
สุโขทัยน้ำป่าหลากท่วม2หมู่บ้าน
30 ส.ค. 2557
สุโขทัยน้ำป่าหลากท่วมพื้นที่ทางการเกษตร 2 หมู่บ้าน ปชช.ได้รับผลกระทบ 150 ครัวเรือน ขณะที่ จ.นครราชสีมาฝนตกหนักสุดในรอบปี น้ำท่วมขังถนนหลายสาย
เมื่อเวลา 20.00 น.วันที่ 29 ส.ค.เกิดเหตุน้ำป่าจากเทือกเขาบึงบอนในพื้นที่ อ.ทุ่งเสลี่ยม จ.สุโขทัย ได้ไหลหลากทะลักเข้าท่วมบ้านเรือนของชาวบ้านซึ่งเป็นหมู่บ้านที่อยู่ด้านล่างของแนวเทือกเขาอย่างรวดเร็ว จนทำให้พื้นที่หมู่ที่ 8 บ้านบึงบอน และ หมู่ที่ 13 บ้านห้วยต้นผึ้ง ต.กลางดง อ.ทุ่งเสลี่ยม จ.สุโขทัย จำนวน 2 หมู่บ้านซึ่งมีบ้านเรือนของประชาชนอาศัยอยู่จำนวน 450 ครอบครัวได้รับผลกระทบ โดยกระแสน้ำป่าได้ไหลไหลทะลักเข้าท่วมกลางหมู่บ้านซึ่งบางจุดมีความลึกถึง 1 เมตร และกระแสน้ำที่แดงขุนยังได้พลัดเอาดินโคลนและกิ่งไม้ไหลมาอุดบริเวณประตูระบายน้ำจนต้องนำรถแบ๊คโฮมาตักดินโคลนและกิ่งท่อนไม้เพื่อเปิดทางน้ำให้ไหลได้สะดวก
เบื้องต้นจากเหตุดังกล่าว นายวรพจน์ ใจมูลวงศ์ นายกเทศมนตรีตำบลกลางดง หลังทราบเหตุที่หมู่บ้านบึงบอนและห้วยต้นผึ้งได้เกิดน้ำป่าพัดถล่มหมู่บ้านได้รับความเสียหาย จึงได้นำกำลังเจ้าหน้าที่ฝ่ายป้องกันภัยพร้อมเครื่องจักรขนาดใหญ่และกำลังคนเดินทางลงพื้นที่ให้การช่วยเหลือชาวบ้านอย่างเร่งด่วนซึ่งหลังจากทราบว่า น้ำป่าที่พัดลงมานั้นได้นำเศษสวะและกิ่งไม้ลงมาอุดบริเวณทางระบายน้ำในหมู่บ้าน จึงได้ใช้รถแบ็คโฮ ทำการตักเศษสวะและกิ่งไม้ออกเพื่อเป็นการเปิดทางน้ำ ส่วนบ้านเรือนของประชาชนเบื้องตนได้รับรายงานว่า มีบ้านเรือนที่ได้รับผลกระทบความเสียหายประมาณ 150 หลังคาเรือน ส่วนพืชส่วนไร่นาของชาวบ้านก็ได้รับความเสียเช่นกัน แต่ต้องรอการสำรวจความเสียหายอีกครั้งหนึ่งในช่วงเช้าของวันที่ 30 ส.ค.เวลา 09.00 น.
