ข่าว

สุราษฎร์ฯเตือนปชช.ระวังน้ำป่าหลาก

สุราษฎร์ฯเตือนปชช.ระวังน้ำป่าหลาก

01 ก.ย. 2557

สุราษฎร์ธานีประกาศเตือนให้ปชช.ในพื้นที่เสี่ยงเฝ้าระวังน้ำท่วม-น้ำป่าไหลหลาก ขณะที่กรมอุตุฯ ชี้ไทยตอนบนมีฝนตกกระจายถึงเกือบทั่วไป ร้อยละ 40-70 ของพื้นที่

 
                    1 ก.ย.57 นายวงศ์ศิริ พรหมชนะ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้รับรายงานสภาวะอากาศจากอุตุนิยมวิทยาในช่วงนี้พื้นที่ จ.สุราษฎร์ธานีอยู่ในพื้นที่เสี่ยงฝนตกหนักและน้ำป่าไหลหลาก ดังนั้นเพื่อเป็นการเตรียมการป้องกันและแก้ไขปัญหา ที่อาจสร้างความเสียหายให้แก่ทรัพย์สินและชีวิตของประชาชนได้ จึงได้กำชับเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังในพื้นที่เสี่ยงภัยทุกจุด
 
                    "ขอให้ประชาชนที่อาศัยในพื้นที่อำเภอที่มีพื้นที่ติดริมแม่น้ำ ที่ลุ่ม และริมเชิงเขา ได้ระมัดระวังและยกสิ่งของสู่ที่สูงและเตรียมความพร้อมอพยพมายังจุดที่ปลอดภัย หากเกิดสถานการณ์น้ำท่วมสูง" นายวงศ์ศิริ กล่าว
 
                    นายวงศ์ศิริ กล่าวด้วยว่า สำหรับเส้นทางเดินเรือในช่วงนี้เรือเล็กควรงดออกจากฝั่งเด็ดขาดและ ติดตามข่าวพยากรณ์อากาศอย่างต่อเนื่อง ส่วนเรือเฟอร์รี่ข้ามฟาก ให้ผู้ประกอบการพิจารณาถึงความปลอดภัยเป็นหลัก
 
 
กรมอุตุฯชี้ไทยตอนบนมีฝนตกกระจายถึงเกือบทั่วไป ร้อยละ 40-70
 
 
                    กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศประจำวันที่ 1 กันยายน 2557 ลักษณะอากาศทั่วไปเมื่อเวลา 04:00 น. ร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เข้าสู่หย่อมความกดอากาศต่ำบริเวณชายฝั่งประเทศเวียดนาม ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้พัดปกคลุมทะเลอันดามัน และอ่าวไทย ลักษณะเช่นนี้ทำให้ประเทศไทยตอนบนยังคงมีฝนตกกระจายถึงเกือบทั่วไป ร้อยละ 40-70 ของพื้นที่ กับมีฝนตกหนักบางแห่ง ในภาคเหนือ บริเวณจังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง น่าน แพร่ สุโขทัย พิษณุโลก และเพชรบูรณ์ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ บริเวณจังหวัดขอนแก่น ชัยภูมิ นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี ภาคตะวันออก บริเวณจังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี จันทบุรี และตราด ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสมต่อเนื่องไว้ด้วย
 
 
พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยตั้งแต่เวลา 06:00 วันนี้ ถึง 06:00 วันพรุ่งนี้
 
                    ภาคเหนือ มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนองเกือบทั่วไป ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง น่าน แพร่ สุโขทัย พิษณุโลก และเพชรบูรณ์ อุณหภูมิต่ำสุด 22-23 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-31 องศาเซลเซียส ลมแปรปรวน ความเร็ว 10-30 กม./ชม.
 
                    ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนองเกือบทั่วไป ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดขอนแก่น ชัยภูมิ นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี อุณหภูมิต่ำสุด 23-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-32 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.
 
