ้งให้ทำการจับกุม สินบนนำจับจะลดเหลือเพียงแค่ร้อยละ 30 เท่านั้น จึงทำให้ทุกครั้งที่มีการจับกุมต้องมีการกล่าวอ้างว่ามีสายลับ หรือมีผู้แจ้งเบาะแสให้ทำการจับกุมทั้งสิ้น
 
                           หรือกรณีที่มีเจ้าหน้าที่ศุลกากรตรวจพบว่าสินค้ารายใดรายหนึ่งถูกประเมินค่าอากรขาดไป และมีการดำเนินการเรียกเก็บค่าอากรที่ขาดไปจากการเก็บครั้งแรก เจ้าหน้าที่ผู้ตรวจพบยังได้สินบนนำจับอีกร้อยละ 10 ของส่วนที่เรียกเก็บเพิ่ม โดยที่ไม่ได้มีการพูดถึงความผิดหรือความบกพร่องของเจ้าหน้าที่ผู้ทำการประเมินหรือทำการเรียกเก็บรายแรกเลยแม้แต่น้อย ซึ่งถือว่าไม่เป็นธรรมต่อกระบวนการทำงาน
 
                           อย่างไรก็ดี หากเป็นที่เข้าใจในหน้าที่การทำงานของกันและกันว่า เจ้าหน้าที่ซึ่งมีหน้าที่ปราบปรามจับกุม ก็ต้องปราบปรามและจับกุมสิ่งผิดกฎหมายอยู่แล้ว การตั้งเงินรางวัลหรือสินบนนำจับจึงไม่ต่างไปจากการยกเอาระบบคอร์รัปชั่นโกงกินให้ขึ้นมาเป็นการกระทำที่ถูกกฎหมายนั่นเองครับ
 
 
 
 
 
----------------------------
 
(ขมน้ำตาล หวานบอระเพ็ด : สินบน : โดย...พัฒนเดช อาสาสรรพกิจ)