ข่าว

'บิ๊กตู่'สั่งปรับพูดคุย-พอใจแก้ไฟใต้

'บิ๊กตู่'สั่งปรับพูดคุย-พอใจแก้ไฟใต้

27 ส.ค. 2557

'ประยุทธ์' พอใจผลงานดับไฟใต้ สั่งปรับแนวทางพูดคุยกลุ่มก่อความไม่สงบทุกระดับ พร้อมแยกทีมงานเชี่ยวชาญด้านต่างๆ ชี้หัวหน้าทีมไม่จำเป็นต้องเป็นเลขาฯ สมช.

 
                             27 ส.ค. 57  เมื่อเวลา 11.30 น.  ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ค่ายจุฬาภรณ์ จ.นราธิวาส  พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รองผู้บัญชาการทหารบก และในฐานะเลขาธิการคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธานการประชุมผู้บังคับหน่วย และหน่วยเฉพาะกิจในพื้นที่ จ.นราธิวาส เพื่อมอบนโยบายการทำงาน พร้อมรับฟังการบรรยายสรุปสถานการณ์ภาพรวมในพื้นที่ และติดตามผลการปฏิบัติงานตามนโนบายของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. ทั้งนี้ พล.อ.อุดมเดช กล่าวว่า การลงพื้นที่วันนี้ เพื่อเป็นการเน้นย้ำการปฏิบัติงานในทุกๆ ด้าน ทั้งเรื่องการดูแลรักษาความปลอดภัยในชีวิต และทรัพย์สิน งานด้านการพัฒนา งานด้านกระบวนการยุติธรรม รวมถึงพื้นฐานของประชาชน ซึ่งที่ผ่านมา มีการประชุมคณะทำงานขับเคลื่อนตามโครงสร้างการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ พล.อ.ประยุทธ์ ได้อนุมัติจัดทำโครงสร้างใหม่ 
 
                             พล.อ.อุดมเดช กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ มีความพอใจในการแก้ไขปัญหาที่ผ่านมา แม้ว่าจะมีเหตุการณ์บ้างพอสมคร แต่ถือว่าเหตุการณ์ลดน้อยลงไปมาก โดยกองทัพพยายามที่จะควบคุมดูแลสถานการณ์ต่างๆ แต่ก็จะต้องให้ทุกภาคส่วนช่วยกัน เพื่อให้เกิดความสมบูรณ์ และให้เกิดความเรียบร้อย ส่วนการพูดคุยแนวทางสันติสุขนั้น หัวหน้า คสช.ได้พูดชัดเจนแล้ว และขอให้มั่นใจ สบายใจว่าการแก้ไขปัญหา หรือการปฏิบัติงานในพื้นที่ สิ่งที่จะต้องทำอีกอย่างหนึ่ง คือ การพูดคุย เพื่อให้เกิดความสันติสุข
 
                             "หัวหน้า คสช.ได้ปรับแนวทางของคณะการพูดคุย โดยจะมีการแยกทีมงานที่จะดำเนินการโดยเฉพาะ ซึ่งหากมีความชัดเจน จะชี้แจงให้ทราบต่อไป ส่วนการพูดคุยนั้น กอ.รมน. ในพื้นที่ ก็ได้ดำเนินการอยู่ ส่วนระดับพูดคุยในระดับสูง ก็ได้มีการเตรียมการไว้แล้วเช่นกัน โดยหัวหน้า คสช.ได้มอบหมายให้สภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) เป็นเจ้าของเรื่องหลัก แต่ที่จะพูดคุย ต้องจัดให้เหมาะสม โดย พล.อ.ประยุทธ์ จะเป็นผู้กำหนดตัวบุคคลที่มีความเหมาะสม และเชี่ยวชาญในด้านนี้โดยตรง เพื่อให้เกิดความก้าวหน้า และประสบความสำเร็จมากยิ่งขึ้น ทั้งนี้หัวคณะในการพูดคุย ไม่จำเป็นต้องเป็นเลขาธิการ สมช."
 
                             พล.อ.อุดมเดช กล่าวเพิ่มเติมว่า การแก้ไขปัญหาในพื้นที่จำเป็นจะต้องปรับรายละเอียด เพื่อให้การทำงานในห้วงต่อไปในการพูดคุยเป็นไปด้วยความสำเร็จ ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มที่จะต้องพูดคุยทั้งระดับบน หรือระดับล่าง ที่จะต้องเข้าไปพูดคุยกัน จะต้องมีความชัดเจน นอกจากนี้ยังมีการเตรียมคณะทำงานต่างๆ แต่ตอนนี้ยังไม่อยากพูดในรายละเอียด เพราะเพิ่งเริ่มปรับการปฏิบัติงาน ซึ่งยืนยันว่า จะมีความชัดเจนแน่นอน เพื่อให้กลุ่มต่างๆ ที่จะมีการพบปะพูดคุยเข้าใจมากยิ่งขึ้น
 
