ข่าว

ฝนถล่มกรุง-ปริมณฑลเมืองทองธานีท่วมสูง

ฝนถล่มกรุง-ปริมณฑลเมืองทองธานีท่วมสูง

28 ส.ค. 2557

ฝนถล่มกรุง-ปริมณฑลเมืองทองธานีท่วมสูง ปภ.เตือน 15 จว. ภาคใต้-ตะวันออก เตรียมรับมือฝนถล่ม 27-29 ส.ค.นี้

                วันที่ 27 สิงหาคม2557  ที่กรุงเทพฯได้เกิดฝนตกหนักหลายพื้นที่ในช่วงบ่ายถึงเย็น ทำให้เกิดน้ำท่วมขัง รวมทั้งเขตปริมณฑล ทำให้เกิดน้ำท่วมขังบริเวณผิวจราจร ส่งผลให้รถติดเป็นทางยาวหลายจุด โดยเฉพาะที่บริเวณถนนงามวงศ์วาน ทั้ง 2 ฝั่ง รถชะลอตัวติดยาวไปจนถึงแยกเกษตร โดยเฉพาะบริเวณปากซอยชินเขต 1 น้ำสูงระดับฟุตบาท ส่วนที่ห้าแยกลาดพร้าว เกิดรถติดสะสมเป็นเวลานาน จนรถประจำทางขาดระยะมีผู้โดยสารตกค้างอยู่เป็นจำนวนมาก

                ส่วนที่ จ.นนทบุรี เกิดฝนตกลงมาอย่างหนักเป็นเวลาหลายชั่วโมงทำให้ถนนหลายสายรถวิ่งไปมาด้วยความยากลำบาก ตั้งแต่เส้นทางแจ้งวัฒนะ หน้าหมู่บ้านเมืองทองธานี ถนนติวานนท์ ภายในซอยสามัคคีเกิดน้ำท่วมขัง โดยเฉพาะพื้นที่ในเมืองทองธานี น้ำท่วมสูงจนทำให้รถหลายคันได้รับความเสียหาย

                นายอดิศักดิ์ ขันตี ผู้อำนวยการสำนักการระบายน้ำ (สนน.) กรุงเทพมหานคร (กทม.) กล่าวว่า จากสถานการณ์ฝนตกในกรุงเทพฯ เมื่อคืนวันที่ 26 ส.ค.ที่ผ่านมา มีปริมาณน้ำฝนสูงสุด 145 มิลลิเมตรที่เขตบางแค ทำให้เกิดปัญหาน้ำท่วมขังถนนหลายเส้นทาง อาทิ ซอยสุขุมวิท 71 แยกเอกมัย ถนนพัฒนาการ ถนนวุฒากาศ ถนนบางขุนเทียนชายทะเล

                นายอดิศักดิ์ กล่าวต่อว่า ขณะนี้ กทม.มีความพร้อมทั้งด้านอุปกรณ์และกำลังเจ้าหน้าที่ในการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมขังตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งคาดว่า 1-2 วันนี้จะยังมีฝนตกหนักในพื้นที่กรุงเทพฯ โดยเฉพาะในช่วงเย็นหลังเลิกงาน ที่อาจกระทบกับการจราจรได้ และคาดว่าจะมีฝนตกอย่างต่อเนื่องไปจนถึงเดือนตุลาคม

 

เตือนใต้-ตะวันออกรับมือ27-29ส.ค.นี้


                ที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) นายฉัตรชัย พรหมเลิศ อธิบดี ปภ. เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบสภาพอากาศกับกรมอุตุนิยมวิทยา พบว่า ร่องความกดอากาศต่ำพาดผ่านประเทศไทย ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้พัดปกคลุมทะเลอันดามัน อ่าวไทยและประเทศไทย ทำให้ประเทศไทยมีฝนเพิ่มมากขึ้นและมีฝนตกหนักหลายพื้นที่ บริเวณภาคใต้ตอนบนและภาคตะวันออก ทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบน ในช่วงวันที่ 27-29 สิงหาคม นี้

                นายฉัตรชัย กล่าวว่า เพื่อเป็นการเตรียมพร้อมรับมือภาวะฝนตกหนักและคลื่นลมแรง ปภ.ได้ประสาน 15 จังหวัด แยกเป็น ภาคตะวันออก 7 จังหวัด ได้แก่ นครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด ภาคใต้ตอนบน 8 จังหวัด ได้แก่ ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ และตรัง รวมถึงศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต 3 ปราจีนบุรี เขต 11 สุราษฎร์ธานี เขต 17 จันทบุรี เขต 18 ภูเก็ต จัดเจ้าหน้าที่ติดตามเฝ้าระวังสถานการณ์ภัย ตลอด 24 ชั่วโมง รวมถึงจัดเตรียมชุดเคลื่อนที่เร็ว เครื่องมืออุปกรณ์ประจำพื้นที่เสี่ยงให้พร้อมปฏิบัติการเผชิญเหตุและช่วยเหลือผู้ประสบภัย โดยเฉพาะที่ลุ่มริมฝั่งแม่น้ำ ที่ลาดเชิงเขา พร้อมตรวจสอบเขื่อน ฝาย อ่างเก็บน้ำ คันกั้นน้ำให้อยู่ในสภาพมั่นคงแข็งแรง

