
ทำพิธีส่งมอบซ่อมตึกไทยคู่ฟ้า-ตึกนารี1ก.ย.
ทำเนียบฯจัดพิธีส่งมอบงานจากผู้รับเหมา ซ่อม'ตึกไทยคู่ฟ้า-ตึกนารี' ขณะที่ 'ตึกบัญชาการ1'ยังเหลือหลายจุด เลขาฯกกต.คาดเสนอชื่อสรรหาสปช.ยอดทะลุเกิน5พัน
31ส.ค.2557 ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าในการบูรณาซ่อมแซมอาคารสถานที่ภายในทำเนียบรัฐบาลเพื่อรองรับการเข้าปฏิบัติงานของนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีว่า ในวันนี้(31ส.ค.)ยังคงมีผู้รับเหมาก่อสร้างเข้ามาปฏิบัติงาน ทั้งในส่วนของการทาสีรั้ว ทาสีเสาไฟสปอตไลท์หน้าตึกไทยคู่ฟ้า ปรับปรุงพื้นผิวถนน และที่สำคัญคือที่ตึกบัญชาการ1และตึกบัญชาการ2 ซึ่งตึกบัญชาการ1 จะถูกใช้เป็นห้องประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)ที่ชั้น5 และเป็นห้องทำงานของรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
โดยวันนี้พบผู้รับเหมาเน้นเร่งงานในส่วนของการตกแต่งภายในที่มองจากสายตาแล้วพบว่ายังไม่เรียบร้อยในหลายจุด ขณะที่ภายนอกอาคารแม้ภาพรวมจะมีการทาสีใหม่เสร็จเกือบ100% แต่ก็ยังมีการตั้งนั่งร้านและคลุมผ้าใบในบางส่วนของอาคารเพื่อซ่อมแซมบางจุด ขณะที่อาคารอื่นๆ อาทิ ตึกสันติไมตรี แล้วเสร็จเพียงตึกหลังนอก ขณะที่ตึกหลังในยังเหลือในส่วนของห้องครัวด้านหลังเท่านั้น ส่วนตึกนารีสโมสร ซึ่งจะใช้เป็นตึกรับรองแขกวีไอพีของรัฐบาลก็แล้วเสร็จทั้งภายนอกและภายใน
สำหรับตึกไทยคู่ฟ้า ซึ่งเป็นตึกที่มีห้องทำงานของนายกรัฐมนตรีก็เรียบร้อยเสร็จสมบูรณ์100% ทั้งภายในและภายนอกอาคาร ซึ่งในช่วงเวลา 11.30น. ที่ผ่านมาได้ทีเจ้าของบริษัทผู้รับเหมาในส่วนของการแตกแต่งภายนอกตึกไทยคู่ฟ้าและสนามหญ้าหน้าตึกไทยคู่ฟ้า คือ บริษัทไอทีเอ็ม เทคโนโลยี จำกัด ที่เดินทางมาทั้งครอบครัวและพนักงานบางส่วนได้เข้าสักการะศาลพระภูมิและศาลตายายประจำทำเนียบรัฐบาล พร้อมกับตั้งโต๊ะถวายเครื่องเซ่นด้านหน้าตึกไทยคู่ฟ้า โดยผู้รับเหมาบริษัทไอทีเอ็ม กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า ตนมาขอบคุณสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่อำนวยความสะดวกให้งานเสร็จทันเวลา ทั้งที่สัญญาจริงระบุให้เวลาทำงาน2เดือน แต่ถึงเวลาลงมือจริงกลับมีการเร่งงานให้เสร็จภายใน1เดือน ซึ่งพวกตนต้องเร่งมือทำงานทั้งกลางวันและกลางคืน จนงานเสร็จไปได้ด้วยดีแม้จะเจออุปสรรคใหญ่คือฝนตกทุกวัน ที่ทำให้งานทาสีมีปัญหาอย่างมาก อย่างไรก็ตามก็เสร็จทันเวลาที่เร่งรัดมาและพร้อมที่จะส่งมอบงานแล้ว
อย่างไรก็ตามในช่วงเช้าวันจันทร์ที่1ก.ย. จะมีการตรวจรับและส่งมอบอาคารบางส่วนจากผู้รับเหมาให้กับพล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รองหัวหน้าคสช. ฝ่ายกิจการพิเศษ และม.ล.ปนัดดา ดิศกุล ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เพื่อเป็นสัญญาณแสดงถึงความพร้อมในการเตรียมสถานที่ให้กับนายกรัฐมนตรีและครม.เข้ามาปฏิบัติงาน
เลขาฯกกต.คาดเสนอชื่อสรรหาสปช.ยอดทะลุเกิน5พัน
ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) สำหรับบรรยากาศการเปิดรับเสนอชื่อบุคคลที่เหมาะสมเข้ารับการสรรหาเป็นสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) จำนวน 11 ด้าน ระหว่างวันที่ 14 ส.ค.- 2 ก.ย. ซึ่งวันนี้เปิดให้องค์กรนิติบุคคลได้เสนอชื่อเป็นวันที่ 18 โดยบรรยากาศตลอดช่วงเช้ายังคงมีองค์กรนิติบุคคลที่ไม่แสวงหากำไรให้ความสนใจทยอยเข้าเสนอรายชื่อผู้ที่มีความเหมาะสมเข้าสรรหาเป็นสปช.กันอย่างต่อเนื่อง โดย ณ เวลา 10.30 น. มีผู้ถูกเสนอชื่อแล้ว จำนวน 44 คน แบ่งเป็น การเมือง 5 คน บริหารราชการแผ่นดิน 4 คน กฎหมายและกระบวนการยุติธรรม 4 คน ปกครองท้องถิ่น 2 คน การศึกษา 5 คน เศรษฐกิจ 2 คน พลังงาน 2 คน สาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม 6 คน สื่อมวลชน 2 คน สังคม 8 คน และอื่นๆ 4 คน โดยมีบุคคลที่มีชื่อเสียงและเป็นที่รู้จักในวงสังคม อาทิ พรรคมาตุภูมิ เสนอชื่อพล.ต.วีระศักดิ์ นาทะศิริ รองเลขาธิการพรรค เข้าสรรหาด้านการเมือง สมาคมเพื่อสวนสัตว์ไทย เสนอชื่อนายโสภณ ดำนุ้ย อดีตผู้อำนวยการองค์การสวนสัตว์แห่งประเทศไทย เข้าสรรหาด้านสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม มูลนิธิอมตะ เสนอชื่อ นายโกศล ใจรังษี อดีตรองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เข้าสรรหาด้านสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม สมาคมนักเรียนทุนรัฐบาลไทย เสนอชื่อนางสมหญิง เปี่ยมสมบูรณ์ อดีตอธิบดีกรมประมง เข้าสรรหาด้านสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม มูลนิธิกองบัญชาการตำรวจนครบาล เสนอชื่อ พล.ต.ท.อนันต์ ภิรมย์แก้ว อดีต ผบช.น. เข้าสรรหาด้านการบริหารราชการแผ่นดิน
จากนั้นเวลา 09.45 น.นายภุชงค์ นุตราวงศ์ เลขาธิการกกต.ได้เดินทางมาตรวจความเรียบร้อยของการเปิดรับเสนอชื่อพร้อมระบุว่า ภาพรวมการเปิดรับเสนอชื่อเพื่อเข้ารับการสรรหาสปช.ตั้งแต่วันแรกจนถึงปัจจุบันยังคงเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ไม่พบปัญหาหรืออุปสรรคใดๆ โดยขณะนี้มีผู้ถูกเสนอชื่อเข้ารับการสรรหาสปช.ทั้งส่วนกลางและส่วนจังหวัด จำนวน 4,684 คนแล้ว ถือว่าเป็นตัวเลขที่สูงมากเกินกว่าที่สำนักงานกกต.ตั้งเป้าหมายไว้ 3 พันคน จึงคาดว่าระยะเวลาที่เหลืออีก 2 วันก็น่าจะมีผู้ถูกเสนอชื่อถึง 5 พันคนแน่นอน ทั้งนี้ ขอให้องค์กรนิติบุคคลที่มีความประสงค์จะเสนอชื่อรีบทยอยเสนอชื่อผู้เข้ารับการสรรหาโดยเร็ว อย่ามาเสนอชื่อกันในวันสุดท้ายเพราะถ้ามีปัญหาเรื่องเอกสารก็อาจจะไม่ทันต่อเวลาได้ และถ้าไม่ทัน สำนักงานกกต.ก็คงจะไม่ขยายเวลาในการเปิดรับเสนอชื่อเพิ่มเติมอีกต่อไป เพราะเป็นไปได้ยาก เนื่องจากพ.ร.ฎ.ว่าด้วยการสรรหาสปช.นั้นกำหนดระยะเวลาในการสรรหาสปช.ไว้ 50 วัน หากมีการขยายระยะเวลาในช่วงนี้ก็อาจจะส่งผลกระทบต่อปฏิทินการดำเนินการที่วางไว้
นายภุชงค์ กล่าวว่า ส่วนกระบวนการตรวจสอบคุณสมบัติของผู้ถูกเสนอชื่อนั้น ขณะนี้ทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้ง 15 หน่วยงานได้เริ่มทยอยส่งกลับมายังสำนักงานกกต. แล้ว ซึ่งเบื้องต้นพบว่ามีผู้ถูกเสนอชื่อเพียงรายเดียวเท่านั้นที่มีปัญหาเกี่ยวกับคุณสมบัติ เนื่องจากเคยถูกเพิกถอนสิทธิการเลือกตั้ง ทั้งนี้ หลังจากปิดรับเสนอชื่อสำนักงานกกต.ก็จะมีระยะเวลาอีก 10 วันในการตรวจสอบคุณสมบัติของผู้ที่ถูกเสนอชื่อเข้ารับการสรรหาสปช.จึงคิดว่าแม้จะมีผู้ถูกเสนอชื่อเข้ามาเป็นจำนวนมาก สำนักงานกกต.ก็จะดำเนินการได้ทัน เนื่องจากได้วางระบบการปฏิบัติงานไว้เป็นอย่างดี
