
ตำรวจไทย...แค่เด็กยังปราบไม่ได้!
ตำรวจไทย...แค่เด็กยังปราบไม่ได้! : ผศ.ดร.ปนัดดา ชำนาญสุข คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
“แค่เด็กยังปราบไม่ได้" คำสบประมาทนี้มิได้ถูกกล่าวโดยผู้มีอำนาจ หรือแม้กระทั่งผู้ที่อยู่ภายใต้อำนาจก็มิได้ตั้งคำถาม (อย่างเปิดเผย) ต่อผู้มีอำนาจเช่นกัน
ถึงแม้ว่า อาจจะมีความสงสัย เคลือบแคลงใจไม่น้อยว่า เพราะเหตุใดตำรวจจึงไม่สามารถปราบปรามเด็กแว้นให้ประสบความสำเร็จอย่างยั่งยืนถาวรได้เลย? ทั้งๆ ที่ได้แถลงนโยบายผ่านสื่อมวลชนมาหลายครั้งหลายครา ทั้งๆ ที่ตำรวจได้แสดงให้เห็นตลอดมาว่า ตำรวจมีความสามารถในการจับกุมเด็กแว้นได้โดยจะเห็นการนำเสนอข่าวผ่านสื่อมวลชนมากว่าทศวรรษว่า "ตำรวจตั้งด่านปฏิบัติการปราบเด็กแว้นได้นับร้อย”
ตำรวจแสดงความสามารถโดยแจกแจงข้อมูลได้อย่างชัดเจนว่า ถนนสายใดบ้าง ห้วงเวลาใดบ้างที่เด็กและวัยรุ่นซึ่งนิยมการแข่งรถมักจะนำรถมาประลองกำลังกัน โดยข้อมูลที่ถูกนำมาเสนอในวันนั้น(หลายปีมาแล้ว และหลายครั้งอย่างต่อเนื่องตลอดมา) มิได้มีความแตกต่างไปจากข้อมูลที่ตำรวจนำมาเสนอในวันนี้
ทำไมจึงเป็นเช่นนั้น? ปัญหาการขับขี่รถแข่งกันบนถนนสาธารณะโดยใช้รถจักรยานยนต์ที่ดัดแปลงสร้างความเดือดร้อน รำคาญให้แก่บุคคล รวมไปถึงการรวมกลุ่มกันก่ออาชญากรรมประเภทต่างๆในกลุ่มเยาวชน แม้กระทั่งในห้วงเวลาที่การบังคับใช้กฎหมายมีความแข็งตัว การบังคับใช้กฎหมายมีพลังอำนาจที่สูงมากเช่นนี้ คือภาพสะท้อนว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจเอา (ปราบ) เด็กแว้นไม่อยู่...ใช่หรือไม่?
หากย้อนหลังไปราว 7 ปี กรมพินิจฯ ได้นำเสนอโปรแกรมช็อกเทอราปีซึ่งกลายเป็นที่สนใจของสังคมว่าจะสามารถเป็นกลไกที่ทำให้เด็กแว้นที่ตำรวจจับตัวมาและส่งเข้าสู่กระบวนการในการพัฒนาปรับปรุงฟื้นฟูแก้ไขของหน่วยงานในกรมพินิจฯ จะสามารถหยุดการแว้นของเด็กและเยาวชนได้จริงหรือไม่?
ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ที่รับผิดชอบงานบำบัดฟื้นฟูแก้ไขพฤติกกรรมการกระทำผิดของเด็กและเยาวชนประกาศอย่างมั่นใจว่า โปรแกรมช็อกเทอราปีสามารถทำให้เด็กแว้นกลายเป็นเด็กดี สำนึกผิดและสัญญา ว่าจะไม่ทำให้ตนเอง พ่อแม่ และสังคมเดือดร้อนอีกต่อไป
“พอจบการอบรมที่เราจัดให้ เด็กแว้นที่เราจับมาเข้าโครงการ กราบที่ตักพ่อแม่ และกอดกันร้องไห้” ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่กล่าวด้วยความมั่นใจว่า ภาพเด็กร้องไห้กับพ่อแม่คือภาพที่แสดงให้เห็นถึงสำนึกที่ถูกต้องและจะต้องตามมาด้วยพฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างแน่นอน และกลายเป็นการประกาศอย่างมั่นใจว่าโปรแกรมช็อกเทอราปีปราบเด็กแว้นได้ แต่ในที่สุด สังคมต่างเห็นโดยทั่วกันแล้วว่า ผู้ใหญ่ที่มีหน้าที่ความรับผิดชอบในการป้องกัน และแก้ไขปัญหา เด็กแว้นนั้นล้มเหลว...ไม่ประสบความสำเร็จ!! ทุกวันนี้ความรุนแรงของปัญหาเด็กแว้นทวีความรุนแรงมากขึ้น ขอท้าทายว่า การแก้ปัญหาเด็กแว้นจะไม่สามารถประสบความสำเร็จได้ หากตำรวจและหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องยังคง
1.วนเวียนอยู่ใน วิธีคิดเดิมๆ และใช้วิธีการแก้ปัญหาแบบเดิมๆ
2.หลงผิดคิดว่า เป็นหน้าที่เฉพาะของตำรวจ โดย ไม่มีการบูรณาการความร่วมมือ ในการขับเคลื่อนการทำความเข้าใจปัญหาอย่างแจ่มชัดก่อนที่จะแก้ไขปัญหาอย่างแจ่มชัด ตรงเป้า และยั่งยืนเช่นกัน
ในเมื่อตำรวจและผู้ใหญ่ในสังคมนี้ยัง ไม่เข้าใจ เด็กแว้น ไม่เข้าถึง สาเหตุรากเหง้าที่มาของพฤติกรรมต่างๆ ของเด็กแว้น แล้ว จะพัฒนาเด็กแว้นเหล่านี้ได้อย่างไร?
