ข่าว

นายกฯชูศก.พอเพียงชงนโยบายต่อสนช.

นายกฯชูศก.พอเพียงชงนโยบายต่อสนช.

26 ส.ค. 2557

นายกฯเข้าทบ.ถกคสช.ชุดใหญ่ ชูนโยบายรัฐบาลนำปรัชญา ‘เศรษฐกิจพอเพียง’ ทำควบคู่กับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเสนอสนช. ม็อบยางพารา5,000ล้านแก้ราคาตกต่ำ

 
                   26 ส.ค.57 เมื่อเวลา 09.00 น. ที่กองบัญชาการกองทัพบก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้ารักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธานการการประชุมคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.ชุดใหญ่) ครั้งที่ 12/2557 โดยมีรองหัวหน้า คสช.ประกอบด้วย พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฎิมาประกร ผบ.ทหารสูงสุด ,พล.ร.อ.ณรงค์ พิพัฒนาศัย ผบ.ทร. ,พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง ผบ.ทอ. ,พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ,พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร เลขาธิการ คสช. เลขาธิการสำนักรัฐมนตรีและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง
 
                   โดย พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวก่อนการประชุมว่า แม้ขณะนี้จะรับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรีแล้ว ซึ่งเป็นไปตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ฉบับชั่วคราว พุทธศักราช 2557 มาตรา 43 วรรค 2 ได้ระบุไว้ว่าก่อนที่คณะรัฐมนตรีตามรัฐธรรมนูญจะเข้ารับหน้าที่ ให้บรรดาอำนาจหน้าที่ของนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีเป็นอำนาจของหัวหน้า คสช. ดังนั้นการลงนามในเอกสารต่าง ๆ จะยังคงเป็นไปในรูปแบบเดิมจนกว่าจะได้นำคณะรัฐมนตรีเข้าเฝ้าถวายสัตย์ปฏิญาณตนแล้ว
 
                   พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวยืนยันว่า ตนยังคงปฏิบัติหน้าที่ในฐานะประธานบอร์ดทุกชุดตามคำสั่งของ คสช. เหมือนเช่นที่ผ่านมาแม้จะมีรัฐบาลแล้ว และจากนี้ คสช.จะใช้อำนาจเท่าที่จำเป็นในเรื่องของความมั่นคง การรักษาความสงบเรียบร้อย คำนึงถึงผลประโยชน์ของชาติเป็นหลัก และขอให้ทุกกองกำลังปฏิบัติงานด้วยความละมุนละม่อม การบังคับใช้กฎหมายจะเน้นใช้กฎหมายปกติ ส่วนกฎอัยการศึกจะใช้เมื่อมีความจำเป็น และอยากให้ทุกฝ่ายได้ยึดมั่นและปฎิบัติตามแนวทางการทำงานที่ตนได้กล่าวไว้ในพิธีสำนึกพระมหากรุณาธิคุณ ภายหลังจากรับพระบรมราชโองการโประเกล้าฯให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เมื่อวานนี้ (25 ส.ค.) ทั้งในเรื่องการตรวจสอบการทุจริต การบริหารราชการแต่ละด้านที่ยังมีปัญหา รวมถึงเรื่องการแก้ไขปัญหาเร่งด่วนในแต่ละด้าน โดยเฉพาะปัญหาเศรษฐกิจ เช่น เรื่องยางพารา การช่วยเหลือสินค้าเกษตร การแก้ไขปัญหาสังคม
 
