ข่าว

เปิดชีวิตนักเตะต่างแดน 8 ปีบนเส้นทางการค้าแข้ง

เปิดชีวิตนักเตะต่างแดน 8 ปีบนเส้นทางการค้าแข้ง

31 ส.ค. 2557

เปิดชีวิตนักเตะต่างแดน 8 ปีบนเส้นทางการค้าแข้ง : โดย...โสภณ เพชรแท้ / ศุภกร อรรคนันท์

 
                         นับจากปี 2550 ที่เข้ามาอยู่ในไทย สำหรับ มุสซาร์ ซิลลาร์ (MOUSSA SYLLA) ขณะที่อายุ 19 ปี ด้วยการแนะนำจากพี่ชายซึ่งเป็นชาวกินี จากแอฟริกา และเข้ามาทำงานในไทยอยู่ก่อนหน้านี้ จนถึงขณะนี้เข้าสู่ปีที่ 8 ในวัย 26 ปี กับการก้าวเดินในเส้นทางนักฟุตบอลอาชีพ เป็นการเติบโตไปพร้อมกับฟุตบอลอาชีพของไทยที่พัฒนาไปตามลำดับ  
 
                         ในเส้นทางอาชีพนักฟุตบอลภายหลังจากจบการศึกษาขั้นพื้นฐานที่แอฟริกา มุสซาร์ได้ไปศึกษาต่อกับสถาบันฝึกอบรมด้านฟุตบอล เพราะความชื่นชอบในกีฬาฟุตบอล ขณะเดียวกันจากการที่มีพี่ชายประกอบอาชีพในไทย ทำให้มุสซาร์ตัดสินใจที่จะเดินทางมายังไทยเพื่อรอจังหวะที่จะเดินทางไปค้าแข้งที่ประเทศอินโดนีเซีย ระหว่างนั้นเองที่เป็นโอกาสให้มุสซาร์เข้าสู่วงการฟุตบอล และสโมสรแรกที่เปิดรับให้ผู้เล่นชาวกินีรายนี้ คือทหารบก
 
                         "ตอนนั้นทหารบกฝึกซ้อมทีมกันอยู่ ผมเองก็ไปเล่นฟุตบอลอยู่ละแวกนั้น และสตาฟฟ์โค้ชทหารบกเห็นฝีเท้าจึงชักชวนให้ผมมาเล่นให้ทหารบก ผมไม่ได้ไปคัดตัว แต่ทางทหารบกเห็นว่าผมเล่นฟุตบอลได้ดี และนั่นคือการเริ่มต้นของผมกับการเล่นฟุตบอลในไทย จากเบสิหการเล่นบอลแบบแอฟริกา เมื่อต้องมาเล่นฟุตบอลในแบบไทย ทำให้ผมต้องปรับตัวบ้าง แต่ทุกอย่างก็เป็นไปได้ด้วยดี ผมได้รับการต้อนรับจากทุกคน แม้ว่าขณะนั้นการสื่อสารในเรื่องภาษาระหว่างกันจะเป็นเรื่องที่ลำบากพอสมควร" มุสซาร์ กล่าว
 
                         ผู้เล่นต่างชาติรายนี้สร้างผลงานกับทีมฟุตบอลในไทย โดยค้าแข้งอยู่กับทหารบก 2 ปี, เมืองทอง ยูไนเต็ด 2 ปี, บางกอกกล๊าส 2 ปี, บีบีซียู เอฟซี 1 ปี และปัจจุบันผู้เล่นในตำแหน่งกองกลางให้พัทยา ยูไนเต็ด 
 
                         "ตลอดเวลากับการเป็นนักฟุตตบอลอาชีพในไทย ผมได้รับประสบการณ์ที่ดี ผมสามารถสร้างผลงานได้ดี เมื่อครั้งอยู่กับทีมเมืองทอง ยูไนเต็ด และบางกอกกล๊าส จนเป็นส่วนหนึ่งของทีมที่คว้ารางวัล แต่จนถึงขณะนี้ผมยังคงรักและผูกพันกับทีมทหารบก เพราะที่นั่นคือบ้านของผมและเป็นพื้นฐานที่ทำให้ผมมีวันนี้" 
 