คราวนั้นเมื่อผู้เขียนสลัดผ้าไหมไปเป็นเด็กแว้นเพื่อทำความเข้าใจถึงเหตุผลเบื้องลึก เบื้องหลังที่มาของกระบวนการกลายเป็นเด็กแว้น รวมถึงการดำรงอยู่ของสภาวะเด็กแว้นนานกว่า 3 ปีนั้น ผู้เขียนได้ประสบการณ์ของความเป็นเด็กแว้นที่น่าสนใจหลายประการ เช่น ความภูมิใจอย่างมากมายที่สามารถขี่รถมอเตอร์ไซค์ดัดแปลงของตนเองไปยั่วตำรวจให้ไล่จับ ถึงขนาดปาขวดไปที่ป้อมตำรวจ...ความสนุกสนาน ความภาคภูมิที่เกิดจากชัยชนะในการทำให้ตำรวจคู่อริดูต่ำต้อยที่ไม่สามารถจับได้แม้แต่ครั้งเดียวกลับกลายเป็นความภาคภูมิใจและเสริมสร้างพลังอำนาจให้กลุ่มเพื่อนยอมรับมากขึ้นด้วย โดยไม่สนใจว่าในระหว่างการขี่รถอย่างท้าทายและสนุกสนาน เร้าใจนั้นอาจทำให้ตนเองหรือผู้อื่นเสียชีวิตจากอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้นด้วย จริงอยู่ที่ว่า เด็กแว้นมิได้มีแต่ลูกชาวบ้านที่ยากจน แต่มีลูกตำรวจ อัยการ ผู้พิพากษา ทหาร ครู นักการเมือง และอื่นๆ มากมาย แต่ข้อมูลเชิงลึกที่มิได้บ่งบอกเพียงแต่ว่าพวกเขาเหล่านี้เป็นลูกหลานของใคร หากแต่ข้อมูลที่ดีจะต้องแสดงให้เห็นว่าเด็กแว้นเหล่านี้มีความสัมพันธ์อย่างไรกับผู้ใหญ่ที่อยู่แวดล้อมพวกเขาเหล่านั้น ผู้ใหญ่เหล่านั้นได้ส่งเสริม สนับสนุน ช่วยเหลือ และเปิดพื้นที่ทางสังคมต่างๆ เพื่อให้พวกเขาซึ่งเป็นเด็กและเยาวชนของชาติได้มีที่มีทางที่เหมาะสมในการพัฒนาตนเองอย่างมีความสุขที่ตรงกับความถนัด และความสนใจของพวกเขาหรือไม่? การตอบคำถามนี้อย่างเปิดใจจะรู้ว่าปัญหาเด็กแว้น ไม่ใช่ปัญหาที่จะให้ตำรวจแก้ไขเพียงลำพัง เท่านั้น
หากเปิดใจและลองไตร่ตรองสะท้อนคิดให้ทะลุกรอบกับดักความคิดเดิมๆ ก็จะพบว่า เด็กแว้น คือ ภาพสะท้อนความล้มเหลวของผู้ใหญ่ในทุกระดับที่ละเลย ไม่ใส่ใจเด็กและเยาวชนไทย โปรดอย่าคิดเพียงแค่ตั้งด่านสกัดจับเด็กแว้นอยู่อีกเลย หากท่านหวังดีต่อการพัฒนาเด็กและเยาวชนไทยอย่างแท้จริงและยั่งยืน ลองหันกลับมาใช้สูตร เข้าใจ เข้าถึง พัฒนาอีกครั้ง ก่อนที่จะมีเสียงสบประมาทดังออกมาจริงๆว่า "กะแค่เด็ก(แว้น)ยังปราบไม่ได้”