"ทั้งนี้ในวันที่ 4 ก.ย. เวลา 09.00 น.ที่สโมสรทหารบก ถ.วิภาวดี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) จะเป็นประธานมอบแนวทางการปฏิบัติงานเกี่ยวกับการสรรหาสปช.ให้แก่คณะกรรมการสรรหาสปช.ทั้ง 11 ด้าน นอกจากนี้ยังมีผู้ว่าราชการจังหวัดทั้ง 77 จังหวัด ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัด ปลัดกรุงเทพมหานคร ประธานกกต.จังหวัด ผู้อำนวยการการเลือกตั้ง ทั้ง 77 จังหวัด รวมกว่า 500 คน เข้าร่วมงาน เพื่อให้การดำเนินการสรรหาสปช.ทั้งส่วนกลางและส่วนจังหวัดเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ถูกต้องและเป็นธรรม"นายภุชงค์ กล่าว
กต.นำคณะทูตเยี่ยมชมโครงการพัฒนาฯ
นายจักรี ศรีชวนะ อธิบดีกรมพิธีการทูต กระทรวงการต่างประเทศ เปิดเผยว่า กระทรวงการต่างประเทศนำคณะทูตต่างประเทศประจำประเทศไทย คู่สมรส พร้อมด้วยข้าราชการระดับสูงของกระทรวงการต่างประเทศ จำนวน 30 คน เดินทางไปทัศนศึกษาโครงการพัฒนาพื้นที่ อันเนื่องมาจากพระราชดำริที่วัดมงคลชัยพัฒนา อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดสระบุรี เพื่อเผยแพร่พระเกียรติคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้พระราชทานแนวคิด "ทฤษฎีใหม่" เพื่อเป็นแนวทางในการทำการเกษตร ที่เน้นเรื่องการบริหารจัดการที่ดินและน้ำให้เกิดประโยชน์สูงสุด ด้วยทรงตระหนักถึงปัญหาที่เกษตรกรมีที่ดินในจำนวนจำกัด มีความเสี่ยงต่อความเสียหายจากความแปรปรวนของสภาพอากาศ รวมทั้งไม่มีหลักเกณฑ์การปลูกพืช และส่วนใหญ่เป็นพืชชนิดเดียว
นอกจากนี้ คณะทูตยังได้เดินทางต่อไปยังอำเมือง จังหวัดลพบุรี เพื่อเยี่ยมชมพื้นที่ทางประวัติศาสตร์ที่พระราชวังนารายณ์ราชนิเวศน์ และศึกษาวิถีชีวิตคนท้องถิ่น ที่ศูนย์ศึกษาวิถีชีวิตพอเพียง ซึ่งเป็นการนำปรัญชาเศรษฐกิจพอเพียงมาต่อยอด และอนุรักษณ์ชีวิตความเป็นอยู่ของชาวบ้านในพื้นที่ไว้ ทั้งนี้ ยังได้พาคณะทูตเดินทางไปเยี่ยมชมและศึกษาแหล่งพลังงานทางเลือกใหม่ของประเทศไทย ที่อำเภอโคกสำโรง จังหวัดลพบุรี
ศูนย์โรงไฟฟ้้าพลังงานแสงอาทิตย์ (ลพบุรีโซลาร์) นับว่าเป็นแหล่งผลิตพลังงานไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์ที่ใหญ่ที่สุดของเอเชีย รองลงมาเป็นจีน และญี่ปุ่น โดยคณะทูตต่างชื่นชมแนวความคิด และความสามารถของคนไทยที่นำวัตถุดิบทางธรรมชาติที่อยู่รอบตัวมาใช้ให้เกิดประโยชน์ อย่างพลังงานแสงอาทิตย์ เป็นพลังงานสะอาด เพื่อทดแทนการใช้พลังงานจากน้ำมันที่นับวันจะค่อยๆ หมดไป อย่างไรก็ตาม การเดินทางครั้งนี้ ถือว่าประสบความสำเร็จ จะช่วยประชาสัมพันธ์ศักยภาพของจังหวัดจังหวัดลพบุรี ในด้านเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน การท่องเที่ยว และยังเป็นการกระชับความสัมพันธ์ระหว่างส่วนราชการไทยกับคณะทูตต่างประเทศในประเทศไทยอีกด้วย



