
พบศพปริศนา4รายซ้อนกลางกรุง-พัทยา
พบศพปริศนา4รายซ้อนกลางกรุง-พัทยา รายแรกบริเวณสถานีสูบน้ำคลองเตยตามด้วยท่าเรือโดยสารวัดราชสิงขร ขณะอีก 2 รายศพหญิง-ชายลอยกลางทะเลพัทยา
เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 28 สิงหาคม ร.ต.ท.จุฑาพงษ์ ชาญดิลกโชติ พนักงานสอบสวน สน.คลองตัน ได้รับแจ้งเหตุพบศพลอยน้ำ ที่บริเวณสถานีสูบน้ำคลองเตย ถนนริมทางรถไฟสายเก่า แขวงพระโขนง เขตคลองเตย กทม. จึงรายงาน พ.ต.อ.จิรเดชน์ เหมจินดา ผกก.สน.คลองตัน พ.ต.อ.บรรจง อมฤทธิ์ ผกก.สส.บช.น. 5 พ.ต.ท.กิตติพัทธ์ เที่ยงน้อย รอง ผกก.สส .สน.คลองตัน พ.ต.ท.พลวรรธน์ พุ่มสวัสดิ์ สว.สส.สน.คลองตัน พร้อมเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน สน.คลองตัน เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน แพทย์นิติเวช รพ.จุฬาฯ และมูลนิธิร่วมกตัญญู นำกำลังไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ
เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุพบถุงปุ๋ยขนาดใหญ่ มีกลิ่นเหม็นโชยออกมาอย่างรุนแรง ติดอยู่ที่ตะแกรงกั้นขยะของสถานีสูบน้ำดังกล่าว เจ้าหน้าที่จึงได้นำขึ้นมาตรวจสอบพบศพชาย อายุประมาณ 20-30 ปี สูงประมาณ 160 ซม. สภาพมัดหัวเข่า เท้าและศีรษะเข้าด้วยกันลักษณะงอตัว สวมเสื้อยืดคอวีสีดำ กางเกงยีนสีดำ บ็อกเซอร์สีน้ำเงินแดง เข็มขัดสีแดง เนื้อเท้าหายไปเหลือแต่กระดูก ใบหน้ามีรอยทุบด้วยของแข็ง หน้าอกมีบาดแผล เหมือนถูกของมีคมแทง ซี่โครงหัก 3 ท่อน คาดว่าน่าจะเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 10 วัน
พ.ต.ท.กิตติพัทธ์ กล่าวว่า จากการสอบถามเจ้าหน้าที่สำนักระบายน้ำ กรุงเทพฯ เขตคลองเตย ทราบว่า เมื่อช่วงเช้าขณะกำลังเดินตรวจงานอยู่บนเครื่องตักขยะ พบศพดังกล่าวจึงแจ้งเจ้าหน้าที่ คาดว่าศพลอยมาตามน้ำในคลองเตย เนื่องจากเมื่อคืนมีฝนตกหนักจึงได้เดินเครื่องระบายน้ำ ทำให้มีขยะและศพลอยมาติดที่ตะแกรงกั้นขยะ โดยขณะนี้ยังไม่ทราบว่า คนไทยหรือชาวต่างชาติ เนื่องจากไม่พบเอกสารระบุตัวบุคคล
อีกรายโผล่แม่น้ำเจ้าพระยา
เมื่อเวลา 20.00 น. ร.ต.ต.ธีรวัฒน์ เกิดจงรักษ์ พนักงานสอบสวน สน.ปากคลองสาน รับแจ้งพบศพผู้เสียชีวิตลอยในแม่น้ำเจ้าพระยามาติดที่ท่าเรือโดยสารวัดราชสิงขร ถนนเจริญกรุง ซอย74 แขวงวัดพระยาไกร เขตบางคอแหลม จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมแพทย์นิติเวช รพ.ศิริราช และหน่วยกู้ภัยมูลนิธิร่วมกตัญญู
