ข่าว

สร้างนักพัฒนาตามตำราแม่ฟ้าหลวง

สร้างนักพัฒนาตามตำราแม่ฟ้าหลวง

28 ส.ค. 2557

ไลฟ์สไตล์ : สร้างนักพัฒนาตามตำราแม่ฟ้าหลวง

 
                    ตลอดระยะเวลากว่า 40 ปี มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ ได้ยกระดับปรับปรุงคุณภาพชีวิต และแก้ไขปัญหาความยากจนภายใต้พันธกิจทำอย่างไรให้คนในท้องถิ่นมีรายได้ ชุมชนเข้มแข็ง และอยู่ร่วมกับธรรมชาติได้ เพื่อให้ดำรงชีวิตได้อย่างยั่งยืนเป็นสำคัญ ซึ่งการพัฒนาที่สร้างแรงกระเพื่อมสู่สังคมต่อแนวทางการแก้ปัญหาอย่างจริงจังและยั่งยืนนี้เอง ได้เกิดการยอมรับจากหลากหลายองค์กรทั้งภายในและต่างประเทศเข้ามาศึกษาดูงาน เพื่อนำกลับไปประยุกต์ใช้ในท้องถิ่นของตัวเอง ล่าสุดมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ ได้นำองค์ความรู้มาจัดเป็น หลักสูตรอบรม “นักพัฒนาตามตำราแม่ฟ้าหลวงขั้นพื้นฐาน” รุ่นที่ 1 ขึ้น
 
                    คุณหญิงพวงร้อย ดิศกุล ณ อยุธยา รองเลขาธิการมูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์ กล่าวถึงหลักการที่นำมาใช้ในการอบรมครั้งนี้ คือ "เห็นจริง เดินจริง สัมผัสจริง ทำจริงรู้จริง จนกว่าจะเอากลับไปทำได้เองจริงๆ" โดยคำนึงอยู่เสมอว่า “ชาวบ้านได้อะไร”
 
                    "เริ่มจากปรับทัศนคติ เรียนรู้หลักการ ฐานความคิด ไปจนถึงการเดินกายภาพ เดินศักยภาพ ศึกษาความรู้เชิงเดี่ยวต่างๆ อาทิ ระบบน้ำ ป่า เกษตร การลงพื้นที่ชุมชนเพื่อพูดคุยกับชาวบ้าน และฝึกแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นร่วมกับชาวบ้าน จากนั้นจึงทำการสอบด้วยการทำแผนพัฒนา ทั้งนี้กลุ่มนักพัฒนารุ่นใหม่ซึ่ง ประกอบด้วย เจ้าหน้าที่จากศูนย์ภูฟ้าพัฒนาฯ ตามพระราชดำริ, ศูนย์เรียนรู้การพัฒนาอมก๋อยตามพระราชดำริฯ, สำนักงานโครงการสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ, นักศึกษาฝึกงานจากมหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง, มูลนิธิปิดทองหลังพระฯ และมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ เอง จำนวนทั้งสิ้น 29 คน ได้เข้ามาเรียนรู้กระบวน การทำงานและพัฒนาร่วมกับชุมชนที่จังหวัดน่าน ใช้เวลารวม 1 เดือน โดยอาศัยหลักสูตรการอบรมดังกล่าวเป็นจุดเรียนรู้ และลงพื้นที่จริงเพื่อเข้าใจชุมชน และนำไปประยุกต์ใช้ในพื้นที่อื่นๆ ต่อไปในอนาคต" รองเลขาธิการ มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ กล่าว
 
                    หลังจบหลักสูตร วิชช์ จันทร์ประเสริฐ ตัวแทนจากสำนักงานโครงการสมเด็จพระเทพฯ กล่าวว่า อดีตเราคิดว่าเราต้องการจะพัฒนาเรื่องอะไรแล้วเอามายัดเยียดให้ชาวบ้าน เช่น เริ่มจากสิ่งที่เรารู้ คือการเลี้ยงปลา ซึ่งอาจจะไม่ตอบโจทย์ชาวบ้าน "แต่พอมาอบรมก็รู้ว่า เราต้องเริ่มต้นจากฟังชาวบ้านก่อน” ขณะที่ องอาจ มิเง จากศูนย์เรียนรู้การพัฒนาอมก๋อยฯ กล่าวว่า แต่ก่อนมองขั้นตอนต่อไปไม่ออก คิดไม่ออกว่าจะทำอย่างไร ไม่รู้ว่าจะแก้ปัญหาด้วยวิธีการใด ข้อมูลเทคนิคเชิงเดี่ยวไม่เคยรู้เรื่องเลย มาอบรมที่นี่จึงรู้ว่าจะต้องทำอะไรต่อ
 
                    นอกจากนี้มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ ได้เปิดโอกาสให้เจ้าหน้าที่ของมูลนิธิได้ทำกิจกรรมจิตอาสา เพื่อตอกย้ำถึงพันธกิจของมูลนิธิ ที่จะสืบสานพระราชปณิธานของสมเด็จย่าในการหยิบยื่นโอกาสให้คนที่ยังขาดบางอย่างให้มีชีวิตที่ดีขึ้น และย้ำเตือนว่าการเป็นคนของแม่ฟ้าหลวงฯ ต้องรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม ในฐานะคนไทยคนหนึ่งต้องรู้จักให้เมื่อมีพอแล้ว จึงเกิดเป็น กิจกรรมปลูกป่าอนุรักษ์ จังหวัดน่าน ขึ้น โดยเชิญชวนให้พนักงานร่วมปลูกป่า ณ ต.ขุนน่าน อ.เฉลิมพระเกียรติ จ.น่าน เพื่อนำความอุดมสมบูรณ์กลับคืนสู่ผืนป่า และให้ชาวบ้านในพื้นที่และป่าสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างเกื้อกูล เกิดเป็นชุมชนเข้มแข็งที่ผูกพันกับผืนป่า
 
                    ทั้งนี้ ฤทธิ์ ใจปิง ผู้ใหญ่บ้านหมู่บ้านบวกหญ้า เปิดใจว่า เดิมชาวบ้านมีอาชีพปลูกข้าวโพดเป็นหลัก ส่งผลให้ดินถูกทำลายและพื้นที่ป่าลดลงทุกปี ในขณะที่รายได้จากการปลูกข้าวโพดก็ไม่แน่นอน ทำให้เกิดความกังวล ดังนั้นการที่มูลนิธิเข้ามาช่วยเหลือ โดยเริ่มจากสร้างความเข้าใจแก่ชาวบ้าน และพาตัวแทนชาวบ้านไปดูตัวอย่างความสำเร็จของโครงการพัฒนาดอยตุงฯ ทำให้ชาวบ้านเกิดความเชื่อมั่นและให้ความร่วมมือในการปลูกป่าเศรษฐกิจ อันได้แก่ มะม่วงหิมพานต์ และกาแฟเป็นอย่างดี ด้วยความหวังที่จะมีรายได้ที่ยั่งยืนต่อไปในอนาคต นับเป็นการนำต้นแบบของการพัฒนายกระดับคุณภาพชีวิตของคนในชุมชนมาใช้ให้เกิดประโยชน์และแก้ปัญหาสังคมได้จริง