
'เจ้เล้ง ดอนเมือง' หนีเทรนด์ญี่ปุ่น เน้นสินค้ายุโรป
31 ส.ค. 2557
คุยนอกกรอบ : 'เจ้เล้ง ดอนเมือง' หนีเทรนด์ญี่ปุ่น เน้นสินค้ายุโรป : โดย...สินีพร มฤคพิทักษ์
ขณะที่ห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่หลายแห่งต่างขยายกิจการโดยเปิดสาขาใหม่ ทว่า อารียฉัตร อภิสิทธิ์อมรกุล หรือ "เจ้เล้ง ดอนเมือง" ผู้นำธุรกิจสินค้านำเข้าย่านดอนเมือง กลับปักหลักอยู่ที่ร้านเจ้เล้งแห่งเดียว โดยเลือกที่จะนำเข้าสินค้าใหม่ๆ แปลกๆ ที่ลูกค้าไม่สามารถหาซื้อจากแหล่งอื่นได้ รวมทั้งทำแบรนด์ของตัวเองด้วย โดยจ้างญี่ปุ่นและยุโรปผลิต
ล่าสุด ลูกค้าจากประเทศในกลุ่มเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อาทิ ลาว พม่า กัมพูชา หรือกระทั่งยักษ์ใหญ่อย่างจีน ยังต้องมาด้อมๆ มองๆ สินค้าที่นี่ และนำกลับไปขายต่อยังประเทศตน
สัปดาห์ก่อนลูกค้าชาวพม่ามาซื้อสินค้าจากร้านด้วยเงินสด 2 ล้านบาท เอเย่นต์รายใหญ่จากจีนรายหนึ่งถึงขนาดขอเจ้เล้งว่า อย่าขายให้คู่ค้าจีนรายอื่น เพราะเขาจะนำเข้าไปจำหน่ายในจีน
"ขณะนี้ญี่ปุ่นมองไทย ทดลองมาเปิดห้างเชนในไทยเยอะ เท่าที่ทราบมา สถาบันการเงินส่งเสริม คนญี่ปุ่นไม่ใช้ของเขา แต่เริ่มใช้แบรนด์ดัง ตลาดเริ่มตัน สถาบันการเงินบ้านเขาให้กู้มาเปิดต่างประเทศได้ เราเริ่มหนีเทรนด์ญี่ปุ่น ที่ร้านไม่ยึดติดอยู่นาน เปลี่ยนไปเรื่อย สมัยก่อนลูกค้าใช้อะไรไม่เปลี่ยน เดี๋ยวนี้เปลี่ยนบ่อย..นิยามเจ้เล้ง-เดิมขายของหนีภาษี เมื่อก่อนเน้นแบรนด์อย่างเดียว ตอนนี้เน้นของมีประโยชน์ คุณค่ามากกว่าราคา เราซื้อของดี ราคาถูก มีคุณภาพสำหรับทุกคนมากกว่า"
ในโอกาสครบรอบ 14 ปีในปีนี้ ร้านเจ้เล้งจึงจัดโปรโมชั่นพิเศษ ซื้อสามแถมหนึ่ง หรือซื้อสิบสี่ชิ้นแถมห้าชิ้น ระหว่างวันที่ 29 สิงหาคม-9 กันยายน 2557
"เราจัดเดือนกันยายนทุกปี เป็นช่วงที่คนเขาไม่ทำกัน อ้างได้ว่าครบรอบวันเกิดร้าน 8 กันยายน วันเกิดเจ้เล้ง 1 กันยายน จริงๆ เดือนนี้เขาไม่ทำกัน ปีใหม่ไม่ทำ เพราะขายดีมากอยู่แล้ว ทำทำไม"
ในวัย 67 ปี เจ้เล้งบอกว่า ยังสนุกที่จะเรียนรู้ เป็นคนแก่ที่ไม่นิ่ง ชอบความตื่นเต้นเร้าใจ เหมือนคนแก่ที่ยังอยากเป็นเด็ก เวลามีงานแสดงสินค้าในต่างประเทศก็บินไปดูตลอด การเดินทางไปต่างประเทศส่วนใหญ่ไม่เคยออกค่าใช้จ่ายเอง เพราะคู่ค้าเชิญไปเยี่ยมชมโรงงานหรือผลิตภัณฑ์ ซึ่งเธอจะอาศัยจังหวะนั้น นัดหมายคู่ค้ารายอื่นๆ ด้วย
นอกจากธุรกิจสินค้านำเข้าแล้ว ห้าปีก่อนเจ้เล้งได้ลงทุนในธุรกิจอพาร์ตเมนต์และคอนโดมิเนียมให้เช่า ปัจจุบันมี 46 อาคาร จำนวน 2,000 ห้อง ซึ่งตอนนี้คืนทุนหมดแล้ว !
