
ประยุทธ์นำรายชื่อครม.ขึ้นทูลเกล้าฯแล้ว
เปิดโผครม.ประวิตรรองนายกฯ ควบกลาโหม อนุพงษ์ผงาด มท.1 ล่าสุดหัวหน้าคสช.นำรายชื่อครม.ชุดใหม่ขึ้นทูลเกล้าฯแล้ว
29ส.ค.2557 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะที่การจัดทำบัญชีรายชื่อการแต่งตั้งคณะรัฐมนตรี (ครม.) โดยล่าสุดมีรายงานว่า ครม.จะประกอบด้วย 1.พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฎิมาประกร รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคงและควบกระทรวงการต่างประเทศ 2.พล.ร.อ.ณรงค์ พิพัฒนาศัย รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายสังคมจิตวิทยา 3.พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายเศรษฐกิจควบรมว.คมนาคม 4.พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกิจการพิเศษ 5.ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล รองนายกรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจ
6.พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รมว.กระกรวงกลาโหม 7.นายณรงค์ชัย อัครเศรณี รมว.กระทรวงพลังงาน 8.นายสมหมาย ภาษี รมว.กระทรวงการคลัง 9.นายพรชัย รุจิประภา รมว.กระทรวงไอซีที 10.พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รมว.กระทรวงยุติธรรม
11.พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.กระทรวงมหาดไทย 12.พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.กระทรวงพาณิชย์ 13.นายจักรมณฑ์ ผาสุกวนิช รมว.กระทรวงอุตสาหกรรม 14.นายปีติพงศ์ พึ่งบุญ ณ อยุธยา รมว.กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ 15.พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รมว.กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม 16.นางกษมา วรวรรณ ณ อยุธยา รมว.กระทรวงศึกษาธิการ 17.นพ.รัชตะ รัชตะนาวิน รมว.กระทรวงสาธารณสุข 18.นายยงยุทธ ยุทธวงศ์ รมว.กระทรวงวิทยาศาสตร์ 19.นางอภิรดี ตันตราภรณ์ รมช.กระทรวงพาณิชย์ 20.นายสุธี มากบุญ รมช.กระทรวงมหาดไทย
อย่างไรก็ตาม อาจจะมีการเปลี่ยนแปลงให้พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ เป็นรองนายกฯนั่งควบกระทรวงกลาโหม พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ให้นั่งแค่ประจำสำนักนายกฯ และนางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร อาจจะนั่งกระทรวงกีฬาหรือกระทรวงวัฒนธรรม ส่วนพล.ร.อ.ณรงค์ พิพัฒนาศัย นั่งรองนายกฯควบกระทรวงศึกษา
หัวหน้าคสช.นำรายชื่อครม.ชุดใหม่ขึ้นทูลเกล้าฯแล้ว
ล่าสุดรายงานข่าวแจ้งว่า เมื่อเวลา 16.00 น.ที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้ารักษาความสงบแห่งชาติได้นำรายชื่อคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ขึ้นทูลเกล้าถวายเพื่อลงพระปรมาภิไธยแล้ว
"จตุพร"ปิดปากงดวิจารณ์"นายกฯ-ครม."
เมื่อเวลา 17.00 น.มีการแข่งขันฟุตบอลนัดกระชับมิตรระหว่างทีมสมาคมทนายความแห่งประเทศไทยกับทีมธนาคารอาคารเคราะห์ โดยทีมทนายความเป็นการรวบรวมลูกความซึ่งส่วนใหญ่เป็นอดีตนักการเมืองพรรคเพื่อไทยและแกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการ (นปช.) อาทิ นายวิเชษฐ์ เกษมทองศรี อดีตรมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นายวัฒนา เมืองสุข อดีตส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย นายวีระกานต์ มุสิกพงศ์ อดีตประธานนปช. นายจตุพร พรหมพันธ์ุ ประธานนปช. และนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำนปช.