                   พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า สำหรับการแถลงนโยบายรัฐบาลต่อสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.)นั้นจะเน้นให้มีการน้อมนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง และแนวพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ฯ ไปปฏิบัติควบคู่กับทำการพัฒนาอย่างยั่งยืนทั้งในเรื่องโครงสร้างพื้นฐาน การบริหารจัดการน้ำ การจัดพื้นที่เกษตรกรรม การแก้ไขปัญหาสินค้า การฟื้นฟูรัฐวิสาหกิจ การปรับโครงสร้างภาษี การปรับโครงสร้างพลังงาน นอกจากนี้ในการวางยุทธศาสตร์เพื่อพัฒนาหรือขับเคลื่อนประเทศด้วยการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษ นั้นไม่ใช่การป้องกันไม่ให้แรงงานเข้ามาในพื้นที่ แต่เป็นการตั้งพื้นที่เขตอุตสาหกรรม พื้นที่อยู่อาศัย พื้นที่การค้าขาย เพื่อลดปัญหาด้านแรงงาน การขนส่ง เพื่อเพิ่มความสัมพันธ์อันดีกับประเทศเพื่อนบ้าน ส่วนกรณีที่มีผู้แอบอ้างได้โควตาจาก คสช.ในเรื่องของน้ำ พลังงานโซลาร์เซลล์ ยืนยันว่า คสช.ไม่มีโควตาใด ๆ ขอประชาชนอย่าหลงเชื่อผู้แอบอ้าง หากมีข้อสงสัยเเจ้งมายังคสช.โดยตรง
 
                   พล.อ.ประยุทธ์ ยังกล่าวถึงการเจรจาสันติสุข 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ว่า ขณะนี้ได้มีการส่งผู้แทนไปเจรจากับทางประเทศมาเลเซียแล้ว โดยมาเลเซียมีท่าทีต้องการให้ฝ่ายทหารหรือฝ่ายความมั่นคงเป็นแกนนำในการเจรจาในฐานะผู้รับผิดชอบปัญหาโดยตรง
 
                   ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับการประชุม คสช.วันนี้มีวาระเรื่องเพื่อทราบที่จะพิจารณาจำนวน 12 เรื่อง แบ่งเป็นเรื่องเพื่อทราบปกติ 6 เรื่อง เรื่องเพื่อทราบถือเป็นมติเห็นชอบหรืออนุมติ 6 เรื่อง ขณะที่วาระเรื่องเพื่อพิจารณามีจำนวน 27 เรื่อง
 
 
รับฟังเสียงสังคมในการทำโผครม.  


                พ.อ.หญิง ศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกกองทัพบก ทีมโฆษกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เปิดเผยว่า ขณะนี้พล.อ.ประยุทธ์ อยากให้สื่อมวลชนใช้ตำแหน่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.)ก่อน เนื่องจากยังไม่มีการเข้าถวายสัตย์ปฏิญาณตนอย่างเป็นทางการ

                พ.อ.หญิงศิริจันทร์ กล่าวด้วยว่า วันนี้ถือว่าเป็นการประชุมคสช.ชุดใหญ่ของพล.อ.ประยุทธ์ใน 2 ตำแหน่งคือหัวหน้าคสช.และนายกรัฐมนตรีครั้งแรกพล.อ.ประยุทธ์ได้กล่าวในที่ประชุมว่า วันนี้ถือว่าได้รับมอบหมายงาน 2 ตำแหน่ง จึงต้องมีงานเพิ่ม 2 เท่าทำให้การประชุมครั้งนี้มีวาระเพื่อทราบถึง 29 เรื่องและใช้เวลานานกว่าปกติ และยังกล่าวอีกว่าต้องเตรียมงานมอบหมายให้กระทรวง ทบวง กรมต่างๆ ที่จะต้องเข้ามารับงาน และมอบหมายให้ทางสำนักงานคณะกรรมการการพัฒนาสังคมและเศรษฐกิจแห่งชาติ (สศช.) ไปรวบรวมข้อมูลทางด้านเศรษฐกิจในระยะเวลา 3 เดือนที่ผ่านมา และมอบหมายให้สศช.รวบรวมคำพูดเมื่อวันที่พล.อ.ประยุทธ์กล่าวไว้ตอนรับสนองพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 25 สิงหาคมที่ผ่านมา โดยจะรวบรวมเป็นแผนงานอย่างเป็นระบบ และเน้นไปที่เรื่องปราบปรามทุจริตเป็นหลัก