                ส่วนที่ จ.แม่ฮ่องสอน เมื่อเวลา 01.30 น. วันที่ 27 สิงหาคม นายสังคม คัดเชียงแสน ปลัดอาวุโสอำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน ได้รับแจ้งจากนายประจักษ์ พิศไหว ผู้ใหญ่บ้านในสอย ต.ปางหมู ว่า เกิดน้ำป่าไหลหลากบริเวณลำห้วยในสอย ซัดชาวบ้านที่นอนอยู่ในกระท่อนกลางนา หายไป 4 คน จึงได้นำกำลังเจ้าหน้าที่อาสาสมัครรักษาดินแดน ตำรวจตระเวนชายแดนที่ 336 หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่ 7 จ.แม่ฮ่องสอน มูลนิธิบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดแม่ฮ่องสอน เข้าไปค้นหา  กระทั่งเวลา 11.30 น. วันที่ 27 สิงหาคม เจ้าหน้าที่พบศพนายเด้ (ไม่มีนามสกุล) อายุ 40 ปี อยู่บริเวณลำห้วยห่างจากกระท่อมประมาณ 1 กิโลเมตร มีเศษไม้ดินทับถมร่างกาย ต่อมาพบนายฉ่อ (ไม่มีนามสกุล) อายุ 20 ปี อยู่บ้านเลขที่ 51  ป๊อก 1 นายบูแหละ (ไม่มีนามสกุล) อายุ 55 ปี อยู่บ้านเลขที่ 112  ป๊อก 9 เดินลงมาจากภูเขา

                ทั้ง 2 คน บอกว่า ก่อนเกิดเหตุเวลา 21.00 น. วันที่ 26 สิงหาคม ได้เกิดฝนตกหนักบริเวณชายแดนไทย ตนกับเพื่อนรวม 4 คน จึงได้ขอเข้าไปอาศัยนอนในกระท่อมของนายนิทัศน์ ทัศนถิ่น ชาวบ้านในสอย จนกระทั่งเวลาประมาณ 01.30 น. ต้องสะดุ้งตื่นเพราะได้ยินเสียงต้นไม้หักและเสียงลมแรง จึงได้เรียกเพื่อนๆ ให้ตื่นแล้วต่างคนต่างวิ่งขึ้นไปอยู่ที่สูง เพื่อหนีกระแสน้ำป่าที่ไหลเชี่ยว จนกระทั่งรุ่งเช้าจึงทราบว่า นายเด้ เสียชีวิต ส่วนนายเต๋อ (ไม่มีนามสกุล) อายุ 53 ปี สูญหาย 

                นอกจากนี้ กระแสน้ำป่ายังได้กัดเซาะคอสะพานทางเข้าสำนักสงฆ์พุทธบารมีโลกอุดม ต.ปางหมู ขาด และพื้นที่ไร่ได้รับความเสียหายจำนวนมาก
       
                ขณะที่ จ.บุรีรัมย์ ฝนที่ตกหนักติดต่อกัน 2 วัน ทำให้น้ำไหลบ่าเข้าท่วมโรงเรียนอนุบาลสตึก (ประชาอนุสรณ์) ในเขตเทศบาลตำบลสตึก ซ้ำอีกระลอก ระดับน้ำท่วมสูงกว่าครึ่งเมตร นอกจากนี้น้ำยังได้ไหลบ่าเข้าท่วมหมู่บ้านจัดสรรประชาจัดสรร หมู่ 16 ถนนสตึก-โนนจำปา ทำให้บ้านกว่า 100 หลัง ถูกน้ำท่วมสูงกว่า 50 เซนติเมตร

                ส่วนที่ จ.สุราษฎร์ธานี เมื่อเวลา 14.00 น. วันเดียวกัน เกิดน้ำป่าไหลหลากหลังเข้าท่วมพื้นที่บ้านเหนือคลอง และบ้านคลองหินแพง ต.บ้านส้อง อ.เวียงสระ เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้เข้าไปสำรวจความเสียหายพร้อมประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เข้าไปให้ความช่วยเหลือชาวบ้านในเบื้องต้นไปก่อน

..........................

(หมายเหตุ : ขอบคุณภาพจากเฟซบุ๊กEkkachai Srivilas)