 
 
'บิ๊กตู่'สั่งปรับพูดคุย-พอใจแก้ไฟใต้
 
 
 
'อุดมเดช' เปิดพิธีส่งผู้แสวงบุญ 'ประยุทธ์' ให้กำลังใจได้บุญเต็มที่
 
 
                             ที่อากาศยานนราธิวาส อ.เมือง จ.นราธิวาส  พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รองผู้บัญชาการทหารบก (รองผบ.ทบ.) และเลขาธิการคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธานพิธีส่ง และอำนวยพรผู้เดินทางไปประกอบพิธีฮัจญ์ ในเทศกาลฮัจญ์ ประจำปี 2557 ที่ประเทศซาอุดิอาระเบีย โดยมีนายอภินันท์ โปษยานนท์ ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม นายณัฐพงศ์ ศิริชนะ ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส ผู้นำศาสนา ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ และผู้แสวงบุญเข้าร่วมพิธี โดยบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก มีญาติ และประชาชนให้ความสนใจมารอส่งผู้แสวงบุญเป็นจำนวนมาก
 
                             ซึ่งพิธีในวันนี้ ถือเป็นเที่ยวบินปฐมฤกษ์ 2 เที่ยวบิน รวมผู้แสวงบุญ จำนวน 575 คน แบ่งเป็นเที่ยวบินแรก 281 คน ออกเดินทางในเวลา 11.15 น. และเที่ยวบินที่สองออกเดินทางในเวลา 16.55 น. จำนวน 294 คน รวมถึงยังได้อำนวยความสะดวกการเดินทางที่สนามบินอื่นๆ ประกอบด้วย ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จัดเที่ยวบิน 144 เที่ยวบิน จำนวน 5,040 คน ท่าอากาศยานภูเก็ต จำนวน 14 เที่ยวบิน จำนวน 832 คน และท่าอากาศยานหาดใหญ่ 8 เที่ยวบิน จำนวน 2,368 คน
 
                             โดย พล.อ.อุดมเดช ให้สัมภาษณ์ ว่า สำหรับพิธีในวันนี้ เป็นการส่งผู้แสวงบุญไปประกอบพิธีฮัญจ์ ที่ประเทศซาอุดิอาระเบีย ซึ่งถือเป็นนโยบายของรัฐบาล และคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้การสนับสนุน เพื่ออำนวยความสะดวกให้พี่น้องชาวมุสลิมในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ทั้งนี้การดินทางทั่วประเทศของพี่น้องชาวมุสลิม มีประมาน 10,400 คน สำหรับในภาคใต้ มีจำนวน 577 คน ซึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ ให้ความอนุเคราะห์ และให้ความสำคัญเป็นพิเศษ เพื่อให้เกิดความสะดวกต่อพี่น้องมุสลิมในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ เพราะยังเป็นพื้นที่ที่ยังมีความรุนแรงอยู่ อย่างไรก็ตามในวันนี้ เป็นวันแรกที่จะส่งพี่น้องมุสลิม โดยจะเดินทางทั้งหมด 2 เที่ยว ที่ท่าอากาศยานนราธิวาส แบ่งเป็นช่วงเช้า 1 เที่ยว และช่วงบ่าย 1 เที่ยว 
 
                             พล.อ.อุดมเดช กล่าวต่อว่า สำหรับการเดินทางการไปประกอบพิธีฮัญจ์นั้น จะอยู่ที่ประเทศซาอุดิอาระเบีย ประมาณ 45 วัน เพื่อประกอบพิธีกรรมตามขั้นตอนต่างๆ ทั้งนี้ทางเราจะจัดเตรียมความพร้อมต่างๆ ไม่ว่าจะจัดเตรียมชุดแพทย์ เพื่อดูแลสุขภาพความปลอดภัย อีกทั้งยังได้มีการประชุมกรรมการในเรื่องนี้ โดยนายอภินันท์ โปษยานนท์ ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม เพื่อให้เกิดความรอบคอบ ความมั่นใจในการดำเนินการ พบปีนี้ เป็นไปด้วยความเรียบร้อยอย่างดียิ่ง พร้อมกันนั้นยังได้ประสานงานกับกระทรวงการต่างประเทศ และได้รับการอนุเคราะห์จากบริษัทการบินไทย จำกัด มหาชน ในการอำนวยความสะดวกในเรื่องเที่ยวบิน โดยตนคิดว่า ทางภาคส่วนราชการควรให้งบเพิ่มเติมบ้าง ทั้งนี้ คสช.ก็ยินดีสำหรับในส่วนงบประมาณต่างๆ ด้วย
 