ขณะเดียวกันเนื่องจากยังมีฝนตกโปรยปรายลงมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งทางเจ้าหน้าที่เกรงว่าอาจจะเกิดน้ำป่าไหลทะลักเข้าท่วมบ้านเรือนของประชาชนอีกครั้งหนึ่งในช่วงกลางดึกของคืนวันนี้จึงได้สั่งการเจ้าหน้าที่จัดตั้งเวรยามคอยติดตามสถานการณ์น้ำป่าในช่วงคืนนี้ตลอด 24 ชั่วโมงหากเกิดน้ำป่าทะลักท่วมบ้านเรือนประชาชนจะได้เข้าช่วยเหลือได้อย่างทันท่วงที
นครราชสีมาฝนตกหนักสุดในรอบปี เกิดน้ำท่วมฉับพลันหลายแห่ง
นายกฤชเพชร เพชระบูรณิน หัวหน้าสำนักงานป้องกัน และบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) จังหวัดนครราชสีมา เปิดเผยว่า คืนวันศุกร์ ได้เกิดฝนตกในเขตเมือง นครราชสีมา วัดปริมาณน้ำฝนได้ 116 มิลลิเมตร ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ฝนตกหนักที่สุดในรอบปีนี้ ทำให้เกิดน้ำท่วมขังบนถนนหลายสาย ระดับน้ำสูงเฉลี่ย 30-50 เซนติเมตร จากการตรวจสอบพบน้ำท่วมขังบริเวณทางแยกหัวทะเล ถ.เพชรมาตุคลา ถ.เบญจรงค์ ซอย 8 ถ.ราชดำเนิน บริเวณหน้าจวน ผวจ.นครราชสีมา ถึงทางเข้ากองทัพภาคที่ 2 ค่ายสุรนารี หน้าสำนักงาน ปภ.นครราชสีมา ถ.สุรนารายณ์ ถ.เดชอุดม ถ.ด้านหลังโรงพยาบาลมหาราช นครราชสีมา บริเวณตลาดประปา
อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ ได้ระดมกำลังติดตั้งเครื่องสูบน้ำ เพื่อระบายจนกระทั่งสถานการณ์ได้คลี่คลายลงบ้างแล้ว
หนองคายน้ำท่วมพื้นที่การเกษตรกว่า 2 พันไร่
ที่ จ.หนองคาย ได้เกิดฝนตกหนักและต่อเนื่องติดต่อกันมาหลายวัน ส่งผลให้น้ำฝนสะสมและน้ำที่ไหลมาจากลำห้วยสวยเอ่อล้น ท่วมพื้นที่การเกษตร ในเขตต.ค่ายบกหวาน อ.เมือง จ.หนองคาย รวม 3 หมู่บ้าน ประกอบด้วย บ้านนาฮี บ้านดอนกอก บ้านหนองหมื่น ทำให้พื้นที่นาและสวนปาล์ม เนื้อที่รวม 2,000 ไร่ ถูกน้ำท่วม
นายทะนงศักดิ์ กมุตะเสน ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 5 บ้านหนองหมื่น กล่าวว่า น้ำจากลำห้วยสวย ได้เอ่อท่วมพื้นที่การเกษตรของชาวบ้านมาแล้ว 5 วัน และยังมีแนวโน้มสูงขึ้นและขยายวงกว้างออกไปอีก เนื่องจากยังมีฝนตกทั้งในพื้นที่และจังหวัดใกล้เคียง
ส่วนระดับน้ำโขง ที่ศูนย์อุทกวิทยา หนองคาย วัดได้ 8 เมตร ต่ำกว่าระดับตลิ่ง 4 เมตร ยังถือว่าอยู่ในระดับที่ปลอดภัย แต่เนื่องจากยังมีฝนตกหนักทางตอนบนของประเทศไทยรวมทั้ง ลาว และจีน อาจทำให้ระดับน้ำโขงสูงขึ้นได้ในระยะนี้
น่านฝนตกหนัก! น้ำป่าไหลหลากท่วมบ้านเรือนราษฏร 6 อำเภอ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการเหตกุารณ์ฝนตกหนัก และเกิดน้ำป่าไหลหลากท่วมบ้านเรือนราษฏร 6 อำเภอ ในจังหวัดน่านนั้น นายอุกริช พึ่งโสภา ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน ได้สั่งการให้นายนิติวัทน์ นิธินันธาร ปภ.น่าน นายอำเภอปัว นายก อบต.อวน เร่งสำรวจความเสียหายรายงานความเสียหายโดยด่วนเพื่อประกาศเป็นพื้นที่ภัยพิบัติ เพื่อจัดสรรงบประมาณช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเสียหายเร่งซ่อมแซมสิ่งก่อสร้างที่ได้รับความเสียหายเร่งด่วน พร้อมขอให้ประชาชนบริเวณริม 2 ฝั่งน้ำ พื้นที่เสี่ยงภัยระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสมดินโคลนถล่มไว้ด้วย