เจ้าแม่ดอนเมืองมีวิธีการอย่างไรในการเลือกสินค้าให้โดนใจผู้บริโภค รวมทั้งแนวทางในการทำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งเธอบอกว่าเป็น "ธุรกิจคนแก่"
เราไปฟังพร้อมๆ กัน
ตอนนี้สินค้าที่เป็นแบรนด์ของเจ้เล้งและจ้างผลิตมีอะไรบ้าง
มีอายไลน์เนอร์ ครีมหมักผม บรัชออน มีเยอะ แต่จำไม่ค่อยได้ สินค้าทุกอย่างสั่งผลิตจากต่างประเทศ เรารู้ว่าตัวนี้ประเทศไหนผลิตดีสุดในโลก อย่างแบรนด์ลิปสติกไนล่า (NYLA) แบรนด์ดังๆ ก็ผลิตที่นี่ เพราะดีที่สุดในโลกเรื่องผลิตลิปสติกดินสอ เพียงแต่จะติดแบรนด์อะไร ตอนนำเข้าแรกๆ ขายแท่งละ 95 บาท อยากให้คนรู้จัก ค่าผลิตจากโรงงานทุน 99 บาทต่อแท่ง ปีนี้ปรับเป็น 155 บาท เพราะต้องส่งให้ข้างนอกด้วย สองเดือนขายได้ 5 หมื่นแท่ง แบรนด์ไนล่า มีบรัชออน-ผลิตจากอิตาลี อายไลน์เนอร์-เยอรมัน เป็นเมจิก แป้ง อายแชโดว์ กำลังครบไลน์ เราต้องลองตลาดก่อน...เครื่องสำอางที่แพงเพราะซัพพลายเออร์บวกเยอะ เขาเสียค่าโฆษณา แต่เราไม่ได้บวก
ฝรั่งไม่แปลกใจว่าไทยเป็นประเทศเล็กๆ มาสั่งผลิต
ไม่มั้ง เพราะเราเอาเงินสดซื้อ สินค้าใหม่เอามาลองใช้ก่อนสั่ง เจ้เทสต์เอง หน้าเจ้ทนแดดทนฝน ลองเองหมด แพ้ก็ไม่กลัว ตัวนี้ไม่ดี ไม่เอา เมื่อก่อนผมไม่ดี แต่บำรุงตัวเอง หมักผมมาหกปีแล้ว อยากสวย เป็นคนไม่สวย เป็นคนขี้เหร่สุดในบ้าน หน้าตกกระ รักษาจนหายหมด บำรุงตัวเอง...