                             เมื่อถามว่า พล.อ.ประยุทธ์ ได้ส่งข้อความอะไรฝากมาหรือไม่ พล.อ.อุดมเดช กล่าวว่า ท่านได้ส่งความปรารถนาดีมาให้ และอยากให้พี่น้องที่ไป ได้รับบุญเต็มอิ่ม และมีความสะดวก และปลอดภัย 
 
                             เมื่อถามถึงมีการปรับระดับลดความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไทย กับประเทศซาอุดิอาระเบีย จะส่งผลกระทบต่อประชาชนมุสลิมไทยที่ไปประกอบพิธีฮัญจ์ หรือไม่ พล.อ.อุดมเดช กล่าวว่า ยังไม่มีอะไร ทุกอย่างเป็นไปตามปกติ และไม่น่าห่วงใยแต่อย่างใด โดยกระทรวงการต่างประเทศชี้แจงแล้วที่อาจมีความเข้าใจคาดเคลื่อน กับข่าวที่เผยแพร่ออกไป แต่ตนคิดว่า ในแง่ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศนั้น คสช.ได้เน้นให้มีความสัมพันธ์ที่ดี และต้องพัฒนาให้ดีขึ้น 
 
 
 
ขอนักธุรกิจไทย-ยุโรป ทำความเข้าใจกลุ่มอียู ถึงความจำเป็น
 
 
                             เมื่อเวลา 15.00 น.  ที่กองบัญชาการกองทัพบก  พ.อ.วีรชน สุคนธปฏิภาค ทีมโฆษก คสช. กล่าวภายหลังที่ พล.อ.อ.ประจิน พร้อมด้วย พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ ผช.ผบ.ทบ. ในฐานะรองหัวหน้าฝ่ายเศรษฐกิจ นำนักธุรกิจไทย-ยุโรป เข้าพบ พล.อ.ประยุทธ์ นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. เพื่อหารือเกี่ยวกับแนวทางการปฏิรูปเศรษฐกิจของประเทศ ว่า พล.อ.ประยุทธ์ ได้ชี้แจงถึงสถานการณ์ในไทย เพื่อให้นักธุรกิจเกิดความเข้าใจ โดยเฉพาะปัญหาความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในช่วงก่อน คสช.เข้ามาบริหารประเทศที่ผ่านมา ทำให้ประเทศไทยหยุดชะงัก ไม่สามารถเดินหน้าได้ เป็นสาเหตุให้ คสช.ต้องเข้ามาปลดล็อก ปัญหาดังกล่าว เพื่อผลประโยชน์ของชาติ และประโยชน์ของมิตรประเทศ โดยในช่วงเวลา 3 เดือนที่ผ่านมาภายใต้การบริหาร ของ คสช. มีทหารบูรณาการขับเคลื่อนให้ข้าราชการทุกหน่วยงาน ซึ่งเป็นเพื่อนข้าราชการด้วยกันนั้น ได้ปฏิบัติงานเป็นปกติ ตามกระบวนการทำงานของหน่วยได้อย่างเต็มขีดความสามารถ ลดการกดดันจากฝ่ายการเมือง
 
                             พ.อ.วีรชน กล่าวอีกว่า พล.อ.ประยุทธ์ ยังชี้แจงถึงนโยบาย BOI ว่า ทาง คสช. ได้มีการทบทวนมาตรการต่างๆ พร้อมทั้งให้สิทธิพิเศษทางเศรษฐกิจกับนักลงทุน เพื่อเสริมสร้างการลงทุน เพื่อก่อให้เกิดประโยชน์ต่อนักลงทุนและประเทศไทย นอกจากนี้ยังได้เชิญชวนให้นักธุรกิจไทย-ยุโรป มาลงทุนในเขตพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษ พร้อมขอร้องให้ช่วยทำความเข้าใจกับกลุ่มประเทศอียู ถึงความจำเป็นที่ คสช.ต้องเข้ามาแก้ปัญหาประเทศ
 
                             พ.อ.วีรชน ยังกล่าวต่อว่า พล.อ.ประยุทธ์ ได้ยืนยันกับนักธุรกิจไทย-ยุโรป ว่า ในเดือนกันยายนนี้ จะมีนายกรัฐมนตรี พร้อมรองนายกรัฐมนตรี 5 คน และคณะรัฐมนตรี พร้อมที่จะบริหารประเทศภายใน 1 ปี และขับเคลื่อนปฏิรูป 11 เรื่อง เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาขึ้นภายหลังจากการได้มีการเลือกตั้งแล้ว ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ ไม่ได้มีการระบุชื่อว่ารองนายกรัฐมนตรีทั้ง 5 คนนั้น เป็นใครบ้าง เพียงแต่บอกว่า ในที่ประชุมนี้ ก็มีผู้ที่มีหน้าที่รับผิดชอบงานนี้อยู่ด้วย