นายจตุพร ให้สัมภาษณ์ก่อนการแข่งขันถึงสถานการณ์การเมืองในปัจจุบันว่า ไม่ขอวิพากษ์วิจารณ์พล.อ.ประยุทธ์ที่เข้ามาดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี รวมถึงครม.ที่กำลังจะมีขึ้น ส่วนความเคลื่อนไหวของคนเสื้อแดงนั้น ทุกคนต่างเข้าใจในสถานการณ์ ยังไม่มีการเคลื่อนไหวใดๆ ทุกคนอยู่ในที่ตั้ง อยู่ในความสงบ แต่ละคนมีบทเรียนการต่อสู้ในช่วงที่ผ่านมา ตอนนี้แต่ละคนกลับไปใช้ชีวิตของตัวเอง ส่วนเงื่อนไขที่จะทำให้คนเสื้อแดงออกมาชุมนุมนั้นยังไม่คิด ขอให้ทุกอย่างเดินหน้าไปตามปกติ ตามกติกา แกนนำนปช.ยังไม่มีการคุยกัน เพราะทุกคนเข้าใจในสถานการณ์ สำหรับอนาคตของพรรคเพื่อไทยจะกลับมาลงเลือกตั้งอีกครั้งหรือไม่หลังเข้าสู่ภาวะปกตินั้น ยังถือเป็นเรื่องของอนาคต เป็นเรื่องที่พรรคต้องติดตามอารมณ์และเตรียมตัวให้สอดคล้องกับความรู้สึกของประชาชนในช่วงนั้น ตอนนี้ยังตอบไม่ได้
นายจตุพร ยังกล่าวถึงพ.อ.อภิวันท์ วิริยะชัย ที่กำลังป่วยอยู่ในต่างประเทศด้วยว่า แม้อาการดีขึ้นแต่ก็ยังอยู่ในภาวะที่น่าเป็นห่วง ยิ่งอยู่ในต่างประเทศที่ไม่ใช่บ้านเกิดเมืองนอนก็ยิ่งเป็นห่วง แต่เชื่อว่าพ.อ.อภิวันท์มีจิตใจที่เข้มแข็ง สิ่งที่คนเสื้อแดงทำได้คือการส่งกำลังใจไปให้ ภาวนาให้พ.อ.อภิวันท์ฟื้นและหายป่วยโดยเร็ว
สำหรับกรณีที่ศาลอาญายกฟ้องนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตผู้อำนวยการศอฉ. ในคดีสลายการชุมนุมเมื่อปี2553นั้น นายจตุพรกล่าวว่า ทีมทนายความของนปช.กำลังติดตามและหารือกันอยู่ หากมีความคืบหน้าทางคดีจะแจ้งให้ทราบต่อไป
ด้านนายวีระกานต์ กล่าวว่า เป็นห่วงว่ารัฐบาลจะบริหารงานไม่ราบรื่น โดยเฉพาะเรื่องปัญหาราคายางพาราตกต่ำ ถ้าหากเป็นรัฐบาลชุดที่แล้วคงมีคนออกมาประท้วงกันแล้ว อย่างไรก็ตาม ขอให้กำลังใจในการทำงานของคสช. อยากให้คสช.ทำตามที่วางโรดแมปไว้
มท.ชง 2 สิงห์ “วัลลภ-ศิวะ” ร่วมสปช.