สินค้าจ้างผลิตเอง หากผลิตที่ญี่ปุ่นใช้แบรนด์ดาริยา ส่วนไนล่าผลิตที่เยอรมัน แบรนด์นี้จดลิขสิทธิ์ที่นิวยอร์ก แบรนด์ไนล่าเริ่มติดตลาด ลาว พม่า เวียดนาม กัมพูชา จีนเริ่มมาซื้อ ครั้งแรกซื้อทันทีหลายหมื่นแท่ง แต่ขอเขาเป็นเจ้าเดียวเอ็กซ์คลูสีฟก่อนได้ไหม เราก็ลองดู มีฟีดแบ็กย้อนกลับมาสั่งใหม่ ถ้านำเข้าจีนได้ตัวเลขก็เยอะทันที จีนส่งคนเข้ามาซื้อของในไทยค่อนข้างเยอะ เขามีตลาดมืดส่งของทั่วประเทศ ขายเครื่องสำอางมีแบรนด์ เหมือนเจ้ทำสมัยก่อน เขาไปเอาของจากฮ่องกง แต่ใครๆ ก็ซื้อ พอแบรนด์ไม่เมคเงินให้เขาก็หาสินค้าใหม่ แรกๆ มาเมืองไทยเอาของผลิตในไทยไปขาย ปรากฏว่าทุกคนรู้ก็แย่งกันซื้อและลดราคา เขาได้ข่าวว่าร้านเจ้เล้งที่เมืองไทยขายของไม่เหมือนใครก็มาที่ร้าน แรกๆ สั่งพวกแบรนด์ ปัจจุบันเริ่มสั่งของที่เจ้เล้งนำเข้าเองและซื้อที่อื่นไม่ได้ เขาบอกทำกำไรได้ดีกว่า...
วันก่อนคนพม่ามาซื้อสินค้าใช้เงินสดเกือบ 2 ล้านบาท ซื้อค่อนข้างเยอะและซื้อแบรนด์ที่เจ้าอื่นไม่มี เป็นเครื่องสำอางที่เราตั้งโชว์นี่แหละ อย่างขนมก็ขายดี ค่อนข้างใหม่และทันสมัย เราเลิกนำเข้าขนมจากญี่ปุ่นไปนาน ตอนนั้นกลัวว่าจะมีกัมมันตภาพรังสี (จากโรงไฟฟ้านิวเคลียร์) สักระยะหนึ่ง
สัดส่วนรายได้ ต่างชาติ เช่น จีน พม่า คิดเป็นกี่เปอร์เซ็นต์ของยอดขาย
ตอนนี้ยังไม่มาก คิดเป็น 20 เปอร์เซ็นต์ของรายได้รวม บางอย่างเราก็ปิดกั้น อันไหนที่ต่อรองเยอะจะไม่ขายให้
ตามที่บอกว่าพม่ามาซื้อ 2 ล้านบาทเป็นสินค้าเกี่ยวกับอะไร
เครื่องสำอาง ขนมเรายังไม่ส่ง เพราะแพ็กเกจจิ้งของญี่ปุ่นค่อนข้างบอบบาง ที่จริงเขาให้เจ้เล้งส่งเป็นคอนเทนเนอร์ให้ ทำรีเอ็กซ์ปอร์ต คือเราเป็นคนสั่งและส่งออกทางโน้นเลย เดี๋ยวนี้เริ่มมี
มีวิธีเลือกสินค้าอย่างไร
ดูว่าเจ้าของเป็นใคร วัตถุดิบที่ใช้ ที่คุยว่าดีเพราะอะไร หากไม่แพงมากลองใช้ก่อน ใช้แล้วเป็นไง คุณภาพเป็นไง เครื่องสำอางที่เรานำเข้าจากยุโรปตะวันออก ตะวันตก บางอย่างถูกกว่าออยออฟโอเลย์ในไทย อย่างเจลล้างหน้าสูตรน้ำ มีเจ้าหนึ่งนำเข้าจากฝรั่งเศสขายเกือบ 2,000 บาท พี่นำของสเปนเข้ามาขาย 350 บาท สูตรเดียวกัน ขายบางเดือน 2,000 ขวด สั่งทีละ 6,000 ขวด...