สำหรับความเสียหายจากฝนตกหนัก ส่งผลให้น้ำในอ่างเก็บน้ำห้วยมัด ล้นสปริงเวย์ไหลหลากเข้าท่วม บ้านเรือนราษฎรหมู่ที่ 1,5,9,10 และ11 ต.อวน อ.ปัว จ.น่าน ทำให้บ้านเรือนราษฎรเสียหายกว่า 200 หลังคาเรือน โดยความเสียหายเบื้องต้น มีอุปกรณ์ทางการเกษตร รถจักรยานยนต์ เครื่องใช้ไฟฟ้าในครัวเรือน คอสะพานเสียหาย 4 จุด อาคารเอนกประสงค์ ถนนในหมู่บ้านถูกน้ำกัดเซาะตัดขาด 1 จุด ตลิ่งในหมู่บ้านพังเสียหาย 4 จุด ระบบประปาหมู่บ้านขาด และพื้นที่การเกษตรเสียหายเป็นจำนวนมาก และล่าสุดสถานการณ์น้ำได้เข้าสู่ภาวะปกติแล้ว
ทั้งนี้สรุปความเสียหาย คือ 1.ที่.ต.อวน อ.ปัว จ.น่าน ได้แก่ หมู่ 1บ้านไร่ เดือดร้อน ประมาณ 80 ครัวเรือน , หมู่ 2 บ้านไร่พัฒนา 70 ครัวเรือน , หมู่ 9 บ้านทุ่งกลาง 4 ครัวเรือน , ต.สถาน หมู่ 1 บ้านนาป่าน หมู่ 2 บ้านส่าน 5 ครัวเรือน , หมู่ 13 เสียหายเล็กน้อย
2.อ.เชียงกลาง คือ ต.เชียงกลาง หมู่ 2 บ้านเชียงโคม หมู่ 3 บ้านเจดีย หมู่ 10 บ้านเจดี 2 หมู่ 9 บ้านงิ้ว หมู่ 5 บ้านสบกอน หมู่ 11บ้านสบกอน2 หมู่ 3 บ้านสบกอน 3 , ต.เปือ หมู่ 1 บ้านหนองแดง หมู่ 14 บ้านน้ำมืด หมู่ 7.บ้านดอนสบเปือ หมู่ 2 บ้านนาหนุน ต.พระธาตุ หมู่ 1 บ้านดอนแก้ว
3. อ.ทุ่งช้าง คือ ต.งอบ บ้านห้วยสะแตง 78 ครัวเรือน 4. อ.เฉลิมพระเกียรติ น้ำไหลหลากเข้าท่วมที่ว่าการอำเภอ ดินสไลด์ปิดถนนระหว่างอำเภอกับด่านชายแดนน่าน 5.อำเภอท่าวังผา ยังไม่ได้รับรายงาน และ 6.อ.สองแคว ยังไม่ได้รับรายงาน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าขณะนี้ทางจังหวัดทหารบกน่าน พร้อมด้วย ม.พัน10 ม.พัน.15 กรมทหารพรานที่32 และ หน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ 31 ปัว นายสมบัติ กุกไชย นายกอบต.อวน นำกำลังพลพร้อมด้วยอุปกรณ์การช่วยเหลือและรถบรรทุกน้ำฉีดล้าง เพื่อช่วยชาวบ้าน โดยการนำรถบรรทุกฉีดล้างดินโคลนที่อยู่ในบ้านและถนน ขนย้ายข้าวของเครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องครัวที่ยังใช้ได้ขึ้นไว้ที่สูง และช่วยเก็บขยะและเศษไม้ ซึ่งทางด้าน ปภ.น่าน ได้ประสานไปยังหน่วยงานทหารในพื้นที่ จังหวัดทหารบกน่าน ม.พัน10 ม.พัน15 หน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ 31 ปัว กรมทหารพรานที่ 32 และอบต. เข้าพื้นที่สำรวจและช่วยเหลือในเบื้องต้นแล้ว โดยทางหน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ 31 ปัว นำโดย พ.อ.จตุรภัทร วงศ์ศรีเผือก ผอ.นพค.31 ได้นำน้ำดื่มจำนวน 50 แพ็ค เข้าช่วยเหลือประชาชนเนื่องจากระบบประปาหมู่บ้านขาด ชาวบ้านไม่มีน้ำดื่ม



