ข่าว

สร้างสังคมการอ่าน สู่ความเข้มแข็งทางศก.

สร้างสังคมการอ่าน สู่ความเข้มแข็งทางศก.

03 ก.ย. 2557

เล่าสู่กันฟัง : สร้างสังคมการอ่าน สู่ความเข้มแข็งทางศก. : โดย...บัญญัติ คำนูณวัฒน์

 
                           เล่าสู่กันฟังในสัปดาห์นี้ ขอต่อยอดจากคุณค่าของการอ่าน - การเขียน เมื่อครั้งที่ผ่านมา เพราะปัจจัยสำคัญที่จะพัฒนาประเทศให้ทัดเทียมนานาชาติ  แค่การอ่านออก - เขียนได้ คงไม่พอ แต่เราทุกภาคส่วนต้องร่วมกันส่งเสริมการอ่านให้เกิดขึ้นในสังคมไทยอย่างจริงจัง โดยเฉพาะในกลุ่มเยาวชน จนเกิดพฤติกรรมการอ่านออก เขียนได้ นำไปใช้วิเคราะห์ เชื่อมโยงปรับใช้กับทุกสถานการณ์ในชีวิต 
 
                           “ในสังคมที่อ่านออก - เขียนได้ แต่ไม่อ่านหนังสือ ก็ไม่ต่างอะไรกับสังคมที่มีแต่คนอ่านหนังสือไม่ออก”  นี่เป็นวลีเด็ดจากทัศนะของ รองศาสตราจารย์ ดร.วรากรณ์ สามโกเศศ ประธานในงานมอบรางวัลหนังสือดีเด่น  เวทีเซเว่นฯ บุ๊คอวอร์ด ซึ่งชี้ให้เห็นว่าการอ่านเป็นอีกหนทางในการสร้างสังคมคุณภาพ ที่อยากหยิบยกมาเล่าสู่กันฟังเป็นพิเศษในครั้งนี้  
 
                           รศ.ดร.วราภรณ์ กล่าวเสริมถึงแหล่งความรู้ ที่บรรจุข้อมูลประวัติศาสตร์ ทฤษฎี เศรษฐกิจ สังคมและบทเรียนต่างๆ ไว้มากมาย มีทั้งหนังสือที่อยู่ตามห้องสมุดต่างๆ อาทิ ห้องสมุดในโรงเรียน ซึ่งมีอยู่ทั่วประเทศกว่า 38,000 แห่ง รองรับให้บรรดานักเรียน นักศึกษากว่า 13 ล้านคน หรือแม้กระทั่งห้องสมุดชุมชน สถานที่เหล่านี้เป็นแหล่งองค์ความรู้ ที่ตระเตรียมไว้ให้คนไทย มาใช้บริการเพื่อเกิดประโยชน์สูงสุด
 
                           นอกจากนี้ พ่อแม่ยุคปัจจุบันจะหวังพึ่งเพียงแต่ให้ครูเป็นผู้สอนลูกๆ หลานๆ อย่างเดียวคงไม่ทำให้เยาวชนไทยได้พัฒนาศักยภาพขีดความสามารถได้สูงสุด เพราะหากเทียบอัตราครูต่อนักเรียน ขณะนี้ โดยเฉลี่ยแล้วจะอยู่ประมาณ 1:300 คน น่าตกใจนะครับ แถมครูยุคนี้ยังต้องทำเอกสารเป็นพะเนินเทินทึก เพื่อเป็นตัวชี้วัดประกันคุณภาพเรื่องการศึกษา ดังนั้น เวลาที่จะไปสอนให้ลูกศิษย์เป็นทั้งคนเก่ง และคนดีด้วยได้ทุกคนนั้น คงยาก
 
                           แต่ใช่ว่าจะไม่มีแนวทางในการส่งเสริมเยาวชนไทย เพราะจากผลวิจัยจากสหรัฐอเมริกา พบว่า ลำพังการที่เด็กได้เรียนโรงเรียนดีๆ มีอุปกรณ์สื่อสารครบครัน ไม่สามารถการรันตีความสำเร็จในการศึกษา หรือ พัฒนาศักยภาพ ได้เท่ากับเด็กได้รับการเอาใจใส่เรื่องการเรียนอย่างใกล้ชิดจากพ่อแม่ และกระบวนการส่งเสริมนิสัยรักการอ่านต้องเริ่มตั้งแต่แบเบาะ จากแนวคิดเพื่อสร้างนิสัยรักการอ่านโดยเฉพาะในเด็ก 6 เดือน ถึง 6 ปี ผ่านโครงการ Bookstart  หรือหนังสือเล่มแรกที่นิยมใช้ไปทั่วทุกมุมโลก ได้มุ่งเน้นให้พ่อแม่ทุกคนเห็นความสำคัญของการอ่านให้ลูกฟัง 
 
                           จึงอยากให้ทุกท่านเห็นคุณค่าของสังคมการอ่าน ที่เริ่มต้นง่ายๆ จากคนในครอบครัว ใครสักคน อุ้มลูกๆ หลานๆ นั่งตักพลางชี้นิ้วอ่านหนังสือ พร้อมมีภาพประกอบบรรยายตามแต่จินตนาการ  เพราะส่วนหนึ่งของความเข้มแข็งของชาติ เริ่มต้นจากการบ่มเพาะเยาวชนและคนในสังคม ให้สามารถอ่าน คิด วิเคราะห์  เรียนรู้ในทุกมิติ และเมื่อคุณค่าการอ่าน เกิดขึ้น  ศักยภาพของคนไทยก็จะเข้มแข็งสามารถบริหารจัดการองค์ความรู้ จากหนึ่งคนได้เรียนรู้ กลายเป็นการรวมกลุ่มอาชีพ กลุ่มธุรกิจ ขยายสู่วิสาหกิจ พัฒนาชุมชนและประเทศให้มั่นคงทางเศรษฐกิจ ได้ในที่สุด 
 
 
 
 
 
 
----------------------------
 
(เล่าสู่กันฟัง : สร้างสังคมการอ่าน สู่ความเข้มแข็งทางศก. : โดย...บัญญัติ คำนูณวัฒน์)