ข่าว

วุฒิจวกรัฐพูดไม่จริงขึ้นภาษีน้ำมันผลักภาระให้ปชช.

วุฒิจวกรัฐพูดไม่จริงขึ้นภาษีน้ำมันผลักภาระให้ปชช.

02 ก.ค. 2552

วุฒิจวกรัฐบาลพูดไม่จริง 100% ขึ้นภาษีน้ำมันผลักภาระให้ประชาชน หวั่นราคาทะลุ 60 บาทต่อลิตร หลังรัฐนำกองทุนน้ำมันโปะราคาน้ำมัน เรียกร้องรัฐบาลทบทวนพรก.-จี้ส.ส.คว่ำพรก.เหตุเพิ่มภาระประชาชน

(2ก.ค.) นายวิทยา อินาลา ส.ว.นครพนม และนายยุทธนา ยุพฤทธิ์ ส.ว.ยโสธร ในฐานะโฆษกคณะกรรมาธิการเศรษฐกิจ การพาณิชย์ และอุตสาหกรรม วุฒิสภา แถลงข่าวคัดค้านการปรับขึ้นภาษีน้ำมัน โดยนายวิทยา กล่าวว่า การที่วุฒิสภาได้คว่ำพ.ร.ก.แก้ไขเพิ่มเติมพ.ร.บ.พิกัดอัตราภาษีสรรพสามิต พ.ศ. 2527 ฉบับที่ 5 พ.ศ. 2552 เพราะเห็นว่าส่งผลกระทบต่อประชาชนเพราะเดิมรัฐบาลก็เก็บภาษีน้ำมันที่ 5 บาทต่อลิตร แต่เมื่อออกพ.ร.ก.ดังกล่าวรัฐบาลสามารถขยายเพดานการเก็บภาษีได้จาก 5 เป็น 10 บาท ซึ่งขณะนี้เก็บอยู่ที่ราคา 7 บาทต่อลิตร โดยภาษีที่ขึ้นรัฐบาลอ้างว่าจะนำไปปิดหีบงบดุลของรัฐบาล ซึ่งเป็นวิธีง่ายที่รัฐบาลจะหาเงิน

โดยรัฐบาลอ้างว่าไม่ได้ส่งผลกระทบต่อประชาชนในระยะสั้น เพราะมีกองทุนน้ำมันมาอุดหนุน ซึ่งรัฐบาลอธิบายไม่ชัดเจน ยอมรับว่าไม่ส่งผลกกระทบในระยะสั้นจริง แต่ระยะยาวจะมีปัญหาเนื่องจากราคากองทุนน้ำมันที่เหลือประมาณ 1 หมื่นกว่าล้านเชื่อว่าจะหมดไปในการไปอุดหนุนราคาภายใน 1 ปี และถือว่าผิดวัตถุประสงค์ในการตั้งกองทุนน้ำมัน ที่ตั้งขึ้นเพื่อแก้ไขปัญหาราคาน้ำมันแพง ยกตัวอย่างกรณีปี 2551 ราคาน้ำมันตลาดโลกพุ่งขึ้นสูงถึง 147 เหรียญสหรัฐต่อบาเรลล์ ซึ่งรัฐบาลก็ใช้เงินกองทุนน้ำมันเข้าไปพยุงราคาน้ำมันไม่ให้ปรับขึ้นสูง ถือเป็นวิธีที่ถูกต้อง นอกจากนี้เมื่อน้ำมันขาดแคลนรัฐบาลจะต้องเอาเงินกองทุนไปหาซื้อน้ำมันให้ประชาชนใช้
 
 “ในระยะยาวหากราคาน้ำมันในตลาดโลกสูงขึ้นไปเรื่อยๆ เชื่อว่าเงินกองทุนน้ำมันจะหมดลง จะทำให้ประชาชนเดือดร้อน เพราะราคาน้ำมันในบ้านเราอาจจะถึง 60 บาทลิตร รัฐบาลพูดความจริงไม่ทั้ง 100 % มันต้องคำนึงถึงระยะยาวและที่อ้างว่าเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจก็ไม่ถูกทาง กลายเป็นทำให้ประชาชนได้รับผลกระทบมากกว่า และผมไม่แน่ใจว่าจะมีการคอรัปชั่นด้วยหรือไม่ คณะกรรมาธิการมองว่านโยบายการบริหารงานของรัฐบาลที่ยึดปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง แท้จริงลมปากแท้จริงไม่ใช่“ นายวิทยา กล่าว
 
 ด้านนายยุทธนา กล่าวว่า คณะกรรมาธิการฯได้พิจารณาการขึ้นภาษีน้ำมันของรัฐบาลจะส่งผลกระทบทันทีต่อการฟื้นฟูเศรษฐกิจ ขณะเดียวกันรัฐบาลก็ทุ่มงบประมาณหาแหล่งเงินกู้เพื่อมาใช้จ่ายในการฟื้นฟูเศรษฐกิจ ถือว่าเป็นการดำเนินการที่ขัดแย้งและอาจทำให้เศรษฐกิจถดถอยขึ้น เพราะการปรับขึ้นภาษีน้ำมันส่งผลกระทบต่อประชาชนมากขึ้น จึงอยากให้รัฐบาลทบทวนร่างพ.ร.ก.ฉบับนี้ โดยเฉพาะราคาน้ำมันในปัจจุบันถือว่าสูงเกินไป เพราะเมื่อเทียบกับปีที่แล้วที่ราคาตลาดโลกสูงถึง 147 เหรียญต่อบาเรลล์ ราคาเฉลี่ยแค่ 40 บาท แต่ราคาตลาดโลกในปัจจุบันประมาณ 70 เหรียญต่อบาเรลล์ ดังนั้นราคาที่เหมาะสมไม่ควรเกิน 28 บาทต่อลิตร
 
 นายประเสริฐ ประคุณศึกษาภัณฑ์ ส.ว.ขอนแก่น กล่าวว่า ที่ผ่านมาวุฒิสภาได้คว่ำร่างพ.ร.ก.ดังกล่าว ดังนั้นเมื่อเปิดสภาทาง รมว.คลังจะนำเข้าสภาผู้แทนเพื่อให้ความเห็นอีกครั้ง ซึ่งขอเรียกร้องให้ส.ส.ช่วยกันพิจารณาให้รอบคอบและขอให้ไม่ผ่านความเห็นชอบ เพราะเป็นการสร้างภาระเพิ่มเติมให้กับประชาชน