
กปปส.ตั้งมูลนิธิหนุนปฏิรูปชาติ
30 ส.ค. 2557
กปปส.ตั้งมูลนิธิหนุนปฏิรูปชาติ ปชป.แนะปฏิรูปคนก่อน เกาะเข้มปราบโกงรัฐสภา
30 ส.ค. 57 นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ โฆษกคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.) ให้สัมภาษณ์ว่า ทิศทางการเคลื่อนไหว กปปส.หลังจากนี้จะอยู่ภายใต้กฎกติกาเงื่อนไขของ คสช. โดยเป็นไปอย่างสร้างสรรค์และเกิดประโยชน์ เพื่อสนับสนุนการปฏิรูปประเทศ โดย กปปส.จะเคลื่อนไหวในนามมูลนิธิ “มวลมหาประชาชนเพื่อการปฏิรูปประเทศไทย” เพื่อสนับสนุนการปฏิรูปทุกรูปแบบ พร้อมสรุปแนวทางการปฏิรูปภายในระยะเวลา 1 ปี ตามโรดแม็พ คสช. และเสนอต่อสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ซึ่งจะรวบรวมกลุ่มเครือข่ายต่างๆ อาทิ นักวิชาการ และมูลนิธิอื่นๆ เพื่อศึกษาแนวทางการปฏิรูปประเทศ
“ทั้งหมดจะเป็นไปตามเจตนารมณ์ของมวลมหาประชาชนที่สอดคล้องกับการปฏิรูปของ คสช.ใน 11 ด้าน ที่ตรงกับความต้องการของประชาชน ซึ่งเชื่อว่าประชาชนจะให้โอกาส คสช.และ สปช.ในการเดินหน้าปฏิรูปประเทศ และมูลนิธิของ กปปส.ส่วนหนึ่งจะศึกษาเรื่องการปฏิรูป อีกส่วนจะทำกิจกรรมส่งเสริมการมีส่วนร่วมของภาคประชาชน” นายเอกนัฏ กล่าวและว่า แนวทางการปฏิรูปของ กปปส.ที่ได้กำหนดหัวข้อไว้ 5 ด้านในช่วงการชุมนุม ได้รวบรวมให้เกิดความชัดเจนและเสนอต่อ คสช.ไปแล้ว โดยมีการนำไปจัดอยู่ในหัวข้อการปฏิรูปของ คสช.ทั้ง11 ด้าน ซึ่งแกนนำ กปปส.จะเป็นตัวแทนประชาชนที่จะร่วมสร้างพลังและสานต่อเจตนารมณ์ในการปฏิรูปประเทศให้ประสบผลสำเร็จ ก่อนตัดสินใจอนาคตทางการเมืองต่อไป
ปชป.แนะปฏิรูปคนก่อนปฏิรูปชาติ
นายราเมศ รัตนะเชวง คณะทำงานฝ่ายกฎหมาย พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการปฏิรูปประเทศว่า ที่ผ่านมาปัญหาที่เกิดขึ้นก็คือคน ซึ่งเป็นผู้ปฏิบัติที่ขาดหลัก ไม่ทำหน้าที่อย่างซื่อสัตย์สุจริต ไร้คุณธรรมจริยธรรม ไร้หลักนิติธรรมและขาดหลักธรรมาภิบาล ดังนั้นจึงควรปฏิรูปคนมากกว่า เพราะถึงจะออกกฎหมายมาดีอย่างไร แต่ถ้าคนที่นำมาบังคับใช้ไม่ดีก็เป็นภัย กฎหมายนั้นก็ไร้ความหมาย เพราะกฎเกณฑ์ไม่สามารถกรองจิตสำนึกของคนได้
“ตัวอย่างที่ชัดเจนคือ พรรคการเมืองบางพรรคเป็นฝ่ายค้านตามรัฐธรรมนูญ แต่ไม่เคยทำหน้าที่ฝ่ายค้าน หรือรัฐบาลที่ผ่านมาพูดคำว่า “นิติธรรม” นับครั้งไม่ถ้วนแต่ไม่เคยปฏิบัติ ทั้งที่ ส.ส.มีหน้าที่ออกกฎหมายที่เกิดประโยชน์กับคนไทยและประเทศชาติ กลับพยายามออกกฎหมายลบล้างความผิดในคดีทุจริตให้บางคนบางกลุ่ม ดังนั้นถ้าจะปฏิรูปในทุกด้าน แต่ไม่ปฏิรูปคนก็คงปฏิรูปประเทศไม่สำเร็จ” นายราเมศ กล่าว
เกาะเข้มปราบโกงรัฐสภา
นายวิลาศ จันทร์พิทักษ์ อดีต ส.ส.กทม. พรรคประชาธิปัตย์ อดีตประธานที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) สภาผู้แทนราษฎร แถลงถึงการทุจริตในรัฐสภาว่า ช่วงรอยต่อของการมีเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรคนใหม่ควรจะต้องติดตามกันอย่างเข้มข้น เช่นกรณีการจัดสัมมนานอกสถานที่ของรัฐสภา ที่จัดกันเป็นประจำและเกือบทุกครั้งมีการจัดกันที่โรงแรมหรู เห็นว่าควรจัดได้ภายในรัฐสภา เพราะห้องว่างจำนวนมาก ซึ่งการไปจัดตามโรงแรมพบว่ามีค่าใช้จ่ายแพงกว่าปกติ 3-4 เท่า นอกจากนี้ ข้าราชการหลายคนในรัฐสภา ที่เกี่ยวข้องและมีเครือข่ายในการทำทุจริต ยังมีความเป็นอยู่สุขสบาย และไม่ได้ถูกโยกย้ายจึงเห็นควรให้มีการสอบสวนด้วย
ส่วนเรื่องที่ตนกับนายวัชระ เพชรทอง อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ไปยื่นที่ ป.ป.ช.ได้มีการตั้งคณะอนุกรรมการขึ้นมาไต่สวน 8 เรื่อง และได้ร้องเรียนไปยัง คสช.ทั้งหมด 20 กว่าเรื่อง ซึ่งจะเริ่มทยอยร้องเรียนให้มีการตั้งอนุกรรมการตรวจสอบทุกคณะ เพราะจนบัดนี้ยังไม่มีการนำตัวบุคคลที่เกี่ยวข้องมาดำเนินการ
“เรื่องทุจริตในสภาไม่ได้โยงเฉพาะข้าราชการประจำ วันนี้ ป.ป.ช.ได้ตั้งอนุกรรมการไต่สวนหลายเรื่อง โดยจะเข้าไปให้ปากคำกับ ป.ป.ช.เป็นระยะ และมองว่าก่อนจะไปตรวจสอบหน่วยงานอื่น เราควรที่จะตรวจสอบหน่วยงานตัวเองเสียก่อน และเป็นที่น่าแปลกใจว่ารัฐสภาเป็นหน่วยงานเดียวที่ สตง. และ ป.ป.ช. ไม่เคยเข้ามาแตะเลย เพราะคิดว่าหน่วยงานนี้เป็นหน่วยงานตรวจสอบและเป็นหน่วยงานที่ให้งบประมาณ จึงไม่อยากเข้ามายุ่ง แต่เมื่อมีการตรวจสอบแล้ว พบว่าเป็นหน่วยงานที่มีการทุจริตเป็นจำนวนมาก” นายวิลาศ กล่าว