ก่อนนำสินค้าเข้ามา เจ้เทสต์เองเกือบทุกชนิด ดีไหม ดีแล้วถึงนำเข้า เพราะให้คนอื่นไปใช้บางคนไม่ใช้ ก็ไม่มีคำตอบ เราก็เลยเทสต์เอง เราขายความเป็นเจ้เล้ง ขายของแปลก ห้างเปิดเยอะแยะ ถ้าเป็นต่างจังหวัดห้างเปิด ร้านค้าท้องถิ่นอยู่ไม่ได้ แต่ร้านเจ้เล้งอยู่ได้ เพราะเราไม่ขายแบบเดียวกับเขา...ลูกค้ารู้ว่าตำนานร้านเจ้เล้ง ของดี ราคาถูก ร้านอื่นไม่มี สินค้าหลากหลาย เน้นของไม่แพงมาก ใช้ได้ทุกครัวเรือน
ไปดูตลาดต่างประเทศปีละกี่ครั้ง
ปีนี้ดูงานสินค้าที่ต่างประเทศ 8 ครั้งแล้ว (หัวเราะ) ล่าสุดเพิ่งไปนิวซีแลนด์ สิงคโปร์ เวลาไปเมืองนอกต้องมีที่มาที่ไป ไม่เคยซื้อทัวร์ บริษัทเชิญมา ขณะเที่ยวก็ให้ดูสินค้า เขาพาไปดูโรงงาน หรือเรามีคอนแทคกับต่างประเทศ ก่อนไปก็โทรบอกว่าจะดูโรงงาน ผลิตภัณฑ์ นัดเจอที่โน่น อยากดูอย่างโน้น อย่างนี้มีไหม เขาก็พาเราไป ถามว่าแล้วผลิตได้ไหม ถ้าได้-ฉันจะซื้อเธอ หากไม่ได้ก็ปล่อย หรืออะไรดีที่สุดในประเทศ ขอดูหน่อย ธุรกิจอะไรตอนนี้ดัง พี่ช่างซักช่างถาม ทั้งหมดไปฟรีหมด ส่วนที่นิวซีแลนด์ไม่ได้อะไรกลับมา ของแพงมาก ค่าเงินแพง เหรียญละ 30 บาท
แพลนไว้อย่างไรอีกห้าหรือสิบปีข้างหน้า
ยังไม่รู้เลย ที่อื่นอาจวางสเต็ปไว้ แต่ตัวเจ้เล้งค่อยปรับไป เอาตัวเองออกมา และทำธุรกิจกิจคนแก่ที่ไม่ต้องใช้สมอง เตรียมไว้นานแล้ว ทำคอนโดกับอพาร์ตเมนต์ให้คนเช่า แค่นั่งเฉยๆ เงินก็ไหลมา แต่ต้องรู้จักบริหารให้เป็นระบบ ให้สะอาด ตัวเจ้เล้งทำบ้านเช่าไม่เคยไปดูเลย ใช้ระบบควบคุมเอา ทุกอย่างทันสมัย คนเข้าบ้านต้องโอนเงินเข้ามาให้ พนักงานมีน้อยคน ไม่ต้องยุ่งเรื่องเงิน
ทุกอย่างในพลาซ่า แม่ค้าที่มาเช่ามีเป็นร้อย ใช้วิธีให้โอนเงินเข้ามา พนักงานห้ามจับเงินและตรวจสอบตามระบบ ทุกคนเอาใบเปย์อินมาให้เรา วางเป็นระบบ วางเองแบบโง่ๆ เมื่อก่อนให้คนเก็บค่าเช่า โดนเด็กโกง เพราะไม่เคยดู วันหนึ่งนึกได้ บอกเอาเปย์อินมาดูสิ เด็กบอกหาย..ตอนหลังใช้ระบบตัวเอง ก็วางเป็นจุด แถบนี้มีกี่ห้องก็เปิดบัญชีแถบนี้ขึ้นมาเล่มหนึ่ง เอาเป็นจุดๆ หนึ่งจุดต้องได้เงินแน่นอนเดือนละเท่าไร บัญชีมีเป็นตั้งเกือบ 20 เล่ม แรกๆ เด็กเก็บเงินบอกคนเช่าจะโอนให้หรือค่ะ ฉันบอกต้องโอน อย่าคิดแทนเขา ถ้าโอนไม่ได้ก็ต้องออก (หมายถึงไม่ให้เช่า) ในเมื่อระบบเป็นแบบนี้ ต้องได้...เซตระบบนี้มาปีสองปี ฟันเลย ถ้าไม่ได้ก็ออกไป ให้ห้องมันว่างบ้างก็ได้ ฉันใจแข็ง
