
ชีวิต..อส.พื้นที่ 3 จว.ใต้ เสี่ยงภัยเพื่อบ้านเกิด
31 ส.ค. 2557
ชีวิต..อส.พื้นที่ 3 จว.ใต้ เสี่ยงภัยเพื่อบ้านเกิด : วัชรชัย คล้ายพงษ์ ... ถ่ายภาพ / พัฐอร พิจารณ์โสภณ ... เรื่อง
“ตอนเช้าไป รปภ.ครูมาโรงเรียน บ่ายไปรอรับครูกลับ ถ้ามีตลาดนัดก็ไปดูแลที่ตลาดนัด ช่วงกลางคืนก็มีการตรวจจุด หมุนเวียนกันทำ 4 วัน พัก 2 วัน ค่อยกลับไปหาครอบครัว”
นี่คือภารกิจส่วนหนึ่งของ "สาธิต นวลทอง" สมาชิกกองอาสารักษาดินแดน (อส.) อ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี บอกถึงหน้าที่ที่ต้องทำในแต่ละวัน ซึ่งจะแตกต่างจาก อส.ในจังหวัดอื่นๆ เพราะที่นี่ต้องทำหน้าที่ชุดคุ้มกันพระสงฆ์ที่ออกบิณฑบาต คุ้มกันครู นักเรียน รวมถึงสถานที่ราชการ วัด มัสยิด และเส้นทางรถไฟ ซึ่งเสี่ยงต่อการก่อเหตุรุนแรงของผู้ไม่หวังดีด้วย
ความแตกต่างของสถานการณ์ในแต่ละพื้นที่ ทำให้ อส.ใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ต้องทำงานกันอย่างหนัก ด้วยพื้นที่ที่ต้องเฝ้าระวังตลอด 24 ชั่วโมง ทำให้พวกเขาต้องทำงานพร้อมความเสี่ยงในภารกิจรักษาความปลอดภัยในพื้นที่
แม้ทุกเสี้ยววินาทีในการปฏิบัติงานในฐานะ อส.จะมีความเสี่ยงสูง แต่ อส.ที่ปฏิบัติหน้าที่ที่นี่พร้อมเสียสละ เพราะส่วนใหญ่จะเป็นคนในพื้นที่และต้องการเป็นส่วนหนึ่งในการแก้ปัญหาความไม่สงบในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้
ภารกิจในแต่ละวันของ อส.ในพื้นที่นี้จะทำงานกันตลอด 24 ชั่วโมง...ตั้งแต่เช้าตรู่ คือตั้งแต่ดูแลชาวบ้านที่ออกมากรีดยาง คุ้มกันพระสงฆ์ในการบิณฑบาต คุ้มกันครูในตอนเช้าและตอนเย็น รวมถึงดูแลความปลอดภัยบริเวณตลาดนัด และการคุ้มกันเส้นทางรถไฟ ที่พบว่า ที่ผ่านมามีการเกิดเหตุรุนแรงมาแล้วทั้งสิ้น รวมทั้งการเดินลาดตระเวนในพื้นที่ระหว่างทางเพื่อไม่ให้มีการซุ่มโจมตี การตั้งด่านจุดตรวจเพื่อสกัดกั้นไม่ให้คนร้ายเข้ามาในพื้นที่ ทำให้ตลอดทางต้องมีการแบ่งพื้นที่ให้ชัดเจน ซึ่งแต่ละคนจะสับเปลี่ยนหมุนเวียนกันทำหน้าที่ โดยจะมีการแบ่งเส้นทางที่ดูแลระหว่าง อส. ทหาร และตำรวจ
