
ปล่อยชั่วคราว'กำนันเซี๊ยะ'รุกที่ราชพัสดุ
29 ส.ค. 2557
ศาลปล่อยชั่วคราว ตีราคาประกันแสนบาท หลังพิพากษาจำคุก 1 ปี ไม่รอลงอาญา 'กำนันเซี๊ยะ' คดีบุกรุกที่ราชพัสดุ กว่าพันไร่ ปี 43
29 ส.ค. 57 เมื่อเวลา 09.00 น. ที่ห้องพิจารณา 901 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลอ่านคำพิพากษา คดีหมายเลขดำ อ.55/2555 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 3 เป็นโจทก์ ยื่นฟ้องนายประชา โพธิพิพิธ หรือกำนันเซี๊ยะ อายุ 71 ปี ผู้กว้างขวางใน จ.กาญจนบุรี และอดีต ส.ส.กาญจนบุรี พรรคประชาธิปัตย์ เป็นจำเลย ในความผิดฐาน เข้าไปยึดถือครอบครองที่ดิน หรือก่อสร้าง แผ้วถาง เผาป่า หรือกระทำด้วยประการใดๆ เป็นการทำลาย หรือทำให้เสื่อมสภาพที่ดิน ในที่ดินซึ่งเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินที่ใช้เพื่อประโยชน์ของแผ่นดิน เนื้อที่เกินกว่า 50 ไร่ โดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ ตามประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. 2497 มาตรา 9 และมาตรา 108
ตามฟ้องอัยการโจทก์ เมื่อวันที่ 12 ม.ค. 55 บรรยายความผิดสรุปว่า เมื่อต้นปี 2533 - 25 มี.ค. 47 จำเลยได้เข้าไปยึดถือ ครอบครอง ก่อสร้าง เผาป่า ปลูกพืชไร่ ให้บุคคลอื่นเช่า และใช้ประโยชน์ในที่ดิน เนื้อที่ 299 ไร่ 52 งาน ในที่ดินราชพัสดุ เลขทะเบียน กจ.209 หมู่ 12 ต.จรเข้เผือก อ.ด่านมะขามเตี้ย จ.กาญจนบุรี และที่ดิน เนื้อที่ 900 ไร่ 2 ตารางวา 32 งาน ในที่ดินราชพัสดุ เลขทะเบียน กจ.209 หมู่ 8 ต.สวนผึ้ง อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี ซึ่งเป็นพื้นที่ต่อเนื่องติดต่อกันทั้งหมด รวมเนื้อที่ทั้งหมด 1,199 ไร่ 2 ตารางวา 84 งาน โดยไม่ได้รับอนุญาต เหตุเกิดที่ ต.สวนผึ้ง อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี และ ต.จรเข้เผือก อ.ด่านมะขามเตี้ย จ.กาญจนบุรี เกี่ยวพันกัน โดยขอพิพากษาลงโทษจำเลยตามกฎหมาย และให้จำเลย รวมทั้งบริวาร ออกจากที่ดินดังกล่าวด้วย
ศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานแล้ว โจทก์มีพยานเอกสารเป็นภาพถ่ายทางอากาศ เมื่อปี 2495 ซึ่งพื้นที่ดังกล่าวมีป่าไม้อุดมสมบูรณ์ โดยมีการออกพระราชกฤษฎีกา ฯ พ.