
เตือน6จว.ระวังน้ำป่าหลาก29-31ส.ค.
29 ส.ค. 2557
ศภช.เตือน 6 จังหวัด ระวังน้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่ม 29-31 ส.ค.นี้ ด้าน จ.น่าน เกิดเหตุน้ำท่วมฉับพลัน 4 อำเภอ บ้านเรือนเสียหาย 200 หลัง
29 ส.ค.57 ศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ (ศภช.) แจ้งว่า 29-31 ส.ค.นี้ อาจเกิดน้ำป่าไหลหลากและดินโคลนถล่ม บริเวณภาคเหนือ จ.เชียงราย จ.พะเยา จ.เพชรบูรณ์ จ.กำแพงเพชร ภาคกลาง จ.กาญจนบุรี และภาคตะวันออก จ.ตราด ขอให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยดังกล่าวระมัดระวัง หากมีข้อมูลเพิ่มเติม ศภช. จะแจ้งให้ทราบเป็นระยะต่อไป
จ.น่านน้ำท่วมฉับพลัน 4 อำเภอ บ้านเรือนเสียหาย 200 หลัง
น.ส.ณิชาภัทร ถาวรกูล พนักงานนโยบายและแผนงาน สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดน่าน เปิดเผยว่า เมื่อเวลา 06.00 น.วันที่ 29 สิงหาคม ได้รับรายงานเกิดน้ำท่วมฉับพลันในพื้นที่ 4 อำเภอของจังหวัดน่าน ได้แก่ 1.บ้านไร่ ต.อวน หมู่ที่ 1,5,9,15 อ.ปัว เบื้องต้นได้รับรายงานบ้านเรือนประชาชนเสียหาย 200 หลังคาเรือน, 2.บ้านห้วยสะแตง ต.งอบ หมู่ที่ 2 อ.ทุ่งช้าง, 3.บ้านห้วยโก๋น ต.ห้วยโก๋น หมู่ 1 อ.เฉลิมพระเกียรติ และ 4.ต.ผาตอ อ.ท่าวังผา ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังอยู่ระหว่างการลงพื้นที่สำรวจความเสียหายของแต่ละอำเภอ และเนื่องจากเป็นพื้นที่ห่างไกล ไม่สามารถติดต่อผ่านสัญญาณโทรศัพท์ได้ในขณะนี้ จึงยังไม่ได้รับรายงานความเสียหายในพื้นที่เพิ่มเติม
สำหรับสาเหตุที่ทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันเกิดจากฝนที่ตกลงมาอย่างหนักตั้งแต่เมื่อคืนวันที่ 28 สิงหาคม ทำให้เกิดน้ำป่าไหลลงมาท่วมในพื้นที่ 4 อำเภอดังกล่าว สำหรับสถานการณ์ในช่วงนี้ฝนเริ่มตกน้อยลงแต่ยังตกลงมาอย่างต่อเนื่อง คาดว่าสถานการณ์จะเริ่มคลี่คลายได้ในช่วงบ่ายวันนี้ ส่วนการสำรวจความเสียหาย คาดว่าในช่วงเย็นจะได้รับรายงานเพิ่มเติม เนื่องจากได้ระดมกำลังเจ้าหน้าที่ทั้งหมดกระจายให้ความช่วยเหลือและสำรวจความเสียหายเบื้องต้นในแต่ละอำเภอ นอกจากนั้นยังได้ให้เจ้าหน้าที่เฝ้าระวังเหตุดินโคลนถล่มในจุดเสี่ยงที่อ.บ่อเกลือ จ.น่าน ซึ่งสถานการณ์ในช่วงนี้อยู่ระหว่างการเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด
อย่างไรก็ตาม ทางกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ได้สั่งการเพื่อเตรียมป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัย วาตภัย และดินถล่ม อันเกิดจากฝนตกหนัก อาจเกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำล้นตลิ่ง น้ำป่าไหลหลาก และดินถล่ม สร้างความเสียหายแก่ชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนในช่วงวันที่ 26-30 สิงหาคม 2557 โดยให้ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด 29 จังหวัด เตรียมความพร้อมรับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้น