อส.ในแต่ละพื้นที่ใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ส่วนใหญ่จะเป็นคนในพื้นที่ อย่าง “มูฮาหมัด รอรี เจ๊ะเด็ง” อส.อำเภอโคกโพธิ์ จ.ปัตตานี เล่าให้ฟังว่า เมื่อก่อนเป็นสมาชิก อบต. แต่พอมีความเคลื่อนไหวของแนวร่วมในพื้นที่ และตัวเองและคนรอบข้างโดนลอบทำร้าย มีการก่อเหตุทั้งเผาบ้าน ซุ่มโจมตี บาดเจ็บมาหลายครั้ง เลยตัดสินใจมาเป็น อส. เพราะคิดว่าเป็นหน้าที่ของเราโดยตรง ถึงแม้จะบาดเจ็บมาหลายครั้งจากการทำหน้าที่ แต่ก็ไม่คิดเปลี่ยนอาชีพ
"เวลาเกิดเหตุการณ์แต่ละครั้งที่บ้านก็จะโทรมาตลอด และเตือนสติให้ระวัง อย่าประมาท หลายเหตุการณ์ที่พบเจอมาก็ทำให้มีเราประสบการณ์ขึ้น ทั้งยังนำประสบการณ์มาเตือน อส.รุ่นน้องๆ ให้ระมัดระวังตัวด้วย"
“ประสบการณ์เราได้ชี้แนะน้องๆ ว่า ต้องหูไวตาไว ต้องมีไหวพริบ มีการสังเกต ประสบการณ์ต่างๆ ก็จะช่วย เราจะคอยแนะน้องๆ การทำงานของ อส.ได้เปรียบหน่วยอื่น เพราะเราเป็นคนในพื้นที่ ถามกว่ากลัวไหม ก็กลัว แต่เราไม่ประมาท มันเป็นงานที่ต้องทำ"
ไม่ต่างจาก “นนทวัฒน์ สารพร” อส.อำเภอโคกโพธิ์ ที่เพิ่งประสบเหตุลอบวางระเบิดลานจอดรถโรงพยาบาลโคกโพธิ์ จ.ปัตตานี เมื่อ 3 เดือน ที่ผ่านมา เนื่องจากวันที่เกิดเหตุลาดตระเวนอยู่ที่จุดเกิดเหตุพอดี โชคดีที่แรงระเบิดไม่ทำให้เขาบาดเจ็บมากนัก สามารถกลับมาทำงานต่อได้ ซึ่งเขาตัดสินใจทำงานตรงนี้ต่อ เพราะเป็นคนโคกโพธิ์ เมื่อก่อนเป็นทหารพราน แต่มันไกลบ้าน เลยเปลี่ยนใจกลับมาสมัครเป็น อส. ซึ่งลักษณะงานก็ไม่ต่างกัน คือ การลาดตระเวนและรักษาความปลอดภัย และยังไม่คิดจะเปลี่ยนอาชีพนี้
“เราสมัครใจมาอยู่แล้ว เหตุการณ์แบบนี้ต้องมีอยู่แล้ว เราก็ทำใจอยู่แล้วว่าจะต้องโดน ต้องได้รับบาดเจ็บบ้างเป็นธรรมดา ชีวิตการเป็น อส.ก็ได้ช่วยดูแลความปลอดภัยของชาวบ้าน เมื่อมีเหตุการณ์เราก็ช่วยดูแลกัน”
ขณะที่ภารกิจของสมาชิกกองอาสารักษาดินแดนใน อ.เบตง จ.ยะลา ก็ไม่ต่างกัน ถึงแม้จะไม่ค่อยมีเหตุการณ์ความไม่สงบ แต่ก็ต้องระมัดระวัง เนื่องจากเป็นเมืองเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวที่สำคัญ โดย อส.ที่ อ.เบตง กำลังตรวจตราเพื่อป้องกันไม่ให้มีเหตุซ้ำรอยเหตุการณ์ระเบิดเมื่อหนึ่งเดือนที่ผ่านมา
"ศุภรัฐ สาลัง" สมาชิกกองอาสารักษาดินแดน หัวหน้าชุดปฏิบัติการพิเศษอำเภอเบตง บอกถึงภารกิจที่หนักขึ้นเป็นเท่าตัว หลังจากเกิดเหตุการณ์ความไม่สงบขึ้น ซึ่งไม่เคยเกิดเหตุมานาน ตอนนี้ต้องมีหน้าที่รับผิดชอบในด้าน รปภ.บุคคลสำคัญ การ รปภ.งานต่างๆ และงานมวลชน ซึ่งเป็นคนหนึ่งที่ตัดสินใจไม่ทำงานในกรุงเทพฯ ต่อ และตัดสินใจกลับมาสมัครเป็น อส.ที่เบตง บ้านเกิด ถึงแม้คนในครอบครัวจะเป็นห่วงถึงความปลอดภัยก็ตาม
