ข่าว

 'ตำรวจเป็นมิตรกับประชาชน?'

'ตำรวจเป็นมิตรกับประชาชน?'

27 ส.ค. 2557

วันเว้นวัน'ตำรวจเป็นมิตรกับประชาชน?' : วันเว้นวันจันทร์ พุธ ศุกร์กับประภัสสร เสวิกุล

               ตำรวจนับเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐที่ทำงานใกล้ชิดกับประชาชนมากที่สุด แต่ในหลายๆ ประเทศ ตำรวจก็เป็นเจ้าหน้าที่ที่ประชาชนไม่อยากเข้าใกล้หรือข้องเกี่ยวด้วยมากที่สุดเช่นกัน เหตุผลประการสำคัญก็คือประชาชนขาดความไว้เนื้อเชื่อใจ หวั่นเกรงในการใช้อำนาจที่ไม่เป็นธรรม ขณะที่บางส่วนก็เห็นว่าตำรวจตกเป็นเครื่องมือทางการเมืองของนักการเมือง

               ในช่วงของความวุ่นวายทางการเมืองในเมืองไทยที่ผ่านมา ตำรวจถูกตั้งคำถามว่ายืนอยู่ฝ่ายไหน ดังนั้น เมื่อสถานการณ์เปลี่ยนแปลงไป สิ่งที่ตำรวจพยายามทำอย่างยิ่งในเวลานี้ ก็คือการแสดงจุดยืนของตน และสร้างความเชื่อมั่นต่อตำรวจในหมู่ประชาชน ดังจะเห็นได้จากแผ่นป้าย “ตำรวจเป็นมิตรกับประชน” หรือ “ตำรวจรักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ และประชาชน” ฯ ที่ติดอยู่ตามถนนหนทาง

               แนวคิดดั้งเดิมของการมีตำรวจก็เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อย ดังสมญาว่า “ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์” ซึ่งตามแนวคิดนี้ ตำรวจต้องทำตัวเป็นมิตรที่ดีของประชาชน จนประชาชนให้ความไว้วางใจอย่างสนิทใจ จะเห็นว่าตำรวจบางประเทศรวมทั้งตำรวจไทยโดยทั่วไปในสมัยก่อน ไม่ได้พกอาวุธ อย่างมากก็มีเพียงกระบอง แต่รูปลักษณ์ของตำรวจไทยเปลี่ยนไปในยุคที่มีการเอานายทหารที่ใกล้ชิดนักการเมืองมาเป็นอธิบดีกรมตำรวจ ทำให้เกิดการจัดรูปแบบของตำรวจในลักษณะเดียวกับกองทัพ ซึ่งตำรวจในยุคนั้น นอกจากจะติดอาวุธแล้ว ยังมีการจัดตั้งหน่วยตำรวจรถถัง ตำรวจพลร่ม และอื่นๆ ขึ้นด้วยนอกเหนือจากงานอื่นๆ เช่น ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง ตำรวจดับเพลิง ตำรวจป่าไม้ ฯ

               ด้วยรูปแบบของกองทัพและภารกิจที่ครอบจักรวาลทำให้เกิดภาพของ ”รัฐตำรวจ” และช่องว่างระหว่างตำรวจกับประชาชนขึ้น และแม้ว่าภายหลังปี 2501 จะหมดยุคของ ”รัฐตำรวจ” ไปแล้ว แต่ตำรวจก็ยังคงอยู่ภายใต้อำนาจทางการเมืองเป็นระยะเวลายาวนาน และเหตุการณ์ทางการเมืองที่เกิดขึ้นหลายครั้งในประเทศไทยในระยะต่อมา ตำรวจก็มักจะถูกนำเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องอยู่ด้วยทุกครั้ง ทั้งในฐานะของผู้กระทำและถูกกระทำ ซึ่งบางครั้งตำรวจเองก็กลายเป็นชนวนให้วิกฤติการณ์รุนแรงขึ้นด้วย

               ปัจจัยประการหนึ่งของปัญหาความสัมพันธ์ระหว่างตำรวจกับประชาชน ก็คือตำรวจในยุคก่อนมีทั้งอำนาจเกือบเบ็ดเสร็จทั้งในการจับกุม อำนาจในการลงโทษ เช่น คุมขัง และปรับ รวมทั้งมีอำนาจมีหน้าที่ในการสอบสวน และทำคดี เรียกได้ว่าตำรวจสามารถให้คุณให้โทษได้อย่างกว้างขวาง

               การให้ประชาชนมีความรู้สึกว่าตำรวจเป็นมิตรของประชาชนนั้น คงไม่ใช่แค่การ “ทำป้าย” แต่ตำรวจจะต้อง “ทำตัว” ให้ประชาชนเห็นว่าตำรวจเป็นมิตรจริงๆ ด้วยการกระทำที่จริงจังและต่อเนื่อง ตำรวจต้องลด “มาด” เข้มและขึงขังลงบ้าง และตำรวจที่มีหน้าที่ต้องใกล้ชิดกับประชาชน หรือไม่ใช่หน่วยที่ต้องปราบปรามโจรผู้ร้าย ก็ไม่น่าจะต้องพกอาวุธ หรือแต่งเครื่องแบบ ขณะเดียวกันก็ต้องมีส่วนร่วมในกิจกรรมต่างๆ ของชุมชนอย่างใกล้ชิดและสม่ำเสมอ รวมทั้งสามารถเป็นที่พึ่งของประชาชนในเรื่องต่างๆ ได้

               ซึ่งจริงๆ แล้ว การที่จะให้ประชาชนมีความรู้สึกที่ดีกับตำรวจและรักตำรวจนั้น ถ้าตำรวจลองฟังเพลง “มาร์ชตำรวจ” ที่ขึ้นต้นว่า “เกียรติตำรวจของไทย เกียรติ วินัย กล้าหาญ มั่นคงฯ” และบำเพ็ญตนตามเนื้อเพลงนั้น ไม่เฉไฉไปนอกลู่นอกรอย ก็เชื่อว่าคงไม่มีประชาชนดีๆ คนไหนไม่รักตำรวจหรอกครับ