แรกๆ ขลุกขลักไหม
ไม่หรอก แต่มีอย่างนี้ เธอต้องตรวจสอบให้ครบ มีโปรโมชั่นให้คนเก็บเงิน คนจ่ายเงิน 25 คนแรก มีรางวัลแจก คนเก็บเงิน-ตามเงินให้ครบก่อนวันที่ 10 ของเดือนได้พิเศษ 2,000 บาท หาคนอยู่เต็มได้อีก 1,000 บาท เดือนหนึ่งเขาก็ได้พิเศษ 3,000 บาท...แต่แรกๆ เด็กก็แรง โทรไปตามเก็บเงินลูกค้าบอกว่า รู้ไหมว่าเดือดร้อน ถ้าเก็บเงินไม่ครบ จะโดนไล่ออก เจ้บอกเยอะไปไหม (หัวเราะ)...เราทำแบบนี้ไม่ต้องกลัวเด็กโกง เงินไม่ผ่านมือเรา เมื่อก่อนรับมาเป็นมัดๆ เวลารีบบางทีก็ไม่ได้นับ
สมุดทุกเล่มฝากเงินไว้สำรอง 1,000 บาท พอครบหมดทุกเล่มก็โอนเข้าบัญชีใหญ่ไป อันนี้เหลือพันหนึ่ง ตรวจสอบเงินครบ-ไม่ครบทุกเดือน ส่วนหอพักเวลาปิดเทอมสองเดือน เจ้ลดครึ่งราคา เขาไม่ได้อยู่กลับบ้านแล้วทำไง แต่เราลดครึ่งราคาเท่ากับรักษาห้องให้มีคนเช่าอยู่
ทำอพาร์ตเมนต์ไม่ใช้เงินกู้เลย
ไม่ คอนโดมี 46 แท่ง เวลาทำธุรกิจเหมือนทำโรงแรม ทำแล้วเจ๊งไม่มีตังค์ต้องยืมคนอื่น คือคิดมีที่ดิน กู้เขามาทำเดี๋ยวได้เงิน มันได้เมื่อไรล่ะ ถ้าไปเอาเชนมา เขาไปเราก็ขาดทุน เวลาทำต้องใช้เงินเราเอง หากไม่มีคนใช้บริการ ไม่เป็นไร เงินเรา ค่อยๆ ทำ พอไม่มีตังค์สำรองทำแบบนั้นไม่ได้ ยังไงต้องขายๆ อย่างพี่มีเงินสำรอง ทำไปสิ สี่ปีครึ่งก็ได้เงินคืน ให้เช่า 4,500-7,000 บาท แถวสุวรรณภูมิ 2,000 กว่าห้อง..ทำอพาร์ตเมนต์สำคัญด้านการบริการ เวลาดีก็ดี ต้องดีก่อน จำเป็นร้ายต้องร้าย...มีที่ดอนเมืองอีก 100 ห้อง ให้สนามบินเช่า วันหนึ่งย้ายออก ถ้าอยู่เฉยๆ ก็ว่าง เลยลดให้เหลือห้องละ 1,500 บาทต่อเดือน ดีกว่าปล่อยว่าง ตอนนี้เต็มตลอด แต่ยี่สิบปีไม่เคยซ่อมเลยนะ เดือนหนึ่งได้ 1.9 แสนบาท อยู่ริมถนน ออกมาขึ้นรถเมล์ง่าย ก็บอกคนดูแล หากมีคนออกอย่าเพิ่งให้เช่า ขอซ่อมก่อน
แบงก์ไม่เคืองเหรอ ไม่กู้เขาเลย
ไม่หรอก พี่ฝากเงินเขาเยอะ เขากลัวพี่ถอนเงินฝากมากกว่า ฝากทุกแบงก์ มีพันธมิตรเยอะ
------------------------------
(คุยนอกกรอบ : 'เจ้เล้ง ดอนเมือง' หนีเทรนด์ญี่ปุ่น เน้นสินค้ายุโรป : โดย...สินีพร มฤคพิทักษ์)



