
จับเสี่ยเต็นท์รถปั้มแบงก์ปลอมชี้แก๊งระดับชาติ
30 ม.ค. 2552
ตำรวจโคราชรวบเสี่ยเต็นท์รถมือสอง นายทุนใหญ่ ผลิตแบงก์ปลอม พร้อมลูกน้อง 2 คน เจ้าตัวยังปากแข็งปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา ยันจะให้การในชั้นศาลเท่านั้น ด้านลูกน้องสารภาพเสี่ยจะให้บ่อปลาเป็นค่าจ้าง ในการไปว่าจ้างพรรคพวก 3 คน ที่ถูกจับก่อนหน้านี้ พิมพ์แบงก์ปลอมมูลค่า
เมื่อเวลา 09.45 น. วันที่ 29 มกราคม ที่หน้ากองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 อ.เมือง จ.นครราชสีมา พล.ต.ท.กฤษฎา พันธุ์คงชื่น ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 พร้อมด้วย พล.ต.ต.ฉัตรกนก เขียวแสงส่อง ผบก.ภ.จว.นครราชสีมา และ พ.ต.อ.พงษ์เดช พรหมมิจิตร รอง ผบก.ภ.จว.นครราชสีมา หัวหน้าชุดสืบสวนจับกุม ร่วมกันแถลงข่าวการจับกุมขบวนการผลิตแบงก์ปลอม ได้ผู้ต้องหา 3 คน คือ นายศรรามณ์ หรือพงษ์เดช ติงวัฒนะ อายุ 40 ปี อยู่บ้านเลขที่ 235 ซอยลาดพร้าว 115 แขวงคลองจั่น เขตบางกะปิ กรุงเทพฯ เสี่ยเต็นท์รถยนต์มือสอง นายทุนใหญ่ ที่สั่งผลิตแบงก์ปลอม นายอลงกต เที่ยงคืน อายุ 33 ปี อยู่บ้านเลขที่ 12 ถ.ปทุมกรุงเทพฯ ต.บางปรอก อ.เมือง จ.ปทุมธานี ลูกน้องคนสนิทของนายศรรามณ์ และนางกัลยา ท่านมุข อายุ 34 ปี อยู่บ้านเลขที่ 8/2 หมู่ 5 ต.หนองปลาไหล อ.วังทรายพูน จ.พิจิตร ภรรยานายอลงกต
ของกลางที่ตรวจยึดครั้งนี้ได้แก่ เครื่องคอมพิวเตอร์ เครื่องปรินเตอร์ เครื่องปั๊มเอกสารนูน เครื่องตัดกระดาษ แผ่นฟอยล์สีทอง แผ่นโลหะ เครื่องพิมพ์บาร์โค้ด และอุปกรณ์อื่นๆ ที่ใช้ในการผลิตธนบัตรปลอมของไทย กัมพูชา พาสปอร์ต เอทีเอ็ม ตราประทับทางราชการประเทศต่างๆ และวีซ่าปลอมอีกหลายประเทศ รวม 48 รายการ
พล.ต.ท.กฤษฎา เปิดเผยว่า การจับกุมครั้งนี้ สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 25 ธันวาคม ปีที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมาบุกจับกุมนายสนอง เงินจันทร์ อายุ 54 ปี นายวิทยา บัวรอด อายุ 28 ปี และนายดำรงชัย มะยมหิน อายุ 35 ปี ได้ที่โรงพิมพ์เอ็มบางกอก เลขที่ 4032/2 ถ.จตุรทิศ แขวงดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพฯ พร้อมยึดธนบัตรปลอม ราคาฉบับละ 1,000 บาท 46 ฉบับ กระดาษชนิดมันที่ใช้ผลิตธนบัตรปลอม 800 แผ่น แท่นพิมพ์ 2 แท่น แผ่นแถบสะท้อนแสง แผ่นเพลท สำหรับทำแม่พิมพ์ เครื่องอัดเพลท 1 เครื่อง เครื่องคอมพิวเตอร์ 2 ชุด เครื่องปรินเตอร์สี 2 เครื่อง สีกระป๋องที่ใช้พิมพ์ธนบัตร ที่รองกระดาษ กาวทาเพลท และอุปกรณ์ที่ใช้ในการผลิตธนบัตรปลอมรวมอีกกว่า 10 รายการ
