
"อภิสิทธิ์"แจงทานข้าวกับ"เนวิน"ไม่มีนัยยะ
นายกฯ"อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ" เผย กินกลางวัน เนวิน ไม่มีนัยยะทางการเมือง แค่แลกเปลี่ยนความเห็น บอกไม่กลัวมนต์ดำ เตรียมบุกพื้นที่ บุรีรัมย์ "ชวรัตน์"หนุนนายกฯลงพท.อีสานชี้วัดกระแสสู้"แม้ว"ได้
(2ก.ค.) นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์กรณีร่วมรับประทานอาหารกลางวันกับนายเนวิน ชิดชอบ แกนนำพรรคภูมิใจไทย นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี และนายนิพนธ์ พร้อมพันธุ์ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี ที่บ้านพิษณุโลก เมื่อวันที่ 1 ก.ค.ที่ผ่านมาว่า ไม่มีนัยยะทางการเมือง เป็นการแลกปลี่ยนความเห็นกัน เพราะมีหลายประเด็นที่มีการวิจารณ์พาดพิงกันก็ไปปรับความเข้าใจกัน ยืนยันไม่มีการเคลียร์ใจแต่เป็นการอธิบายให้ทราบว่าแต่ละเรื่องที่รัฐบาลดำเนินการนั้นมีแนวทางอย่างไร การแก้ปัญหาของประเทศต้องทำอย่างไร ขอย้ำว่าปัญหาของรัฐบาลใน 2-3 เดือนที่ผ่านมาเกิดจากประชาชนมองว่า ขาดความเป็นเอกภาพและบางโครงการไม่มั่นใจในความโปร่งใส จึงต้องหยุดสภาวะนี้ไม่อย่างนั้นจะทำงานได้ยาก
เมื่อถามว่า หลังการหารือกันแล้ว จะหยุดสภาวะนี้ได้หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า คิดว่าน่าจะทำให้หลายอย่างทำงานได้ลงตัวมากขึ้น โครงการที่มีความเห็นไม่ตรงกันก็ต้องมาพูดคุยกันให้รอบคอบตั้งแต่ต้น ไม่ใช่เมื่อเข้าสู่การพิจารณาของครม.แล้วก็จะโดนวิจารณ์อีก ตนยืนยันว่าการทำงานเเบบนี้ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร มุมมองของครม.มีความแตกต่างกันบ้าง แต่เมื่อเข้าสู่การพิจารณาของครม.แล้วมีข่าวคราวแบบนี้ออกมาก็ไม่ใช่ผลดีด้านความเชื่อมั่น ฉะนั้นสิ่งใดที่เป็นปัญหาควรจะหารือให้รู้เรื่องก่อน
เมื่อถามว่า หลังการหารือแล้วคิดว่า จากนี้ไปเอกภาพในการทำงานของรัฐบาลน่าจะดีขึ้น นายกฯ กล่าวว่า ตนต้องการอย่างนั้น หากรัฐบาลไม่สามารถทำงานเป็นเอกภาพและไม่สามารถตัดสินใจเรื่องต่างๆให้ลุล่วงอย่างรวดเร็วและตอบสนอง พรรคร่วมรัฐบาลจะเดือดร้อนทุกคน เมื่อถามว่า นายเนวินเข้าใจหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า เข้าใจ
เมื่อถามว่า ได้หารือกับนายเนวินถึงการปรับครม.ในส่วนของพรรคภูมิใจไทยหรือไม่ เพราะสังคมมองว่า รัฐมนตรีบางคนของพรรคอาจทำงานไม่ได้ นายกฯ กล่าวว่า ตนบอกไปว่าในที่สุดเราต้องประเมินตัวเอง ฉะนั้นหากงานต่างๆไม่สามารถตอบสนองได้ก็จำเป็นต้องปรับ แต่ตอนนี้ยืนยันว่าครม.ทุกคนเข้าใจว่าความเร่งด่วนของปัญหาโดยเฉพาะด้านเศรษฐกิจจะต้องเร่งดำเนินการ เมื่อสภาอนุมัติงบประมาณโครงการไทยเข้มแข็งแล้ว ต้องทำให้เห็นว่าโครงการนี้เดินหน้าได้จริงตั้งแต่เดือนสค. - ก.ย.เป็นต้นไป