นายวิบูลย์ สงวนพงศ์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า เมื่อวานนี้ (28 ส.ค.)ที่ประชุมคณะอนุกรรมการข้าราชการพลเรือน กระทรวงมหาดไทย(อ.ก.พ.มท.) ได้หารือเรื่องการคัดเลือกบุคคลที่จะเสนอชื่อเป็นสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) โดยที่ประชุมเห็นว่า ควรจะมีทั้งข้าราชการที่เกษียณอายุแล้วและที่ยังคงปฏิบัติหน้าที่อยู่ คาดว่าจะเสนอชื่อใน 2 ด้าน คือ ด้านการบริหารราชการแผ่นดินและด้านการปกครองท้องถิ่น โดยเฉพาะเรื่องการกระจายอำนาจ
นายวิบูลย์ กล่าวต่อว่า คนที่จะเข้าไปต้องรู้เรื่องดี มีความตั้งใจ มีความสัมพันธ์อันดีกับทุกฝ่าย อ.ก.พ.มท.จึงเสนอชื่อ นายวัลลภ พริ้งพงษ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ซึ่งเจ้าตัวก็ตกลง อีกคนหนึ่งคือนายศิวะ ศิริเสาวลักษณ์ อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ โดยทั้ง 2 คนเป็นข้าราชการผู้ใหญ่ แต่นายศิวะก็เข้ามาเป็น คณะกรรมการตรวจสอบและประเมินผลภาคราชการ หรือ ค.ต.ป. ประจำกระทรวงมหาดไทย แสดงว่ายังสนใจเรื่องนี้อยู่ นอกจากเรื่องของตำแหน่งและประสบการณ์แล้ว ความรู้ก็ดี จบปริญญาโทจากสหรัฐอเมริกาทั้งคู่ นอกจากนี้ มท. ก็จะเสนอชื่อสปช.ในนามสมาคมบำนาญ อ.ก.พ. กรม เป็นต้น มท.พยายามคัดคนที่รู้เรื่องเข้าไป ไม่ได้เอาคนที่จะต้องมีตำแหน่งใหญ่โตในอดีต แต่เอาคนที่รู้เรื่องและสนใจ
สนง.เลขาวุฒิฯส่ง"ไพโรจน์-วุฒิชัย"ลงชิง
นางนรรัตน์ พิมเสน เลขาธิการวุฒิสภา เปิดเผยว่าสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา ได้ส่งบุคคลเพื่อเข้ารับการสรรหาเป็นสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) จำนวน 2 คน ประกอบด้วย นายไพโรจน์ โพธิไสย รองเลขาธิการวุฒิสภา เข้ารับการสรรหาด้านการเมือง และนายวุฒิชัย วัชรีรัตน์ ที่ปรึกษาด้านระบบงานนิติบัญญัติ เข้ารับการสรรหาด้านการบริหารงานราชการแผ่นดิน
มท.เผยสรรหาอปท.แล้ว 44 จว.
นายวิบูลย์ สงวนพงศ์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่าจากการที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้มีประกาศฉบับที่ 85/2557เรื่องการได้มาซึ่งสมาชิกสภาท้องถิ่น หรือผู้บริหารท้องถิ่นเป็นการชั่วคราว ในกรณีที่สมาชิกสภาท้องถิ่น หรือผู้บริหารท้องถิ่นดำรงตำแหน่งครบวาระ หรือพ้นจากตำแหน่ง โดยในกรณีผู้บริหารท้องถิ่น ให้ปลัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.)ปฏิบัติหน้าที่นายกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ส่วนกรณีสมาชิกสภาท้องถิ่นให้มีคณะกรรมการสรรหาคณะหนึ่ง ทำหน้าที่คัดเลือกโดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธานนั้น นับจนถึงวันที่ 22 สิงหาคมที่ผ่านมา คณะกรรมการสรรหาจังหวัดต่าง ๆได้คัดเลือกสมาชิกสภาท้องถิ่น ตามนัยยะของประกาศ คสช.