                    ภาคกลาง มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนองกระจาย ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดนครสวรรค์ ลพบุรี และสระบุรี อุณหภูมิต่ำสุด 23-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-32 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.
 
                    ภาคตะวันออก มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนองเกือบทั่วไป ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี จันทบุรี และตราด อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 29-30 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร
 
                    ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนองกระจาย ร้อยละ 40 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี และนครศรีธรรมราช อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-32 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร
 
                    ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนองกระจาย ร้อยละ 40 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดระนอง พังงา และภูเก็ต อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-32 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร
 
                    กรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีเมฆมาก โอกาสมีฝนฟ้าคะนองเกือบทั่วไป ร้อยละ 70 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-31 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.
 
 
พิจิตรน้ำท่วมถนนสายตะพานหิน-ทับคล้อ ระดับน้ำสูง 30 ซม.
 
 
                    ผู้สื่อข่าวรายงานว่าสถานการณ์น้ำท่วมพื้นที่ในเขตเทศบาลตำบลทับคล้อ จังหวัดพิจิตร ยังขยายวงกว้างอย่างต่อเนื่องโดยฝนในพื้นที่และน้ำป่าจากเทือกเขาเพชรบูรณ์ไหลเข้าท่วมถนนสาย เขาทราย-ตะพานหิน บริเวณหน้าสำนักงานเทศบาลตำบลทับคล้อ ระดับน้ำท่วมสูง 20-30 เซนติเมตร รถทุกชนิดยังคงสามารถใช้เส้นทางในการสัญจร ไปมาได้ ขณะที่เทศบาลตำบลทับคล้อต้องนำป้ายติดแจ้งเตือนให้ประชาชนระมัดระวังในการใช้รถใช้ถนน โดยเฉพาะรถขนาดเล็กและรถจักรยานยนต์ เนื่องจากเกรงว่าจะได้รับอันตรายจากการสัญจร
 
                    สำหรับการรับมือของประชาชนนอกจากจัดเก็บสิ่งของมีค่าไว้บนที่สูงแล้ว ยังมีการนำเอากระสอบทรายมาปิดกั้นทางน้ำเพื่อป้องกันน้ำท่วมบ้านเรือนประชาชนและสถานประกอบการเพื่อป้องกันความเสียหาย ขณะที่เทศบาลตำบลทับคล้อยังคงเร่งระบายน้ำให้ออกจากพื้นที่พร้อมกับดำเนินการประชาสัมพันธ์ผ่านหอกระจายข่าวประกาศเตือนประชาชนที่มีอยู่ ทั้ง 11 ชุมชน ให้เตรียมรับมือน้ำท่วมพร้อมกับให้เร่งเก็บข้าวไว้ที่สูงเนื่องจากเกรงว่าจะมีน้ำเพิ่มขึ้นจากฝนที่ตกในพื้นที่และน้ำที่ไหลมาจากเทือกเขาเพชรบูรณ์
 
 
สั่งปิด-เฝ้าระวังเข้มน้ำตกใหญ่หลายแห่งภาคเหนือ
 
 
                    นายโกสิทธิ์ นิลรัตน์ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติแม่ปิง กล่าวว่า ตั้งแต่ฤดูฝนเป็นต้นมาทางอุทยานฯได้สั่งห้ามลงเล่นน้ำบริเวณน้ำตกก้อหลวง ในเขตพื้นที่ ต.ก้อ อ.ลี้ จ.ลำพูน อย่างเด็ดขาด เนื่องจากเมื่อฝนตกจะมีเศษดินและกิ่งไม้ไหลลงมาติดบริเวณหินอาจจะเป็นอันตรายต่อนักท่องเที่ยวได้แต่ได้เปิดให้เข้าชมและถ่ายภาพได้ตามปกติ แต่เมื่อวันที่ 31 ส.ค.ที่ผ่านมาทางอุทยานฯได้ประกาศปิดไม่ให้เข้าชมน้ำตกก้อหลวงแล้ว
 