เมื่อถามว่า พรรคเพื่อไทยระบุว่า รัฐบาลจะอนุมัติงบประมาณลงพื้นที่ของพรรคร่วมรัฐบาล นายกฯ กล่าวว่า ไม่มี งบประมาณเป็นเรื่องปกติ เพราะส.ส.ทุกจังหวัดต้องการ ตนบอกไปว่าทุกกระทรวงต้องดูแลเพราะทุกพื้นที่ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่ของส.ส.ฝ่ายค้านหรือส.ส.ฝ่ายรัฐบาล ต้องได้รับงบประมาณที่เสมอภาค ไม่ล่าช้าหรือเร็วกว่ากัน
เมื่อถามว่า มั่นใจว่ารัฐบาลชุดนี้จะทำงานร่วมกันได้นานหรือไม่ เพราะพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯระบุว่ารัฐบาลจะอยู่ได้ไม่เกินสามเดือน นายกฯยิ้มและกล่าวว่า ประโยคนี้พูดมาหลายครั้งและหลายเดือนแล้ว ตนกระชับจุดที่คิดว่ายังมีปัญหากับผู้ที่รับผิดชอบแล้วเช่น เศรษฐกิจ ความมั่นคง ว่าต้องทำงานหนักและเข้าใจความรู้สึก รวมทั้งความคาดหวังของประชาชนด้วย
เมื่อถามว่า ตอนนี้สถานการณ์ซ้ำรอยเดิมตั้งแต่รัฐบาลเข้ามาใหม่ จะเก็บเกี่ยวสถานการณ์ไม่ให้ซ้ำรอยเดิมเหมือนที่ผ่านมาหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ไม่ เราต้องเก็บเกี่ยวบทเรียนการผลักดันมาตรการทางเศรษฐกิจ ยังเดินไปได้ตามเวลาที่กำหนดและเชื่อว่าเป้าหมายที่กำหนดไว้ เช่นการสร้างงานและทำให้เศรษฐกิจขยายตัวเป็นบวกในไตรมาสสุดท้ายของปีนี้ ยังทำได้ เพียงแต่หลายโครงการที่เป็นปัญหาต้องเร่งสะสางให้เรียบร้อย
นายกฯ กล่าวว่า ขอความกรุณาในการรายงานข่าวด้วยว่า การประชุมครม.ครั้งที่ผ่านมาในโครงการรถเมล์เอ็นจีวี ที่บอกว่านายสุเทพยื่นคำขาดกับสภาพัฒน์ให้จัดการเรื่องนี้นั้น จริงๆแล้วเรื่องทั้งหมดสภาพัฒน์นำเสนอมาและต้องเห็นใจว่าตัวเลขต่างๆนั้นมีข้อโต้แย้งจริงๆ ไม่มีเรื่องไปซื้อเวลา หากเราไม่สามารถได้ตัวเลขผู้โดยสารและเส้นทางมาได้ จะตัดสินใจไม่ถูกว่ารูปแบบและวิธีที่ดีที่สุดคืออะไรเพราะคนตัดสินใจสุดท้ายและรับผิดชอบคือรัฐบาล ไม่ใช่สภาพัฒน์
ส่วนการลงพื้นที่พบประชาชนของนายกฯที่จะเริ่มต้นในภาคอีสาน ในช่วงกลางเดือน ก.ค. นายกฯ กล่าวว่า นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯดำเนินการอยู่ ส่วนที่มีข่าวว่าจ.บุรีรัมย์จะเป็นจังหวัดแรกนั้นก็เป็นไปได้ เมื่อถามถึงเหตุผลที่เลือกจังหวัดนี้ นายกฯ กล่าวว่า ตนให้เลือกตามโครงการและความพร้อมของโครงการไทยเข้มแข็งโดยเฉพาะแหล่งน้ำ ถนน โดยเรื่องถนน นายโสภณ ซารัมย์ รมว.คมนาคมรับผิดชอบและจะเลือกโครงการที่คิดว่ามีความพร้อมที่สุด
เมื่อถามว่าจ.บุรีรัมย์ คือฐานเสียงของพรรคภูมิใจไทย หากลงพื้นที่นี้จะคล้ายว่า นายกฯยอมลงให้พรรคภูมิใจไทย นายกฯ กล่าวว่า ไม่เกี่ยว ไม่มีใครเป็นเจ้าของจังหวัดไหน คนไทยคือเจ้าของประเทศไทย ส่วนจะไปจังหวัดอื่นๆอีกหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับเวลา ตนไม่ไปเพียงภาคเดียวและจะต้องไปทุกภาค