                พ.อ.หญิง ศิริจันทร์ กล่าวว่า ส่วนเรื่องการคัดเลือกคนเข้ามาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีนั้น พล.อ.ประยุทธ์ได้พูดในที่ประชุม ว่า โผคณะรัฐมนตรีที่ออกมาตามสื่อทุกฉบับทางคสช.ก็รับฟังสิ่งที่สังคมกังวลและสะท้อนความรู้สึกออกมา

                ส่วนกรณีอวยพรวันเกิดพล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ พ.อ.หญิง ศิริจันทร์ กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ได้ส่งตัวแทนคือเลขานุการกองทัพบกนำกระเช้าผลไม้ไปมอบเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา
 
 
 
ม็อบยางพารา5,000ล้านแก้ราคาตกต่ำ

 
                เมื่อเวลา 14.00 น. ที่กองบัญชาการกองทัพบก พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก ในฐานะประธานผู้ช่วยรองหัวหน้าเศรษฐกิจ กล่าวว่า ในวันนี้ เวลา 17.00 น. พล.อ.ประยุทธ์ได้มอบหมายให้ตน เจรจาพูดคุยกับนายอุทัย สอนหลักทรัพย์ ตัวแทนประธานชุมชนสหกรณ์เกษตรกรรมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เพื่อหาแนวทางการแก้ไขราคายางพาราตกต่ำ โดยนายอุทัยจะเข้ามาชี้แจงให้รับทราบข้อมูล ปัญหาต่างๆ โดยไม่ได้มายื่นหนังสือหรือเรียกร้องใด ๆ กับคสช.ทั้งสิ้น ในส่วนของ คสช. มีมาตรการต่าง ๆ ในการช่วยเหลืออยู่แล้ว โดยเฉพาะการหาแหล่งเงินกู้ เรื่องการวิจัยยางพาราเพื่อนำไปใช้ประโยชน์ต่าง ๆ ภายในประเทศ ทั้งนี้ คสช.มีมาตรการในการดำเนินการแก้ไขปัญหาที่ชัดเจนอยู่แล้ว โดยตั้งอยู่บนพื้นฐานที่ยั่งยืน

                นายอุทัย กล่าวว่า ตนและคณะจะเดินทางมาพบ พล.อ.ฉัตรชัย เพื่อหารือการแก้ไขปัญหายางพาราตกต่ำ ทั้งนี้จะไม่มีการเคลื่อนไหวเข้ามาในกรุงเทพมหานคร เนื่องจากไม่ต้องการให้บ้านเมืองเกิดความวุ่นวาย โดยเกษตรกรสวนยางพาราทั้ง 63จังหวัด ได้ทำหนังสือผ่านผู้ว่าราชการจังหวัดถึงนายกรัฐมนตรีเรียบร้อยแล้ว ซึ่งเรื่องที่ยื่นเสนอไปนั้น ได้แก่ เกษตรกรไม่ต้องการให้มีการขายยางในสต๊อก 120,000 ตัน การนำมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรของคณะกรรมการนโยบายยางธรรมชาติมาใช้เสริมสภาพคล่องช่วงราคาตกต่ำ 10, 000ล้านบาท สินเชื่อเพื่อการแปรรูป 5,000 ล้านบาท สินเชื่อผู้ประกอบการ นำไปขยายฐานการผลิต โดยเฉพาะถุงมือยาง ที่หากผู้ประกอบการมีการดำเนินการจริง จะช่วยเพิ่มปริมาณการใช้ยาง 400,000-500,000 ตัน การเสนอให้ 8 ประเทศอาเซียนที่มีการส่งออกยางพารา ซึ่งมีสัดส่วนร้อยละ 80 ของโลก รวมตัวกัน เพื่อที่จะสามารถต่อรองราคาได้ อย่างไรก็ตาม เรื่องการแก้ไขปัญหาราคายางพารานั้น เบื้องต้นทางเกษตรกรขอให้ราคาในปัจจุบันใกล้เคียงกับต้นทุน 65.25บาท/กิโลกรัมก่อน จากนั้นจึงหามาตรการมาแก้ไขต่อไป ทั้งนี้ ราคาล่าสุดเมื่อวันศุกร์ที่ 22 สิงหาคมที่ผ่านมา ราคาอยู่ที่ 22.82 บาท/กิโลกรัม
 