                    เนื่องจากปริมาณฝนที่ตกลงมาอย่างหนักเมื่อคืนวันที่ 30 ส.ค. วัดได้ 130 มิลลิเมตร และยังตกลงมาอย่างต่อเนื่องทำให้เกิดน้ำป่าไหลหลากจากบริเวณเทือกเขาที่เป็นพื้นที่ต้นน้ำซึ่งส่วนใหญ่เป็นป่าเต็งรังและดินลูกรัง ทำให้เมื่อฝนตกหนักดินจะไม่สามารถอุ้มน้ำได้ ทำให้เกิดน้ำป่าไหลหลากและพัดดินโคลนลงมาสู่พื้นล่างได้ง่ายและไหลลงมาจากเทือกเขาอย่างรวดเร็ว ทางอุทยานฯเกรงว่านักท่องเที่ยวจะเป็นอันตรายจึงต้องประกาศปิดห้ามเข้าชมน้ำตกดังกล่าวจนกว่าสถานการณ์จะดีขึ้นและขอให้นักท่องเที่ยวทำตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่และป้ายประกาศเพื่อความปลอดภัยด้วย
 
                    ทั้งนี้ น้ำตกก้อหลวงถือเป็นอันซีนไทยแลนด์ ที่มีภูมิทัศน์สวยงามอย่างมาก โดยเฉพาะราวเดือนเมษายนบริเวณน้ำตกจะมีลักษณะเป็นสระมรกตสีเขียว นักท่องเที่ยวจะนิยมมาท่องเที่ยวจำนวนมากและเคยเป็นสถานที่ในการถ่ายทำโฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ยี่ห้อหนึ่งด้วย
 
                    นายวุฒิพงษ์ ดงคำฟู ผู้ช่วยหัวหน้าอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ กล่าวว่า ทางอุทยานฯได้ปิดน้ำตกแม่กลาง ในเขตพื้นที่ ต.บ้านหลวง อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่ ตั้งแต่เมื่อวาน (31 ส.ค.) เนื่องจากปริมาณฝนตกลงมาอย่างหนักเกรงประชาชนจะเป็นอันตรายน้ำหลากลงมา ส่วนสถานที่ท่องเที่ยวและน้ำตกแห่งอื่นๆยังเปิดให้นักท่องเที่ยวได้เที่ยวชมตามปกติ แต่มีเจ้าหน้าที่คอยให้คำแนะนำและแจ้งเตือนนักท่องเที่ยวอยู่ทุกจุด หากฟ้าเปิดและฝนไม่ตกลงมาซ้ำอีกคาดว่าจะเปิดให้ชมได้ใน 1-2 วันนี้
 
                    ทางด้านนายอัมพร ปานมงคล หัวหน้าอุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย กล่าวว่า วันนี้ (1 ก.ย.) สถานการณ์น้ำบริเวณน้ำตกทั้ง3 แห่ง คือ น้ำตกแม่สา น้ำตกตาดหมอก เขตอำเภอแม่ริม และน้ำตกหมอกฟ้า เขตอำเภอแม่แตง จ.เชียงใหม่ ที่ได้ประกาศปิดไม่ให้เข้าชมเมื่อวาน (31 ส.ค.) ได้เปิดให้เข้าชมได้ตามปกติแล้ว เนื่องจากปริมาณฝนลดลงและในพื้นที่ฝนตกน้อยมากทำให้ปริมาณน้ำลดลงตามไปด้วย แต่ทางอุทยานฯได้ให้เจ้าหน้าที่ประจำหน่วยบริเวณน้ำตกทั้ง 3 แห่งคอยเฝ้าระวังและเตือนนักท่องเที่ยวถึงจุดที่อันตรายและห้ามลงเล่นน้ำเพื่อความปลอดภัย
 
