ข่าว

'ฉัตรชัย'ปัดถูกทาบนั่งรมต.

'ฉัตรชัย'ปัดถูกทาบนั่งรมต.

28 ส.ค. 2557

'ฉัตรชัย' ปัดถูกทาบนั่งรมต. ระบุ กมธ.ปรับลดงบ 58 แล้ว 3.2 พันล้าน เผยมาตรการช่วยชาวสวนยาง ระยะสั้น-ยาว

 
                              28 ส.ค. 57  พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ ประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2558 กล่าวถึงกรณีที่มีกระแสข่าวว่า มีชื่อเป็นแคนดิเดตรัฐมนตรีด้วย ว่า ตนยังไม่ทราบเรื่องดังกล่าว และยังไม่เห็นมีใครมาทาบทาม แต่ตนก็ตั้งใจทำงานที่ได้รับมอบหมายในทุกตำแหน่งอยู่แล้ว
 
 
 
กมธ.ปรับลดงบ 58 แล้ว 3.2 พันล้าน
 
 
                              พล.อ.ฉัตรชัย ให้สัมภาษณ์ว่า งบประมาณในส่วนของกระทรวงกลาโหมนั้น ในปีนี้มีการปรับขึ้นเพียงเล็กน้อย โดยแบ่งเป็น 3 ส่วน คือ งบบุคลากร ซึ่งมากถึง 56% งบที่จะเป็นไปตามข้อผูกพันสัญญา และงบดำรงสภาพ ทั้งนี้ สำหรับภาพรวมของการปรับลดงบประมาณทั้งหมดนั้น จนถึงวันนี้ (28 ส.ค.) ผ่านไปเพียง 16-17 กระทรวง ยังเหลือ 2 กระทรวง และอีก 7 หน่วยงานที่ไม่ได้ขึ้นกับกระทรวง ดังนั้น คาดว่าจะเสร็จสิ้นประมาณวันที่ 3 ก.ย. ซึ่งปัจจุบันปรับลดไปแล้ว 3,200 ล้านบาท และเงินที่ปรับลดไปนั้นจะนำไปสรุปตอนท้ายอีกครั้งว่าจะใช้ไปดำเนินการในเรื่องใด
 
                              พล.อ.ฉัตรชัย กล่าวอีกว่า สำหรับความเป็นห่วงในเรื่องของการปรับลดงบประมาณของแต่ละกระทรวงนั้น คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กำหนดให้ทุกกระทรวงจัดสรรงบประมาณตามแนวทางที่ คสช.กำหนด คือ 1. ขับเคลื่อนโดยยึดแผนพัฒนาเศรษฐกิจ ฉบับที่ 11 เป็นหลัก 2. ขับเคลื่อนด้วยหลักเศรษฐกิจพอเพียง และ 3. ให้ทุกส่วนราชการกระจายงบประมาณไปทั่วทุกภูมิภาค โดยยึดหลักธรรมาภิบาลเพื่อความโปร่งใสในการดำเนินงาน อย่างไรก็ตาม หัวหน้า คสช.ยังสั่งการทุกกระทรวง ทบวง กรม ด้วยว่า การจัดทำแผนงานในปีนี้ จะไม่อนุมัติให้เปลี่ยนแผนงานที่ต่างหมวดกันด้วย ต้องมีแผนงานที่ชัดเจน จะตั้งลอยๆ หรือเปลี่ยนภายหลังไม่ได้ นอกจากนี้ ยังกำชับเรื่องการรายงานที่ปกติรายงานทุก 3 เดือนด้วยว่า ในปีนี้ต้องรายงานแผนงานที่จัดทำไว้ในคำของบประมาณด้วย
 
 
 
เผยมาตรการช่วยชาวสวนยาง ระยะสั้น-ยาว
 
 
                              พล.อ.ฉัตรชัย กล่าวว่า สำหรับการช่วยเหลือชาวสวนยางนั้น ที่ผ่านมามี 6 กลุ่มเข้ามาร่วมหารือ แต่ยังไม่มีการรับปากในเรื่องใด เพียงแต่รายงานมติที่ประชุมคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้เกษตรกรทราบถึงมาตรการช่วยเหลือทั้งในระยะสั้นและระยะยาวเท่านั้น โดยมาตรการระยะสั้นนั้น จะหาแหล่งเงินกู้ที่ดอกเบี้ยต่ำให้กับเกษตรกร โดยรัฐบาลไปชดเชยในเรื่องของอัตราดอกเบี้ยให้บ้าง ขณะที่มาตรการระยะยาวนั้น อนาคตอาจจะต้องกำหนดพื้นที่ปลูกยางแล้วให้กระทรวงเกษตรฯ เข้าไปดูแลเพื่อให้ได้ผลผลิตที่ดีขึ้น รวมถึงจะต้องมีการตั้งศูนย์วิจัยส่งเสริมการปลูกยางพาราขึ้น เพื่อให้มีมาตรฐานในระดับสากล อย่างไรก็ตาม หากมีเวลาก็จะมีการหารือกันอีกครั้งเพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลกัน