
อุทยานขออภัยคนชื่อวรนุชยันไม่เปลี่ยนตัวเงินตัวทอง
กรมอุทยานฯ ขออภัย คนชื่อ วรนุช ยืนยันไม่เปลี่ยนชื่อตัวเงินตัวทอง เป็นชื่ออื่น อีก 1 ปีรู้ผลปลด เหี้ย เลี้ยงขายได้
วันที่ 2 ก.ค. นายเกษมสันต์ จิณณวาโส อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) กล่าวว่า หลังจากมีกระแสข่าวว่ากรมอุทยานฯจะเรียกชื่อตัวเงิน ตัวทอง หรือตัวเหี้ย ว่า “วรนัส” หรือ "วรนุช" ตามชื่อภาษาอังกฤษที่มาจากคำว่า Varanus salvator เพื่อให้ดูสุภาพขึ้นนั้น ยืนยันว่าทางกรมอุทยานฯ ยังไม่มีแนวคิดที่จะเปลี่ยนมาเรียกตัวเงินตัวทอง โดยการเรียกขานทับตามคำ ศัพท์ชื่อทางวิทยาศาสตร์อย่างแน่นอน ซึ่งข่าวที่ออกมาอาจสร้างความกระทบกระเทือน และไม่สบายใจกับคนที่มีชื่อว่า วรนุช และวรนัส ทางกรมอุทยานฯก็ต้องขออภัยที่ทำให้เกิดความสับสนขึ้น
อธิบดีกรมอุทยานฯ กล่าวอีกว่า ส่วนข้อเสนอให้กรมอุทยานฯพิจารณาการปลดตัวเงินตัวทอง ออกจากบัญชีสัตว์ป่าคุ้มครอง เพื่อให้สามารถเพาะเลี้ยงเชิงพานิชย์ได้นั้น ขณะนี้ยังอยู่ในขั้นตอนการศึกษาวิจัยเพาะเลี้ยงอยู่ ซึ่งคาดว่าอีก 1 ปีจึงจะแล้วเสร็จ เนื่องจากจำเป็นต้องมีการศึกษาพฤติกรรมและวงจรชีวิตของสัตว์ตัวนี้อย่างละเอียด โดยเฉพาะต้องมีการประเมินสถานภาพในระบบนิเวศน์ที่ชัดเจนของตัวเงินตัวทอง เพื่อไม่ให้กระทบต่อชนิดพันธุ์ในธรรมชาติด้วยหากจะมีการเปิดให้เพาะเลี้ยงได้ จากนั้นจึงจะนำมาเปิดรับฟังความคิดเห็นในวงกว้างจากสังคมด้วยว่าเห็นด้วยหรือไม่ ที่จะให้นำสัตว์ชนิดนี้มีการเลี้ยงแบบฟาร์ม เพื่อฆ่าเอาเนื้อ และหนังมาทำประ โยชน์ เพื่อสร้างมูลค่าได้หรือไม่ ซึ่งอาจต้องใช้เวลาในกระบวนการนี้อีก 6 เดือน โดยกรมอุทยานฯต้องดำเนินการให้รัดกุมเพื่อให้เกิดความโปร่งใสและไม่กลายเป็นจำเลยว่ากรมอุทยานฯอยากปลดบัญชีสัตว์ป่าเพื่อให้เอกชนเพาะเลี้ยง
“ที่ผ่านมากรมอุทยานฯมีการอนุญาตให้เพาะเลี้ยงสัตว์ป่าที่เคยอยู่ในบัญชีสัตว์ป่าคุ้มครองมาแล้ว โดยเฉพาะจำพวกนก เช่น นกเขาชวา ไก่ฟ้า นอกจากนี้ยังมีจระเข้ เก้ง กวาง มาแล้ว ซึ่งการอนุญาตให้เพาะเลี้ยงเชิงพานิชย์ได้นั้นต้องมีขั้นตอนกระบวนการและการศึกษาวิจัยรองรับก่อน ไม่ใช่ว่าอยากจะเปิดให้เลี้ยงสัตว์ตัวไหนก็อนุญาต สำหรับตัวเงินตัวทอง ถ้าถามว่ามีโอกาสที่จะอนุญาตให้เพาะเลี้ยงได้หรือไม่ ขณะนี้ต้องรอผลการศึกษาวงจรชีวิตของมันก่อน ส่วนเรื่องของความคุ้มทุนทางด้านเศรษฐกิจ คงไม่ใช่หน้าที่ของกรมอุทยานฯที่จะหาคำตอบ ” นายเกษมสันต์ ระบุ