                         มุสซาร์ กล่าวว่า สิ่งที่เรียนรู้จากวัฒนธรรมไทย คือเป็นเรื่องยากที่ความถูกต้องจะเป็นที่ยอมรับภายใต้ระบบอาวุโส ขณะที่เขาอยู่ในกินี หากพ่อเขาเองทำในสิ่งที่ไม่ถูกต้อง มุสซาร์สามารถที่จะทำความเข้าใจกับพ่อของเขาได้ และต่างฝ่ายต่างพร้อมที่จะเปิดรับฟังความคิดเห็น แตกต่างไปจากสังคมไทย การที่อาวุโสน้อยกว่าจะตำหนิผู้ใหญ่ที่ทำในสิ่งที่ผิด เป็นเรื่องยากที่อีกฝ่ายจะยอมรับได้
 
                         "เรื่องนี้มีส่วนต่อการสร้างความยุ่งยากให้ผมต่อการเป็นนักฟุตบอล เพราะการพูดหรือสื่อสารแบบตรงไปตรงมาของผม ทำให้อีกฝ่ายไม่พอใจ และเป็นปัจจัยส่วนหนึ่งที่ทำให้ผมไม่สามารถไปค้าแข้งได้ เพราะสัญญาบางอย่างที่ทำไว้และทำให้ผมต้องว่างงานไปช่วงหนึ่ง ด้วยเจตนาที่จะให้ผมหยุดการทำงาน ไม่ยอมปล่อยให้ผมออกจากทีม ทั้งที่มีทีมอื่นต้องการตัวผม" มุสซาร์ เล่าถึงช่วงที่ยากลำบากจากการถูกแขวนไม่ให้ลงแข่งและไม่ยอมปล่อยตัวไป
 
                         ประสบการณ์อีกด้านหนึ่งที่มุสซาร์ถ่ายทอดคือ ชีวิตของการเป็นนักฟุตบอลที่ผ่านงานกับสโมสรต่างๆ มา ทั้งในช่วงที่ฟุตบอลไทยกำลังเติบโต กระทั่งยกระดับสู่ความเป็นสากลในปัจจุบัน ความแตกต่างที่น่าสนใจคือรายได้ที่ได้รับ ภายนอกอาจจะมองว่าการอยู่ในทีมใหญ่น่าจะหมายถึงการมีรายได้ต่อเดือนที่สูง แต่จากสิ่งที่เกิดขึ้นกับตัวเขาเองโดยตรงนั้นกลับพบว่าการย้ายทีมมาอยู่กับทีมเล็กรายได้ที่ได้รับต่อเดือนกลับอยู่ในระดับที่สูงมากกว่า ที่สำคัญคือทีมเล็กมีความเป็นครอบครัวที่สูงกว่า
 
                         "ผมไม่รู้สึกแปลกกับบรรยากาศ แม้ว่าจะผ่านงานกับสโมสรใหญ่ที่ใครก็ตามอยากที่จะไปเป็นผู้เล่นเพื่อให้ตัวเองอยู่ในลีกที่มีคนดูจำนวนมาก วันนี้ผมอยู่ในลีกที่เป็นอันดับ 2 ของเมืองไทย แต่ผมก็มีความสุข ผมคิดว่าลีกที่ผมเล่น (ดิวิชั่น 1) เป็นลีกที่ทุกทีมเล่นกันได้อย่างสนุก ทุกทีมต่างมีความหวังที่จะสร้างผลงานของตัวเองเพื่อโอกาสที่จะได้ไปเล่นในลีกที่สูงขึ้น"
 
                         มุสซาร์ วางเป้าหมายในเส้นทางการเป็นนักฟุตบอลเอาไว้ที่อายุ 35-40 ปี และเชื่อว่าด้วยความใส่ใจต่อสุขภาพจะทำให้ยังมีเส้นทางในการประกอบอาชีพเป็นนักฟุตบอลไปได้อีกระยะหนึ่ง ซึ่งสำหรับนักฟุตบอลแล้วสิ่งที่ต้องใส่ใจมากที่สุดคือดูแลสุขภาพตัวเองให้สมบูรณ์อยู่ตลอด เพราะนี่คือหนทางเดียวเท่านั้นที่จะทำให้ผลงานในการลงสนามออกมาดี อันหมายถึงการที่จะได้ลงเล่นเป็นตัวจริง ที่ผ่านมาเคยประสบอาการบาดเจ็บอยู่บ้าง แต่ก็เป็นช่วงระยะเวลาอันสั้น จากนั้นก็กลับมาฟื้นฟูตัวเองได้
 