ส่วนจังหวัดพื้นที่สีแดงที่ไม่สนับสนุนรัฐบาลจะลงพื้นที่หรือไม่ เช่น จ.เชียงใหม่ จ.เชียงราย นายกฯ กล่าวว่า ยินดีจะไป ขอย้ำอีกครั้งว่า กรุณาไปถามคนขัดขวาง ตนไม่ต้องการให้เกิดความรุนแรง หากสังคมบอกว่าตนควรจะไปแล้วเกิดการปะทะกันบ้างแต่ไม่เป็นไรนั้น ตนไม่มีปัญหา เเต่ขอถามว่าคุ้มหรือไม่ แล้วขอถามว่าคนที่มาขัดขวางนั้นเป็นประชาธิปไตยจริงหรือไม่ หากเป็นประชาธิปไตยต้องเปิดโอกาสให้ทุกคนทำงาน ไม่เช่นนั้นจะเกิดความเสียหายกับภาพลักษณ์ของประเทศ แต่กลับพยายามอ้างว่าเป็นปัญหาของรัฐบาล ถ้ารัฐบาลเห็นแก่ตัวไม่คิดถึงประโยชน์ของประเทศก็เดินทางไปแต่หากเกิดปัญหาปะทะและภาพออกไปทั่วโลกเพื่ออะไร
“เด็กอีสานได้เรียนฟรี ผู้สูงอายุได้เบี้ยยังชีพ โครงการไทยเข้มแข็งก็ได้รับเหมือนภาคอื่นๆและไม่น้อยกว่าที่อื่น มติครม.สามเดือนนี้แก้ปัญหาภาคอีสานและเหนือได้รับประโยชน์ที่สุด ส่วนการทำความเข้าใจกับประชาชน ต้องค่อยๆทำความเข้าใจและเมื่องานปรากฏจะเป็นคำตอบ ตอนนี้งานกำลังอยู่ในแผนการ ยืนยันว่าไม่สายเกินไป” นายกฯ กล่าว
เมื่อถามว่า ไปจ.บุรีรัมย์ไม่กลัวมนต์ดำเขมรหรือ นายกฯยิ้มและกล่าวว่า “มนต์ดำเป็นอย่างไร”
"ชวรัตน์"หนุนนายกฯลงพท.อีสานชี้วัดกระแสสู้"แม้ว"ได้
นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รมว.มหาดไทย และหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงกรณีที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เตรียมลงพื้นที่ภาคอีสานทางพรรคภูมิใจไทยว่า มีความเป็นไปได้ที่จะลงพื้นที่ไปพร้อมกัน แต่ไม่ยังทราบจะไปในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย หรือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เนื่องจากทาง พรรคภูมิใจไทยมีแผนในการลงพื้นที่ภาคอีสานเหมือนกัน
“นายกรัฐมนตรีมีอำนาจ สิทธิ ที่จะสามารถลงได้ทุกพื้นที่ หากนายกฯลงพื้นที่ภาคอีสานกระแสของพรรคร่วมรัฐบาลจะดีขึ้น แต่ต้องลองไปพิสูจน์กระแสกลุ่มคนเสื้อแดงในพื้นที่ภาคอีสาน จะรับใครกันแน่ ระหว่าง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร กับนายอภิสิทธิ์ ในส่วนของพรรคภูมิใจไทย จะลงพื้นที่นำนโยบายไปขายให้กับประชาชน อาทิ เรื่องคาร์บอร์นเครดิตและเรื่อง 1 ตำบล 1 โรงสี 1 ธนาคารข้าว” นายชวรัตน์ กล่าว
ส่วนกรณีที่นายเนวิน ชิดชอบ ร่วมรับประทานอาหารกับนายกรัฐมนตรี ที่บ้านพิษณุโลกนั้น นายชวรัตน์ กล่าวว่า คงกินข้าวในฐานะที่เป็นคนคุ้นเคยกัน ไม่น่าจะมีอะไร
ทั้งนี้ หากมีการพูดคุยเรื่องโครงการพรรคภูมิใจไทย เขาคงเข้าไปด้วย ขอยืนยันว่า ไม่ได้งอน นายเนวิน ตามที่เป็นข่าว ขณะเดียวกันนายเนวิน ก็ไม่ได้เล่าอะไรให้ฟังแล้วก็ไม่ได้ถาม เพราะว่า ไม่ใช่หน้าที่ของเขา ต่อไปเชื่อว่า คงไม่มีเรื่องขัดแย้งระหว่างพรรคภูมิใจไทยกับพรรคประชาธิปัตย์



