
เชียงใหม่อ่วม!น้ำท่วมขังซ้ำซากชุมชนกาดก้อม
เชียงใหม่อ่วม!น้ำท่วมขังซ้ำซากชุมชนกาดก้อม บางเส้นทางรถไม่สามารถสัญจรไปมาได้ อำเภอลับแล-เทศบาลโคราชจมด้วย
31ส.ค.2557ผู้สื่อข่าวรายงาน ปริมาณน้ำฝนที่ตกลงมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงบ่ายวานนี้ (30 ส.ค.) และฝนที่ตกหนักตลอดช่วงเช้ามืดวันนี้ (31 ส.ค.) โดยเฉพาะบริเวณอำเภอเมืองเชียงใหม่ ทำให้ปริมาณน้ำฝนสะสมไหลลงสู่ที่ลุ่มที่เป็นชุมชนจึงเกิดน้ำขังเป็นบริเวณกว้าง อีกทั้งปริมาณน้ำที่มีจำนวนมากไม่สามารถระบายสู่ลำคลองแม่ข่าที่ตื้นเขินและแคบและไม่สามารถระบายสู่แม่น้ำปิงได้ทันถึงแม้จะมีเครื่องสูบน้ำก็ตาม
ทั้งนี้ชุมชนที่ได้รับผลกระทบจากปริมาณฝนที่ตกหนักและเกิดน้ำท่วมขังซ้ำซากทุกปี คือ ชุมชนกาดก้อม อ.เมืองเชียงใหม่ ซึ่งอยู่ห่างจากประตูเชียงใหม่ไปทางทิศใต้ราว 500 เมตร ถือว่าอยู่ในตัวเมืองเชียงใหม่ ได้เกิดน้ำท่วมขังสร้างความเดือดร้อนให้ประชาชนอย่างมาก โดยเฉพาะถนนสุริยะวงศ์ ถนนสุริยะวงศ์ ซอย 5-7 และถนนนันทารามซอย 5 ก. ที่มีปริมาณน้ำท่วมขังสูงสุดถึง 70 เมตร ทำให้การสัญจรไปมายากลำบาก บางเส้นทางไม่สามารถสัญจรไปมาได้ และพบว่ารถจักรยานยนต์ได้เกิดเครื่องดับในขณะที่ผู้ขับขี่พยายามขับรถลุยน้ำไป เนื่องจากปริมาณน้ำสูงกว่าท่อไอเสียของรถ ส่วนร้านค้าต่างๆได้ปิดร้านจำนวนมากและหลายร้านได้นำกระสอบทรายมากั้นบริเวณหน้าร้านเนื่องจากน้ำได้เอ่อล้นเข้าไปภายในร้าน ส่วนประชาชนต่างเดินลุยน้ำไปซื้ออาหารมารับประทาน
ด้านนางสาวมะลิวรรณ แสนใจวุฒิ อายุ 35 ปี ชาวชุมชนกาดก้อม อ.เมือง จ.เชียงใหม่ กล่าวว่า กาดก้อมน้ำท่วมขังทุกปี พอฝนตกลงมานิดหน่อยก็เกิดน้ำท่วมแล้ว ถ้าน้ำไม่ท่วมก็ไม่ใช่กาดก้อม ส่วนท่อระบายน้ำก็ระบายไม่ทัน มีพวกขยะไปอุดตันลำคลองด้วย น้ำก็ไหลระบายไม่ทัน ตอนนี้ก็ยังไม่เห็นหน่วยงานใดมาเก็บขยะออกหรือมาเปิดทางระบายน้ำเลย ก็เดือดร้อนตลอด ก็อยากให้ทางเทศบาลเข้ามาช่วยเหลือ ช่วยดูแลรอกคลองรอกท่อระบายน้ำ เผื่อน้ำจะได้ระบายได้คล่องกว่าเดิม ขยะและผักตบชวาที่หลับที่นอนตามริมคลองที่ชาวบ้านโยนลงมาก็ระบายไม่ได้ตลอด
ผู้สื่อข่าวรายงานต่อว่า ล่าสุดเมื่อ 10.30น. ปริมาณน้ำยังไม่ลดแต่อย่างไรถึงแม้เจ้าหน้าที่ของเทศบาลนครเชียงใหม่จะมีเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่มาสูบช่วยระบายน้ำก็ตาม
เฝ้าระวัง3น้ำตกใหญ่เชียงใหม่เหตุฝนตกหนัก