พล.ต.ท.กฤษฎา กล่าวว่า ผู้ต้องหาทั้ง 23 คน รับสารภาพว่าร่วมกันผลิตธนบัตรปลอมมานานหลายเดือนแล้ว โดยมีนายพงษ์เดช เจ้าของเต็นท์รถมือสองในเขตสายไหม กรุงเทพมหานคร เป็นนายทุนใหญ่ และนายอลงกต เป็นผู้ว่าจ้างให้ผลิตธนบัตรปลอมฉบับละ 1,000 บาท จำนวน 1 หมื่นฉบับ แลกกับเงินค่าจ้าง 2 แสนบาท ต่อมาศาลจังหวัดนครราชสีมาออกหมายจับนายอลงกต และทีมสืบสวนก็ได้ตามแกะรอยจนสามารถจับกุมนางกัลยา ภรรยาของนายอลงกต ได้เป็นคนแรก ที่บ้านพักภายในหมู่บ้านอัมรินทร์ แขวงสายไหม โชคชัย 4 กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 27 มกราคม ที่ผ่านมา จากนั้นชุดสืบสวนได้ติดตามจับกุมนายอลงกตได้ในบ้านเช่าไม่มีเลขที่ ในซอยลาดพร้าว-วังหิน 62 โชคชัย 4 กรุงเทพฯ ในค่ำวันเดียวกัน กระทั่งคืนวันที่ 28 มกราคม จึงติดตามจับนายพงษ์เดช ที่เปลี่ยนชื่อเป็น นายศรรามณ์ ได้ในบ้านพักเลขที่ 235 ซอยลาดพร้าว 115 แขวงคลองจั่น เขตบางกะปิ กรุงเทพฯ
พล.ต.ท.กฤษฎา กล่าวอีกว่า จากการสอบปากคำ นายอลงกตรับสารภาพและให้การซัดทอดนายศรรามณ์ว่าเป็นนายทุนใหญ่ที่อยู่เบื้องหลังขบวนการผลิตธนบัตรปลอม แต่นายศรรามณ์ยังคงให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหาและขอให้การในชั้นศาลเท่านั้น แต่ตำรวจมีหลักฐานพยานแน่นหนาสามารถดำเนินคดีได้อย่างแน่นอน
"สำหรับการจับกุมครั้งนี้ ถือเป็นการถอนรากถอนโคนขบวนการผลิตแบงก์ปลอมที่ถือว่าเป็นขบวนการระดับชาติ เพราะจากการสืบสวนและพบหลักฐาน มีการผลิตธนบัตรปลอมของต่างชาติอีกหลายประเทศ พร้อมเอกสารสำคัญอย่างอื่น เช่น พาสปอร์ต วีซ่า บัตรประชาชน เอทีเอ็ม และตราประทับทางราชการของประเทศต่างๆ อีกหลายรายการ ขบวนการผลิตธนบัตรปลอมนี้สร้างความเสียหายในระบบเศรษฐกิจของประเทศ ส่วนที่เกี่ยวข้องกับประเทศอื่นๆ ตำรวจจะได้ประสานกับประเทศที่เสียหายมาแจ้งความดำเนินคดีต่อผู้ต้องหาต่อไป" พล.ต.ท.กฤษฎา กล่าว
นายอลงกต ให้การรับว่า นายศรรามณ์สัญญาว่าจะให้บ่อปลาย่าน ต.บางปรอก อ.เมือง จ.ปทุมธานี 1 บ่อ เป็นค่าจ้างในการไปว่าจ้างพรรคพวก 3 คน ที่ถูกจับก่อนหน้านี้ พิมพ์ธนบัตรปลอมที่โรงพิมพ์เอ็มบางกอก กรุงเทพฯ จำนวน 1 หมื่นฉบับ มูลค่ารวม 10 ล้านบาท ด้วยเงินค่าจ้าง 2 แสนบาท จากนั้นจะมีลูกค้ามารับธนบัตรปลอมไปกระจายสู่ตลาดภาคอีสาน เหนือ และใต้ อีกต่อหนึ่ง
นายอลงกต กล่าวว่า นอกจากนี้นายศรรามณ์ยังได้สั่งให้ผลิตธนบัตรปลอมอีกหลายประเทศ อาทิ แบงก์กินี (แอฟริกาใต้) ธนบัตรกัมพูชา และธนบัตรพม่า ตลอดจนพาสปอร์ต วีซ่า และเอทีเอ็ม ปลอมอีกหลายประเทศ และบัตรประชาชนและหลักฐานสำคัญอื่นๆ อีกหลายรายการ ส่วนนางกัลยาภรรยา ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการผลิตธนบัตรปลอม เป็นเพียงคนช่วยขนสิ่งของหลบหนี ระหว่างที่ตนหลบหนีตำรวจเท่านั้น