 
กาฬสินธุ์เฝ้าระวังน้ำเขื่อนลำปาว หลังปริมาณน้ำเพิ่มสูงอย่างรวดเร็ว
 
 
                    วันที่ 1 ก.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากสถานการณ์น้ำในแหล่งเก็บน้ำ จ.กาฬสินธุ์ ที่เขื่อนลำปาวอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ พบว่าปัจจุบันปริมาณน้ำจากฝนที่ตกลงมาในช่วง 1 สัปดาห์ที่ผ่านมา ปริมาณน้ำยังคงไหลเข้าเขื่อนอย่างต่อเนื่อง  เจ้าหน้าที่จะต้องเฝ้าระวังปริมาณน้ำที่ไหลเข้าเขื่อน เนื่องจากต้นเดือนกันยายนนี้ จะมีพายุฝนตกลงมาอีก ประกอบกับอยู่ในช่วงน้ำหลาก ซึ่งทุกๆปีในช่วงนี้จะมีปริมาณน้ำไหลเข้าเขื่อนอีกจำนวนมาก
 
                    นอกจากนี้ พ.อ.จุมพล จุมพลภักดี ผู้บังคับการกรมทหารม้าที่ 6 ในฐานะรองผู้บัญชาการกองกำลังรักษาความสงบจังหวัดกาฬสินธุ์ พร้อมคณะติดตามแนวทางการบริหารจัดการและสถานการณ์น้ำเขื่อนลำปาว โดยนายปิยปัญญา ภู่ขวัญเมือง ผู้อำนวยการโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาลำปาวจังหวัดกาฬสินธุ์ ชี้แจงสถานการณ์ โดยตลอดทั้งสัปดาห์พบว่ามีปริมาณน้ำในเขื่อนถึง 1,028 ล้าน ลบ.ม.
 
                    นายปิยปัญญา กล่าวว่า ปริมาณน้ำที่ไหลเข้ามาเกิดจากปริมาณน้ำฝน น้ำไหลจากเทือกเขาภูพาน และ เขตรอยต่อ อ.ศรีธาตุ จ.อุดรธานี ซึ่งก่อนหน้านี้ 1 สัปดาห์ปริมาณน้ำมีเพียง 800 ล้าน ลบ.ม. แต่หลังจากมีฝนตกลงมามีน้ำเพิ่มขึ้นถึง 200 ล้าน ลบ.ม. ทำให้ปัจจุบันเขื่อนลำปาวมีปริมาณน้ำที่ 1,028 ล้าน ลบ.ม. หรือร้อยละ 52 ส่งผลดีกับเขื่อนลำปาวเกษตรกรมีน้ำเพียงพอในการทำเกษตร
 
                    ด้านพ.อ.จุมพล ระบุว่า การเข้าตรวจสอบเพื่อติดตามสถานการณ์น้ำเพื่อป้องกันภัยพิบัติ โดยเฉพาะการเฝ้าระวังพื้นที่ลุ่มน้ำ และพื้นที่ติดแม่น้ำ เพราะอยู่ช่วงน้ำหลาก ซึ่งในขณะนี้กรมทหารม้าที่ 6 ซึ่งดูแลพื้นที่จังหวัดกาฬสินธุ์ พร้อมที่จะให้การช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่อย่างเต็มที่
 
                    สำหรับปริมาณน้ำที่เพิ่มขึ้นส่งผลดีต่อพืชผลทางการเกษตร โดยเฉพาะการทำบ่อกุ้งก้ามกราม และบ่อปลา ซึ่งอยู่ในพื้นที่เขตชลประทานเขื่อนลำปาว และพื้นที่ชลประทานส่วนใหญ่ และยังได้สร้างความชุ่มชื่นให้กับประชาชนในพื้นที่นอกเขตชลประทานได้เก็บน้ำไว้ใช้ที่ยังผ่อนคลายปัญหาภาวะความแห้งแล้งในพื้นที่เป็นอย่างมาก