ระนอง-ทหารเตรียมพร้อมรับมือช่วยเหตุน้ำท่วมฉับพลัน-ดินถล่ม
29 สิงหาคม 2557 ร้อยเอกวิโรจน์ สุขด้วย ผู้บังคับกองร้อยช่วยเหลือประชาชน กองพันทหารราบที่ 2 กรมทหาราบที่ 25 ค่ายรัตนรังสรรค์ กล่าวว่า หลังได้รับการประสานงานจากป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดระนอง ขอให้เตรียมพร้อมทั้งกำลังพลและอุปกรณ์ ในเข้าเข้าช่วยเหลือประชาชน ในกรณีเกิดเหตุน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่ม เนื่องจากในช่วงนี้จังหวัดระนองยังคงมีฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่อง อาจจะมีการสะสมของฝนจำนวนมากจนเกิดปัญหาได้ จึงได้จัดเตรียมกำลังพลจำนวน 150 นาย พร้อมอุปกรณ์ เรือท้องแบนติดเครื่องยนต์ จำนวน 5 ลำ รถบรรทุกขนาดใหญ่จำนวน 2 ลำ เปลสนามและอุปกรณ์อื่น ๆ ในการเข้าช่วยเหลือประชาชนอย่างเต็มที่แล้ว
ทั้งนี้ ทุกๆเช้าจะมีการฝึกซ้อมการขนย้ายเครื่องมือและอุปกรณ์ต่าง ๆขึ้นรถบรรทุกขนาดใหญ่ เพื่อความคล่องตัวและการทำอย่างถูกวิธีถูกขั้นตอน หากเกิดเหตุสามารถใช้ความรวดเร็วในการขนย้ายอุปกรณ์ เพื่อเข้าช่วยเหลือประชาชนในทุกพื้นที่ของจังหวัดระนองได้อย่างมีประสิทธิภาพ
อย่างไรก็ตาม ทางกองร้อยช่วยเหลือมีความพร้อมทั้งทางด้านกำลังพลและอุปกรณ์ มีการเฝ้าระวังและประสานข้อมูลทั้งจากหน่วยงานของภาครัฐและประชาชนในพื้นที่ ซึ่งเป็นเครือข่ายประชาชนแจ้งเหตุตลอด 24 ชั่วโมง
นายชวลิต นิฒรรัตน์ หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดระนอง เปิดเผยว่า ทาง ปภ.ระนองได้ออกประกาศแจ้งเตือนชาวบ้านที่อาศัยในพื้นที่เสี่ยงภัยใน 5 อำเภอของจังหวัดระนองให้ระวังอันตรายจากฝนตกหนักช่วงระหว่างวันที่ 29-30 ส.ค.2557 นี้ เนื่องจากร่องความกดอากาศต่ำพาดผ่านประเทศไทย ขณะที่มรสุมตะวันตกเฉียงใต้พัดปกคลุมทะเลอันดามัน อ่าวไทย และประเทศไทย ทำให้มีฝนตกเพิ่มมากขึ้น ส่งผลให้เกิดฝนตกหนักมากในเขตพื้นที่ จ.ระนองในหลายพื้นที่ อาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันน้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่มได้ รวมทั้งทะเลเกิดคลื่นสูง จึงแจ้งเตือนชาวบ้านที่อาศัยในพื้นที่เสี่ยงภัย โดยเฉพาะชาวบ้านที่อาศัยในพื้นที่เสี่ยงภัยประกอบด้วยที่ลาดลุ่มเชิงเขา,ที่ใกล้ทางน้ำไหล เสี่ยงที่จะเกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำล้นตลิ่ง น้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่ม ลมพัดแรงกระโชกบางช่วง โดยเฉพาะเรือเล็กพบว่าจากกระแสลมในทะเลอันดามัน ทำให้เกิดคลื่นสูงทำให้เรือประมงพื้นบ้านจำนวนมากได้นำเรือจอดหลบคลื่นกระแสลมแรงและหยุดออกทะเลหาปลาในระยะนี้เพื่อความปลอดภัย