ฉบับดังกล่าวอย่างรอบคอบ โดยพิจารณาทั้งในเรื่องของวัยวุฒิ คุณวุฒิ และประสบการณ์เรียบร้อยแล้ว จำนวน 44 จังหวัด 81 อปท. ประกอบด้วย เทศบาลเมือง 2 แห่ง, เทศบาลตำบล 75 แห่ง,องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) 4 แห่ง รวมแล้วมีสมาชิก อปท.จากการสรรหา 956 คน จำแนกเป็นเพศชาย 804 คน เพศหญิง 152 คน ทั้งนี้ การสรรหาก็เป็นเพียงมาตรการชั่วคราว ส่วนในอนาคตรูปแบบการปกครองส่วนท้องถิ่นจะเป็นอย่างไร คงขึ้นอยู่กับการพิจารณาของสภาปฏิรูปแห่งชาติ
“บางคนบอกว่า ทำไมเอาคนนี้มาเป็น เอาข้าราชการมาเป็น ก็ต้องดูว่าพื้นที่นั้นมีความหนักเบาอย่างไร เช่น บางพื้นที่ต้องเอาคนที่เข้มแข็ง รู้เรื่องหนักๆ มาช่วย ผู้ว่าราชการจังหวัดไม่ได้เลือกคนเดียว มีคนอื่นด้วย และอย่าลืมว่า อปท. ยังอยู่หมดเลย แม้ว่านายกสภาฯจะหมดวาระ แต่ปลัดท้องถิ่นรักษาการชั่วคราวอยู่ ก็ยังทำงานได้” นายวิบูลย์ กล่าว
ท้องถิ่นชี้คำสั่งห้ามย้ายขรก.มีผลกระทบ
นายนันทพล พงศธรวิสุทธิ์ นายกเทศมนตรีตำบลสันนาเม็ง อ.สันทราย จ.เชียงใหม่ เปิดเผยว่า จากการที่มีคำสั่งให้ชะลอการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการและเจ้าหน้าที่ของรัฐ รวมถึงคำสั่งที่ให้ระงับการเลือกตั้งท้องถิ่น และให้ใช้การสรรหาข้าราชการในพื้นที่เข้ามาทำหน้าที่แทนการเลือกตั้งไปก่อน จนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง ซึ่งการออกประกาศคำสั่งนี้ออกมาทำให้ อปท.ในบางพื้น อาจจะได้รับผลกระทบจากการที่สมาชิกสภาของ อปท.หมดวาระ เนื่องจากต้องสรรหาบุคคลเข้ามาทำหน้าที่ในการดูแลงบประมาณ ดูแลประชาชนในพื้นที่ ซึ่งน่าจะเป็นบุคคลที่อยู่ในพื้นที่นั้นๆเป็นผู้ทำหน้าที่ เนื่องจากจะทราบถึงข้อมูลปัญหาของพื้นที่ นอกจากนั้นในเรื่องของการประชุมสภาที่จะต้องมีการประชุมอย่างต่อเนื่อง หากข้าราชการที่มาจากการสรรหาและไม่ได้อยู่ในพื้นที่การเดินทางเข้าพื้นที่จะลำบาก สิ้นเปลืองงบประมาณ ประกอบกับการสรรหาข้าราชการเข้ามาทำหน้าที่ หากได้คนดีเข้ามาบริหารจัดการท้องถิ่น ถือเป็นเรื่องดี แต่หากคนที่เข้ามาบริหารจัดการท้องถิ่น ซึ่งไม่ใช่คนที่ประชาชนในพื้นที่เลือกขึ้นมาเพื่อทำการบริหาร ประชาชนจะไม่ได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิด จะเกิดปัญหาด้านการปฏิบัติงานในพื้นที่ เนื่องจากข้าราชการที่มาจากการสรรหา จะไม่มีความตั้งใจอย่างแท้จริงที่จะดูแลประชาชนในพื้นที่และประชาชนในพื้นที่เองก็ไม่วางใจที่จะเข้ามาบริหารท้องถิ่น
ส่วนเรื่องของการชะลอการโยกย้ายข้าราชการและเจ้าหน้าที่ของรัฐนั้น เชื่อว่าหลายพื้นที่จะได้รับผลกระทบด้านงานบริหารบุคคลอย่างแน่นอน ส่วนตัวเห็นว่า การที่ คสช.เข้ามาจัดการเรื่องดังกล่าวนี้ อาจจะมองว่า หากให้มีการเลือกตั้งในช่วงนี้ ผู้สมัครจะต้องมีการหาเสียง อาจจะมีการกล่าวโจมตีกัน อันจะนำไปสู่ความแตกแยกได้ ส่วนการสรรหาข้าราชการเข้าไปทำหน้าที่แทนนั้น คงเป็นการชั่วคราว



