ข่าว

‘อีโบลา แร็พ’กลยุทธ์ใหม่ต่อสู้ไวรัสร้าย

‘อีโบลา แร็พ’กลยุทธ์ใหม่ต่อสู้ไวรัสร้าย

30 ส.ค. 2557

เวิลด์วาไรตี้ : ‘อีโบลา แร็พ’ กลยุทธ์ใหม่ต่อสู้ไวรัสร้าย

 
                   ความพยายามในการรับมือกับไวรัสอีโบลาที่กำลังระบาดอย่างรุนแรงในกลุ่มประเทศแอฟริกาตะวันตก ดูเหมือนว่าจะไม่ประสบผลสำเร็จเท่าใดนัก เนื่องจากขาดแคลนเวชภัณฑ์ที่เหมาะสมในการจัดการกับเชื้อไวรัสร้ายตัวนี้ ประกอบกับการขาดความรู้เกี่ยวกับการแพร่เชื้อ ทำให้การป้องกันการเกิดผู้ติดเชื้อรายใหม่ กับ การรักษาผู้ติดเชื้อรายเก่านั้น เป็นไปได้ยาก แพทย์ต้องใช้การรักษาไปตามอาการและพึ่งพาภูมิคุ้มกันในร่างกายผู้ติดเชื้อให้รักษาเยียวยาตัวเอง ทำลายเชื้อไวรัสอันตรายตัวนี้ไปโดยธรรมชาติ
 
                   แต่หากผู้ติดเชื้อมีร่างกายไม่แข็งแรง หรือมีระบบภูมิคุ้มกันที่ไม่มีประสิทธิภาพมากนัก โอกาสที่เชื้อไวรัสจะเอาชนะภูมิคุ้มกันในร่างกายก็เป็นไปได้มาก และที่สุดแล้วก็คือ ผู้ติดเชื้อจะเสียชีวิตอย่างไรหนทางเยียวยา
 
                   ดังนั้นวิธีการที่ดีที่สุดในการป้องกันการเพิ่มจำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่คือการสร้างภูมิคุ้มกันในด้านความรู้ในการป้องกันตนเองจากการแพร่เชื้ออีโบลา เพื่อให้ผู้ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงหรือคนทั่วไปสามารถหลีกเลี่ยงการเผชิญความเสี่ยงต่อการรับเชื้อไวรัสร้ายได้ด้วยเช่นกัน
 
                   วิธีการใช้แผ่นพับในการนำเสนอข้อมูลการป้องกันตัวให้แก่พลเมืองที่ยังไม่ติดเชื้อนั้นอาจจะเข้าถึงจิตใจคนทั่วไปได้ไม่มากนัก แต่วิธีการถ่ายทอดที่ลึกซึ้งกว่านั้นสามารถใช้วิธีที่วิถีของการตลาดเรียกว่า "เวิร์ด ออฟ เม้าท์" หรือ การบอกต่อแบบปากต่อปาก ที่จะได้รับความเชื่อถือในกลุ่มคนกลุ่มใหญ่มากกว่า แต่ที่สำคัญที่สุดคือการเริ่มต้นกระแสการบอกกล่าวแบบปากต่อปาก อะไรที่จะเป็นแรงจูงใจให้เกิดกระแสนั้นได้ดีไปกว่า การใช้เพลงเป็นจุดเริ่มต้น และที่เท่ไปกว่านั้นคือการใช้เพลง "แร็พ" (Rap) ที่มีท่วงทำนองติดหู แถมวิธีการร้องยังคล้องจองราวกับแต่งกลอน ทำให้การสื่อสารถึงผู้ฟังกลุ่มเป้าหมายเป็นไปได้ง่ายและสามารถส่ง "สาร" ถึง "เป้าหมาย" ได้อย่างครบถ้วนกระบวนความ
 
                   จึงไม่น่าแปลกใจเลยว่ากระทรวงสาธารณสุขแห่งไลบีเรีย และกองทุนเพื่อเด็กแห่งสหประชาชาติ (ยูนิเซฟ) จะใช้วิธีการสร้างเพลงแร็พ ที่เรียกว่า "อีโบลา แร็พ" เพื่อใช้ในการต่อสู้กับการระบาดของเชื้อไวรัสอีโบลา ที่ถือเป็นภัยร้ายแรงของมนุษยชาติ
 
                   กระทรวงสาธารณสุขไลบีเรียร่วมมือกับนักร้องเพลงแร็พชื่อดัง "ดี-12" และซามูเอล "แชโดว์" มอร์แกน สองนักร้องและโปรดิวเซอร์ชาวไลบีเรียที่ไปโด่งดังในสหรัฐอเมริกา แต่งเพลง "อีโบลา อิน ทาวน์" ที่บรรยายวิธีการระบาดของเชื้อไวรัสอีโบลา ผ่านทางของเหลวของร่างกายชนิดต่างๆ ทั้ง น้ำลาย ปัสสาวะ เหงื่อ หรือ เลือด ที่มาจากคนและสัตว์ ทั้งยังแทรกคำเตือนให้ผู้รับสารรู้ว่าถ้ามีอาการป่วยที่เป็นสัญญาณของการติดเชื้ออีโบลาแล้ว ให้รีบไปโรงพยาบาล รวมทั้งเสริมความรู้ในการป้องกันรักษาตัวเบื้องต้นอีกด้วย
 
                   แม้โครงการนี้จะอยู่ในช่วงเริ่มต้น และยังไม่มีบทพิสูจน์ว่าจะได้ผลจริงหรือไม่ แต่การใช้สื่อที่เป็นเพลงที่ฟังแล้วติดหู น่าจะเป็นหนทางที่ง่ายและเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายในวงกว้างได้มากที่สุด แถมยังเพลิดเพลินในการฟัง ผ่อนคลายความเครียดในการใช้ชีวิตท่ามกลางข่าวร้ายของการระบาดของเชื้อไวรัสอีโบลาที่คร่าชีวิตชาวกาฬทวีปแล้วกว่า 1,400 ราย และมีผู้ติดเชื้อกว่า 2,000 คน