ที่เกิดเหตุพบศพเป็นชายนิรนามลอยอยู่ในแม่น้ำในสภาพไร้แขนและขาทั้งสองข้าง เนื่องจากเปื่อยยุ่ยจนหลุดออกจากร่างกาย มีเพียงบ็อกเซอร์สีขาวและกางเกงขายาวสีน้ำเงินคาดด้วยเข็มขัดหนังสีดำติดอยู่ที่ร่างกายบริเวณเอวของผู้เสียชีวิตเท่านั้น เบื้องต้นไม่สามารถตรวจสอบบาดแผลได้เนื่องจากสันนิษฐานว่าเสียชีวิตในน้ำมาแล้วนานกว่า 2 สัปดาห์
ร.ต.ต.ธีรวัฒน์ กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่ทราบว่าผู้เสียชีวิตเป็นใคร เนื่องจากไม่พบเอกสารในตัว ส่วนสาเหตุที่สภาพศพไม่มีแขน และขา เป็นไปได้ว่าตายแช่อยู่ในน้ำมานานแล้ว ทำให้อวัยวะเปื่อยยุ่ยหลุดออกจากร่างกายไปตามเวลา อย่างไรก็ตาม จะมอบศพให้แพทย์นิติเวชทำการชันสูตรอย่างละเอียดอีกครั้งว่าถูกฆาตกรรมหรือไม่ก่อนติดตามญาติมารับศพไปบำเพ็ญกุศลต่อไป
พบศพหญิง-ชายลอยกลางทะเลพัทยา
รายที่3และ4 เมื่อเวลา 16.00 น. วันเดียวกัน ร.ต.ท.สุพรรณ โสภี พนักงานสอบสวน สภ.เมืองพัทยา จ.ชลบุรี ได้รับแจ้งพบศพผู้เสียชีวิตลอยอยู่ในทะเล 2 ศพ เส้นทางระหว่างเกาะตายาย-หาดตาแหวน ห่างจากชายฝั่งเมืองพัทยาออกไป 4 ไมค์ทะเล ที่เกิดเหตุอยู่ห่างจากเกาะสาก ประมาณ 500 เมตร พบผู้เสียชีวิตเป็นชาย เบื้องต้นไม่ทราบชื่อและสัญชาติ ลอยอยู่ในทะเลในสภาพศพไม่มีศีรษะ สวมเสื้อเชิ้ตสีฟ้า กระเป๋าหน้าอกด้านซ้ายปักตัวอักษร 60 ปี นำสินประกันภัย ปี 2491 ที่ต้นขาด้านซ้ายสักยันต์ตัวไก่และเสือ คาดว่าเสียชีวิตมาแล้วประมาณ 10-15 วัน ห่างออกไป 1 ไมล์ทะเล พบศพหญิงไม่ทราบชื่อและสัญชาติเช่นกัน สภาพศพเน่าเปื่อยไปทั้งตัว ศีรษะขาดหายไป สวมเสื้อแขนยาวสีน้ำตาล ที่ขาซ้ายสักตัวอินทรี
ขณะเดียวกัน ตำรวจยังได้รับรายงานจากหน่วยกู้ภัยทางทะเลเมืองพัทยา ประจำแขวงเกาะล้าน ว่าพบเรือยอรช์จอดลอยลำอยู่ในทะเล ห่างจากหาดตาแหวน 2 ไมล์ทะเล และอยู่ห่างจากจุดที่พบศพหญิงสาว 800 เมตร จึงเดินทางไปตรวจสอบ พบเรือดังกล่าวเป็นเรือยอรช์ ขนาดใหญ่ สีขาว ชื่อเรือ “ลากูน 440” ตรวจสอบบนเรือมีร่องรอยถูกรื้อค้น จนข้าวของกระจัดกระจาย แต่ประตูถูกล็อคไว้จากด้านนอก จึงยังไม่สามารถเข้าไปตรวจสอบได้
อย่างไรก็ตาม เบื้องต้นได้อายัดเรือดังกล่าว ซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นของสองสามี-ภรรยา ที่พบเป็นศพในทะเล เพราะเรือลำนี้ได้จอดลอยลำอยู่ที่เดิมนาน 10 วัน แล้ว ส่วนสาเหตุการตายยังไม่ชัดเจนว่ามาจากการถูกฆาตกรรมหรือฆ่าตัวตายด้วยการกระโดดน้ำทะเล ในวันพรุ่งนี้จะได้ประสานเจ้าหน้าที่กรมเจ้าท่า เพื่อเดินทางไปตรวจสอบเรือดังกล่าวว่าใครเป็นเจ้าของที่แท้จริง