“ที่บ้านเป็นห่วง อยากให้เลิกเป็น อส. กลับไปอยู่บ้าน ก็บอกเขาไปว่า ลูกผู้ชายเกิดมาทั้งทีมันก็ต้องมีความรับผิดชอบ ถึงแม้จะเป็นงานหนัก แต่เราเกิดมาบนผืนแผ่นดินนี้ เราก็ต้องตอบแทน ชาวบ้านไว้ใจเรามากกว่า เราอยู่ที่นี่ เราเกิดที่นี่ มีข่าวอะไรเขาจะมาบอกเรา มีอะไรเราก็บอกเขา นี่แหละความสัมพันธ์ที่เขาจะเชื่อถือเราในการปฏิบัติหน้าที่ งานมวลชนสำคัญที่สุด”
"อภิชาติ เทียวพานิช" รองอธิบดีกรมการปกครอง บอกว่า ปัจจุบันสมาชิกกองอาสารักษาดินแดนใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ มีประมาณ 9,639 คน ถือเป็นปัจจัยหนึ่งในการเข้าถึงมวลชน เพราะส่วนใหญ่เป็นคนในพื้นที่ มีข้อมูลและความไว้ใจจากชาวบ้าน ซึ่งเป็นหนึ่งในการป้องกันไม่ให้เกิดเหตุได้ การข่าว 100 ข่าว เราไม่ให้เกิดเหตุ 99 ข่าว แต่เกิดเหตุแค่ครั้งเดียว พอเกิดเหตุมีข่าว คนจะรู้แต่เหตุที่สูญเสีย แต่เหตุการณ์ที่เราป้องกันคนจะไม่รู้ แต่เราได้ป้องกันแล้วในพื้นที่ เราจะได้เห็นว่ามีการบูรณาการร่วมกันทั้ง 3 ฝ่าย ตอนนี้ดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพ
"ตอนนี้ผมเน้นเรื่องงานการข่าวเป็นเรื่องสำคัญ ส่วนการเสริมอุปกรณ์ให้ อส.ใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เราได้รับการสนับสนุนงบประมาณในเรื่องของยุทธภัณฑ์ ไม่ว่าจะเป็นอาวุธปืน เครื่องมือเครื่องใช้ต่างๆ และกำลังจัดงบประมาณในการจัดตั้งที่ทำการของชุดคุ้มครองตำบล เราจะมีชุดคุ้มครองตำบลจาก 37 อำเภอ อยู่ 111 ชุดคุ้มครองตำบล ที่จะมีการเสริมในเรื่องวิทยุการสื่อสาร เสริมเรื่องอุปกรณ์ สถานที่ต่างๆ และอะไรที่เขาขาดให้ร้องขอมาได้" รองอธิบดีกรมการปกครอง กล่าว
แม้ภารกิจที่นี่จะเต็มไปด้วยความเสี่ยงต่อการเกิดเหตุร้าย เสี่ยงต่อความสูญเสีย แต่ อส.ทุกคนยังยืนหยัดทำงานร่วมกับหน่วยงานความมั่นคงอย่างเต็มที่ โดยมีเป้าหมายเดียวกัน คือ ต้องการเห็นสันติสุขเกิดขึ้นอีกครั้งใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้
------------------------
(ชีวิต..อส.พื้นที่ 3 จว.ใต้ เสี่ยงภัยเพื่อบ้านเกิด : วัชรชัย คล้ายพงษ์ ... ถ่ายภาพ / พัฐอร พิจารณ์โสภณ ... เรื่อง)



