ข่าว

"เด็กเขียว"

"เด็กเขียว"

03 ก.ค. 2552

เด็กจำนวนไม่น้อยป่วยเป็นโรคหัวใจ โดยโรคหัวใจในเด็กเป็นได้ทั้งโรคหัวใจพิการแต่กำเนิด และโรคหัวใจที่เกิดขึ้นภายหลัง โรคหัวใจพิการแต่กำเนิดเป็นความผิดปกติทางโครงสร้างของหัวใจ ส่วนใหญ่ตรวจพบภายใน 2-3 เดือน แรกหลังคลอด ส่วนน้อยจะตรวจพบเมื่อเป็นเด็กโตหรือผู้ให

พบว่าร้อยละ 15 ของโรคหัวใจพิการแต่กำเนิดเท่านั้น ที่สามารถทราบสาเหตุได้ชัดเจน โดยอาจเกิดจากปัจจัยหลัก 4 ประเภท คือ
 1. ความผิดปกติทางพันธุกรรม เช่น เด็กกลุ่มอาการดาวน์, โรคโครโมโซมผิดปกติแบบอื่นได้แก่ โครโมโซมคู่ที่ 13 และ 18 เกินเป็นต้น
 2. การได้รับยาหรือได้รับสารบางชนิด เช่น ยาแอมเฟตามีน, ลิเธียม หรือมารดาติดแอลกอฮอล์
 3. การติดเชื้อโรคบางชนิดเมื่อตั้งครรภ์อ่อนๆ  เช่น เชื่อไวรัสหัดเยอรมัน
 4. ภาวะโรคอื่นๆ ใน แม่ เช่น เบาหวานขณะตั้งครรภ์
 ส่วนอีกร้อยละ 85 ของผู้ป่วยโรคหัวใจพิการแต่กำเนิด ยังไม่สามารถบอกสาเหตุที่แท้จริงได้ ทั้งนี้เกิดจากปัจจัยร่วมหลายชนิด รวมถึงปัจจัยสภาพแวดล้อมด้วย

อาการที่คุณพ่อคุณแม่เด็กควรทราบ
 1. อาการเขียว พบในเด็กโรคหัวใจชนิดเขียว และชนิดซับซ้อน เกิดจากการที่มีเลือดลัดวงจร  สังเกตอาการได้โดยดูจากสีที่ริมฝีปาก ลิ้น เล็บ ให้ดูในที่ๆ มีแสงสว่างพอดี โดยดูเทียบกับลูกคนก่อนๆ หรือเด็กคนอื่นๆ
 2.  อาการจากภาวะหัวใจวาย พบเป็นอาการและอาการแสดงในผู้ป่วยได้จากทั้ง 3 กลุ่ม คือ
 - เด็กจะหายใจแรงเร็ว  เหนื่อยง่าย  โดยเฉพาะเวลาดูดนม เด็กจะต้องพัก ดูดไม่นานก็หยุด  เหงื่อออกมากว่าปกติ โดยเฉพาะบริเวณหน้าผาก ฝ่าเท้า  ตับโต ใต้ชายโครงขวา ท้องอืด
 - เลี้ยงไม่โต น้ำหนักไม่ขึ้นตามเกณฑ์ บางรายจะมีพัฒนาการช้าร่วมด้วย
 - หัวใจเต้นแรง สังเกตได้ที่บริเวณหนังหน้าอกด้านซ้ายถ้าคลำจะได้ความรู้สึกชัดเจนขึ้น บางราย ผนังหน้าอกด้านซ้ายอาจโป่งนูนออกชัดเจน
 3. โรคติดเชื้อทางเดินหายใจบ่อยๆ พบได้บ่อยในโรคหัวใจชนิดรูรั่วที่ผนังหัวใจห้องล่างขนาดใหญ่ ชนิดเส้นเลือดต่อนอกหัวใจ และโรคหัวใจที่มีเลือดคั่งในปอดมาก
 4. หัวใจเด็กเต้นเร็วมาก หรือช้ามาก หรือหัวใจเต้นผิดจังหวะ
 5. เด็กลักษณะปกติ พบโรคหัวใจได้จากการตรวจร่างกายเมื่อพบแพทย์ เมื่อตรวจสุขภาพรับวัคซีน หรือป่วยเป็นไข้หวัด  ในกลุ่มนี้ได้แก่ โรคหัวใจชนิดรูรั่วผนังหัวใจ ห้องบน และสิ้นหัวใจพูลโมนารี่ตีบ

วิธีการดูแล
 ถ้าไม่มีอาการหัวใจวายก็ให้เลี้ยงดูเป็นปกติเหมือนเด็กทั่วๆ ไป ดูแลป้องกันฟันไม่ให้ผุ เพราะอาจมีโรคแทรกซ้อนมีการอักเสบที่หัวใจได้ ออกกำลังกายที่เหมาะสมไม่ใช่เพื่อการแข่งขัน ถ้ามีอาการหัวใจวายและแผนการรักษาอยู่แล้ว ควรดูเป็นพิเศษบ้าง การให้นมระวังไม่ให้มาก หรือเร็วเกินไป ระวังการสำลัก
 ควรระวังการป่วยจากการติดเชื้อระบบทางเดินหายใจ โดยหลีกเลี่ยงการพาลูกเข้าสู่ชุมชน เช่น ตลาดห้างสรรพสินค้า ขึ้นรถเมล์ที่มีคนแน่น เมื่อลูกป่วยควรไปพบแพทย์แต่เนิ่นๆ เพื่อการรักษาที่เหมาะสม ไม่ควรรอจนเป็นมากจะรักษายาก บางรายต้องมาเสียชีวิตเพราะปอดอักเสบ
 ก่อนการผ่าตัดคุณพ่อคุณแม่ที่มีลูกเป็นโรคหัวใจควรจะได้พูดคุยกับแพทย์ เพื่อให้เข้าใจชนิดของโรคหัวใจที่ลูกเป็นอยู่ รวมถึงวิธีการรักษาและแผนการรักษาต่อไป
โรงพยาบาลไทยนครินทร์ 
โทร. 0-2361-2727