ตรังน้ำท่วมขังในพื้นที่ราบลุ่มเหนือประตูระบายน้ำรอยต่อ 3 อำเภอ เกือบ 1,000 ไร่
นายธีระเทพ เทพสุยะ ผู้อำนวยการชลประทานจ.ตรัง นำเจ้าหน้าที่ฝ่ายโยธาพังประตูระบายน้ำที่ฝายน้ำล้นหมู่ที่ 4 ต.นาโต๊ะหมิง อ.เมือง จ.ตรัง หลังประตูระบายน้ำไม่สามารถบังคับให้เปิดน้ำออกได้ ทำให้น้ำมีความต่างระดับกันถึง 2 เมตร โดยน้ำในบริเวณพื้นที่เหนือประตูระบายน้ำได้เอ่อล้นจนไหลเข้าท่วมพื้นที่ทางการเกษตรรวม 4 หมู่บ้าน ใน 3 ตำบล รวม 3 อำเภอ ได้แก่ ต.นาเมืองเพชร อ.สิเกา,ต.โคกยาง อ.กันตัง และต.นาโต๊ะหมิง อ.เมือง ทำให้สวนปาล์มน้ำมันและสวนยางพาราถูกน้ำท่วมขังกว่า 1,000 ไร่ ชลประทานจ.ตรังจึงตัดสินใจใช้ชักรอกดึงประตูระบายน้ำออก เพื่อให้น้ำเหนือไหลผ่านได้อย่างสะดวกรวดเร็ว เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่ลุ่มต่ำและเป็นพื้นที่รับน้ำจาก 3 อำเภอ ได้แก่ อำเภอวังวิเศษ อำเภอสิเกาและอำเภอกันตัง
อย่างไรก็ตาม หลังพังประตูระบายน้ำแล้วพบว่าน้ำไหลได้เร็วขึ้น แต่จากปริมาณฝนที่ตกลงมาอย่างต่อเนื่อง ทำให้มีน้ำท่วมขังในหมู่ที่ 3 ต.นาโต๊ะหมิง อ.เมืองอีกหลายจุด โดยเฉพาะสวนยางพาราที่ราคาตกต่ำ แล้วยังถูกน้ำท่วมซ้ำจนไม่สามารถกรีดยางและขาดรายได้มานานกว่า 1 สัปดาห์ โดยบางพื้นที่มีระดับน้ำท่วมสูงกว่า 80 เซ็นติเมตร
ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ยังคงแจ้งเตือนประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ราบลุ่ม ที่ราบเชิงเขา ริมทางน้ำไหลและพื้นที่ชายฝั่งทะเลให้ระมัดระวังน้ำท่วมขัง น้ำเอ่อล้น
พิจิตร-ชาวนาเร่งสูบน้ำออกจากนาข้าวหลังฝนตก
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าชาวนาในตำบลเมืองเก่า อำเภอเมือง จังหวัดพิจิตร ต้องใช้เครื่องสูบน้ำออกจากนาข้าว ทั้งที่นาข้าวเพิ่งเริ่มหว่าน หลังจากที่ฝนตกลงมาตลอดทั้งวันทั้งคืนส่งผลให้น้ำท่วมขังในนาข้าว โดยฝนที่ตกลงมาในระยะนี้ส่งผลกระทบทำให้นาข้าวที่เริ่มเพาะปลูกเริ่มจมน้ำและจะทำให้ข้าวเน่าเสียหาย หากไม่สูบน้ำออก ขณะที่แม่น้ำยมที่ไหลผ่านพื้นที่จังหวัดพิจิตร ยังคงเพิ่มระดับสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องแม้จะยังไม่ล้นตลิ่ง แต่ชาวบ้านยังคงเตรียมพร้อมรับมือ โดยเก็บสิ่งของไว้ที่สูงแล้ว
สำหรับกรมอุตุนิยมวิทยา รายงานสภาพอากาศมีฝนฟ้าคะนองเกือบทั่วไป ร้อยละ 70-80 ของพื้นที่ตลอดช่วง ในส่วนแม่น้ำยมซึ่งไหลผ่าน 4 อำเภอของจังหวัดพิจิตร คือ อำเภอสามง่าม โพธิ์ประทับช้าง บึงนารางและโพทะเล มักจะเกิดน้ำล้นตลิ่งท่วมบ้านเรือนประชาชนทุกปี โดยระดับน้ำยังคงเพิ่มระดับขึ้นอย่างต่อเนื่อง