                         ปัจจุบันรายได้ของมุสซาร์ที่ได้รับจากพัทยา ยูไนเต็ด ถูกแยกออกเป็น 2 ส่วน โดยส่วนที่หนึ่งคือการส่งไปให้ครอบครัวเพื่อดูแลพ่อแม่ที่แอฟริกา ในจำนวนนี้จะมีเงินที่สร้างบ้านให้ลูกชายวัย 4 ขวบ ที่เรียนอยู่โรงเรียนนานาชาติใน จ.ชลบุรี ขณะที่รายได้ในส่วนที่ 2 นำมาใช้จ่ายภายในครอบครัว อันหมายถึงภรรยาชาวแอฟริกาและบุตรชาย 
 
                         "ผมมีลูกเพียงคนเดียว ถ้าถึงวันที่ผมต้องย้ายกลับไปแอฟริกา ก็อยากให้เขามีบ้านของเขาเองที่แอฟริกา อยากเห็นลูกมีความสุข เพราะเขาคือสิ่งที่มีค่ากับผม ส่วนสัญญาผมกับพัทยา ยูไนเต็ด กำลังจะสิ้นสุดลงหลังจบฤดูกาลภายในเดือนตุลาคมนี้ ผมกับโค้ชยังไม่ได้คุยกันถึงอนาคต เราเห็นตรงกันที่จะช่วยให้ทีมทำผลงานในตารางให้ดีที่สุดเพื่อความปลอดภัย" มุสซาร์ กล่าว
 
                         ...นี่คือเส้นทางชีวิตของแข้งผิวสีในตำแหน่งผู้เล่นกองกลางตัวรับ
 
 
------------------------
 
คุยกันด้วยภาษาฟุตบอล
 
 
                         ทรงยศ ยอดกลิ่นศรี หัวหน้าผู้ฝึกสอนพัทยา ยูไนเต็ด กล่าวว่า ในทีมมีผู้เล่นต่างชาติทั้งจากเอเชียและแอฟริกา รวม 6 คนด้วยกัน จากผู้เล่นทั้งทีมรวม 34 คน ซึ่งความแตกต่างในเรื่องของภาษาไม่ได้สร้างความยุ่งยากแต่อย่างใด เพราะต่างฝ่ายต่างปรับเข้าหากัน กระทั่งระหว่างการลงเล่นแม้สิ่งที่โค้ชจะสื่อสารกับผู้เล่นเป็นภาษาไทย แต่ผู้เล่นต่างชาติก็เข้าใจ
 
                         "ในฟุตบอลแล้วเมื่ออยู่ในสนามมันเป็นเหมือนศิลปะ เรามีภาษาฟุตบอลที่ทั้งโค้ชและนักฟุตบอลเข้าใจตรงกันได้ กับผู้เล่นต่างชาติที่อยู่ในสังกัดแล้ว เราก็ดูแลเขาอย่างดีเพื่อให้รู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัว การดูแลที่ว่าครอบคลุมไปถึงความเป็นอยู่และอื่นๆ ด้วย"
 
                         ทรงยศ กล่าวว่า ข้อแตกต่างที่สัมผัสจากผู้เล่นต่างชาติ คือทักษะและความสามารถที่มีอยู่สูงกว่าผู้เล่นของไทย การทุ่มเทที่มีตลอด 90 นาทีในสนาม นี่คือสิ่งที่ผู้เล่นไทยจะต้องพัฒนาและเรียนรู้ให้ทัน เพื่อยกระดับให้เป็นนักฟุตบอลอาชีพได้อย่างแท้จริง 
 
 
------------------------
 
(เปิดชีวิตนักเตะต่างแดน 8 ปีบนเส้นทางการค้าแข้ง : โดย...โสภณ เพชรแท้ / ศุภกร อรรคนันท์)