ศ. 2481 ให้เป็นที่ดินของรัฐเพื่อสาธารณประโยชน์ ขณะที่นั้นจำเลย ได้เข้าไปครอบครอง โดยซื้อที่ดินดังกล่าวเมื่อปี 2543 เนื้อที่ 1,199 ไร่ มูลค่า 2 ล้านบาท ซึ่งเป็นราคาที่ต่ำกว่ามาตรฐาน ขณะเดียวกัน จำเลยก็ไม่มีเอกสารสิทธิ์ในที่ดินข้อพิพาท โดยจำเลยอ้างว่า ไม่ทราบว่าที่ดินดังกล่าวเป็นที่สาธารณประโยชน์ แต่เมื่อพิจารณาแล้ว จำเลยเคยดำรงตำแหน่งราชการ ควรจะต้องตรวจสอบให้รอบคอบก่อนว่าที่ดินดังกล่าวเป็นพื้นที่ที่ไม่สามารถเข้าไปครอบครองได้ และเมื่อจำเลยได้ซื้อที่ดินดังกล่าวหลังจากที่มีการประกาศพระราชกฤษฎีกา ฯ แล้ว พร้อมทั้งเข้าไปครอบครองทำประโยชน์ จึงถือว่า จำเลยเข้าไปครอบครองที่ดินข้อพิพาทแล้ว แม้จำเลย จะต่อสู้คดีอ้างว่า ไม่ได้ทำการปลูกสิ่งก่อสร้างใดๆ แต่ตามประมวลกฎหมายที่ดิน ระบุว่า แม้จะไม่ปรากฏสิ่งก่อสร้าง แต่การครอบครองที่ดินดังกล่าวก็เป็นความผิด
พยานหลักฐานโจทก์ที่นำสืบมา จึงมีน้ำหนักมั่นคง รับฟังข้อเท็จจริงได้ว่า จำเลยเข้าไปครองครองที่ดินของรัฐ โดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าหน้าที่ ซึ่งที่ดินดังกล่าวเป็นที่ราชพัสดุ และเป็นที่ดินเพื่อสาธารณประโยชน์ จำเลยจึงมีความผิดตามประมวลกฎหมายที่ดิน จึงพิพากษาให้จำคุกจำเลย เป็นเวลา 1 ปี โดยไม่รอการลงโทษ
ภายหลังนายทรงศักดิ์ โพธิพิพิธ ทนายความ ได้ยื่นคำร้อง พร้อมหลักทรัพย์เป็นเงินสด 300,000 บาท เพื่อขอปล่อยชั่วคราวระหว่างอุทธรณ์คดี โดยขณะนี้คำร้องอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาล
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการฟังคำพิพากษาวันนี้ นายประชา หรือกำนันเซี๊ยะ เดินทางมาพร้อมกับนางเขมพร ภรรยา ที่คอยดูแล และให้กำลังใจด้วย เนื่องจากก่อนหน้านี้ นายประชา เพิ่งเข้ารับรักษาอาการป่วยจากโรงพยาบาล
ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า สำหรับนายประชา หรือกำนันเซี๊ยะนั้น นอกจากคดีบุกรุกที่ราชพัสดุแล้ว ยังถูกอัยการฟ้องเป็นจำเลยคดีฮั้วประมูล ร่วมกับนางเขมพร ภรรยา , น.ส.วรรณา ล้อไพบูลย์ บุคคลใกล้ชิดของนางเขมรพร และนายถวิล หรือน้อยหนวด สวัสดี หนึ่งในสมาชิกกลุ่มเลขานุการของกำนันเซี๊ยะ ซึ่งคดีดังกล่าวศาลชั้นต้นได้มีคำพิพากษาให้จำคุกนายประชา หรือกำนันเซี๊ยะ เป็นเวลา 5 ปี ฐานเป็นหัวหน้า หรือผู้มีตำแหน่งในอั้งยี่ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 209 วรรค 2
ส่วนจำเลยที่ 2-4 ให้จำคุกคนละ 4 ปี ฐานเป็นอั้งยี่ แต่ต่อมาเมื่อมีการอุทธรณ์คดี ศาลอุทธรณ์ ได้พิพากษากลับให้ยกฟ้องจำเลยทั้งหมด โดยขณะนี้คดีอยู่ระหว่างการฎีกา
ปล่อยชั่วคราว ตีราคาประกัน 100,000 บาท
เมื่อเวลา 15.00 น. ศาลพิจารณาคำร้องขอปล่อยชั่วคราวของนายประชา หรือกำนันเซี๊ยะ จำเลย ที่ยื่นหลักทรัพ์เป็นเงินสด 300,000 บาท ในคดีบุกรุกที่ราชพัสดุ ศาลพิพากษาจำคุก 1 ปี โดยไม่รอลงอาญาแล้ว เห็นควรให้ปล่อยชั่วคราวจำเลย ระหว่างอุทธรณ์ต่อสู้คดีได้ โดยตีราคาประกัน 100,000 บาท