นายอัมพร ปานมงคล หัวหน้าอุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย เปิดเผยว่า เมื่อช่วงเช้าวันนี้ (31 ส.ค.) ทางอุทยานฯได้สั่งปิดให้นักท่องเที่ยวได้เข้าชมบริเวณน้ำตกแม่สา น้ำตกตาดหมอก เขตอำเภอแม่ริม และน้ำตกหมอกฟ้า เขตอำเภอแม่แตง จ.เชียงใหม่ เนื่องจากเมื่อคืนที่ผ่านมา (30 ส.ค.) เกิดฝนตกอย่างหนักในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ โดยหน่วยวัดปริมาณน้ำฝนที่น้ำตกตาดหมอกวัดได้ 60 มิลลิเมตร ส่งผลให้เกิดน้ำป่าไหลหลากจากดอยสุเทพ-ปุย ทำให้แม่น้ำลำธารต่างๆมีระดับน้ำสูงขึ้นและเชี่ยวกราก โดยเฉพาะบริเวณน้ำตกทั้ง 3 แห่ง ดังนั้นเพื่อความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว ทางอุทยานฯจึงสั่งปิดให้เข้าเที่ยวชมน้ำตกเป็นการชั่วคราว
ทั้งนี้เมื่อช่วงบ่ายวันนี้ (31 ส.ค.) ทางอุทยานฯได้เปิดให้เข้าเที่ยวชมน้ำตกแม่สาและน้ำตกหมอกฟ้าแล้ว เนื่องจากระดับน้ำเข้าสู่สภาวะปกติ และมีนักท่องเที่ยวได้เข้ามาเที่ยวชมแล้ว ส่วนน้ำตกตาดหมอกยังคงปิดให้เข้าชมอยู่ เพราะระดับน้ำถือว่าค่อนข้างน่ากลัว เกรงว่าจะเป็นอันตรายต่อนักท่องเที่ยว แต่อย่างไรก็ตามทางอุทยานฯได้มีเจ้าหน้าที่คอยเฝ้าระวังปริมาณน้ำฝนและเฝ้าสังเกตการณ์ปริมาณน้ำบริเวณน้ำตกทั้ง 3 แห่งตลอด 24 ชั่วโมง รวมถึงน้ำตกห้วยแก้วด้วย หากนักท่องเที่ยวพบป้ายห้ามเข้าก็ขอความร่วมมือนักท่องเที่ยวให้ปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัดเพื่อความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว
ด้านศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคเหนือ แจ้งว่าวันนี้ภาคเหนือยังคงมีเมฆมาก มีฝนฟ้าคะนองเกือบทั่วไปเกือบทั่วไปร้อยละ 80 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย พะเยา น่าน ลำพูน ลำปาง แพร่ สุโขทัย กำแพงเพชร และพิษณุโลก ทั้งนี้คาดว่าในช่วงวันที่ 31 สิงหาคม - 6 กันยายน จะยังคงมีฝนฟ้าคะนองเกือบทั่วไปร้อยละ 70-80 ของพื้นที่และมีฝนตกหนักบางแห่ง
น้ำป่าหลากท่วม"บ้าน-โรงเรียน-นา" 2 ตำบลอำเภอลับแล
นายเวช อ่อนคง นายกอบต.ด่านแม่คำมัน อำเภอลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์ พร้อมกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ลงพื้นที่สำรวจและให้ความช่วยเหลือชาวบ้านหมู่ 3 บ้านห้วยทราย หลังฝนตกหนักต่อเนื่อง 3 วันส่งผลให้น้ำป่าจากภูเขาสูงอำเภอลับแล ไหลหลากสมทบน้ำจาก เขาห้วยแม่แก้ว อำเภอศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัย หากเข้าท่วมบ้านเรือนชาวบ้านกว่า 20 หลังคา บางจุดสูงกว่า 1 เมตร ชาวบ้านเก็บข้าวของหนีน้ำไม่ทันได้รับความเสียหาย โดยเฉพาะ เครื่องยนต์ทางการเกษตร ปุ๋ยเคมี และพันธุ์ข้าว
โดยที่บ้านของนายยอด ปาสา อายุ 76 ปี อยู่บ้านเลขที่ 103 หมู่ 3 ระดับน้ำสูงกว่า 1 เมตร ส่งผลให้นางคำน้อย คำชม อายุ 82 ปี แม่ยาย และนางสำเภา ปาสา ภรรยาซึ่งป่วยเป็นอัมพาต ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ เกิดภาวะความเครียด หลังทราบน้ำป่าทะลักท่วมบ้าน นอกจากนี้มวลน้ำยังท่วมข้าวอายุกว่า 2 เดือนกำลังตั้งท้องหมู่ 1 หมู่ 3 หมู่ 5 หมู่ 6 หมู่ 7 (รวม 5 หมู่บ้าน) ของตำบลด่านแม่คำมัน อีกกว่า 1 พันไร่
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าน้ำป่ายังหลากเข้าท่วมสนามกีฬา อาคารเรียน หอประชุม ห้องสมุด ของ โรงเรียนบ้านห้วยขมิ้น หมู่ 5 เขตเทศบาลตำบลพระเสด็จ อำเภอลับแล หากฝนยังตกต่อเนื่องและระดับน้ำไม่แห้งในวันพรุ่งนี้ ต้องประกาศหยุดเรียน
ชาวบ้านเขตเทศบาลนครโคราชอ่วมน้ำท่วม
จากฝนที่ตกลงมาอย่างต่อเนื่องส่งผลให้น้ำระบายไม่ทันล้นตะลิ่งลำตะคองเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนในเขตเทศบาลนครนครราชสีมา หลายชุมชน โดยเฉพาะชุมชนสุรนารายณ์-บ้านเก่า หลังสำนักงานสรรพากรภาค 9 เขตเทศบาลนครนครราชสีมา มีระดับน้ำท่วมสูงกว่า 30 เซนติเมตร ทำให้ ปภ. และเจ้าหน้าที่เทศบาลนครนครราชสีมา ต้องติดตั้งเครื่องสูบน้ำระยะไกลขนาดใหญ่ 2 เครื่อง เพื่อเร่งระบายน้ำออกจากชุมชนให้ไหลไปสู่พื้นที่การเกษตร
ว่าที่ร้อยตรีนิรันดร์ ดุจจานุทัศน์ นายอำเภอเมือง พร้อม นายกฤชเพชร เพชระบูรณิน หัวหน้าสำนักงานป้องกัน และบรรเทาสาธารณภัย ( ปภ. ) จ.นครราชสีมา และ หน่วยกู้ภัยเมตตา สนธิกำลังนำรถบรรทุกขนาดใหญ่และเรือท้องแบน เข้าไปในพื้นที่น้ำท่วมขังสูงกว่า 50 เซนติเมตร เพื่อเร่งช่วยเหลืออพยพผู้สูงอายุ เด็ก และขนย้ายสิ่งของ สัมภาระจำเป็น จากนั้นได้ตั้งศูนย์บรรเทาทุกข์ บริการอาหาร น้ำดื่ม ที่พักชั่วคราว รวมทั้งติดตั้งเครื่องสูบน้ำระบายน้ำที่เพิ่มสูงขึ้นจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย
นอกจากนี้ในบางพื้นที่บริเวณที่มีน้ำท่วมขังชาวบ้านสามารถเก็บแผ่นป้ายทะเบียนรถยนต์ที่หลุดได้เป็นจำนวนมาก โดยเจ้าหน้าที่ ปภ.นำป้ายทะเบียนทั้งหมดมาเรียงไว้บริเวณเครื่องสูบน้ำ เพื่อรอเจ้าของทะเบียนรถยนต์มาติดต่อขอคืน สำหรับสถานการณ์น้ำท่วมชุมชนนี้เป็นน้ำท้ายเขื่อน ซึ่งไหลมาจากพื้นที่การเกษตร และมารวมในลำตะคองผ่านตัวเมืองนครราชสีมา ทำให้เกิดปัญหาน้ำล้นตลิ่งหลายจุด หากไม่มีฝนตกลงมาเพิ่มในพื้นที่อีกคาดว่า 1-2 วันนี้ ระดับน้ำก็จะลดเข้าสู่ภาวะปกติ