คสช.ไฟเขียวแผนลงทุนการเคหะ3หมื่นล้าน

                เมื่อเวลา 15.30 น. พันเอกวินธัย สุวารี รองโฆษกกองทัพบก และทีมโฆษกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เปิดเผยผลการประชุมคสช. ครั้งที่ 12/2557 ว่า พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคสช. ต้องการให้ยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนระดับล่าง หรือที่ชุมชนแออัดในอนาคต ทางภาครัฐจะร่วมกับ กทม. และกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.)จัดหาอาคารสถานที่ที่มีความเหมาะสมไม่ให้เกิดความแออัดกว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน อย่างเช่นแผนพัฒนาที่อยู่อาศัยของการเคหะแห่งชาติ คงต้องพยายามให้มีเพิ่มเติมมากขึ้น เพื่อควบคุมความต้องการประชาชนให้มากขึ้น โดยที่ประชุมคสช. ได้เห็นชอบในหลักการแผนการลงทุน โครงการพัฒนาที่อยู่อาศัยชุดที่ 1 ของการเคหะแห่งชาติในกรอบวงเงินลงทุนรวมประมาณ 3 หมื่นกว่าล้านบาท รวม 38 โครงการ จำนวน 16,146 หน่วย วงเงินลงทุนรวมประมาณ 9,577 ล้านบาท เงินอดหนุนรวม 1,249 ล้านบาท และเงินกู้ภายในประเทศ 7,113 ล้านบาท และเงินรายได้ของการเคหะ 1,214 ล้านบาท ซึ่งได้มอบหมายให้กระทรวงการคลังจัดการและค้ำประกันเงินกู้ และเห็นชอบวงเงินอุดหนุนของรัฐบาลจำนวน 1,249 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นไปตามมติคณะรัฐมนตรี 2554 ที่เห็นชอบพลิกฟื้นองค์กรการเคหะแห่งชาติ โดยทางการเคหะแห่งขาติ ได้จัดทำแผนการลงทุนเสนอให้ครม. พิจารณาเมื่อวันที่ 3 ตุลาคม 2556  

                พ.อ.วินธัย  แถลงภายหลังการประชุมคสช.ชุดใหญ่ครั้งที12/2557 โดยกล่าวถึงสิ่งที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคสช. ที่กล่าวก่อนเข้าสู่วาระการประชุมว่า หัวหน้าคสช.กล่าวตอนหนึ่งถึงการแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ในส่วนของการเดินหน้าพูดคุยเพื่อสันติภาพกับกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบ ว่าการพูดคุยเจรจายังคงดำเนินการต่อไป โดยมีมาเลเซียที่ยังให้การสนับสนุน โดยขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำผลประชุมทที่ผ่านมามาสรุปอีกครั้ง

แจงข้อดีของการตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษ

                ส่วนเรื่องเขตเศรษฐกิจพิเศษ พ.อ.วินธัย กล่าวว่า นายกฯและหัวหน้าคสช.เน้นย้ำว่าการตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษไม่ได้เน้นแก้ปัญหาแรงงานที่ไหลทะลักเท่านั้น แต่เป็นการเพิ่มเติมพื้นที่อุตสาหกรรมไม่ให้มีความกระจุกตัว และเป็นการลดปัญหาต้นทุนการขนส่งที่เป็นต้นทุนของการผลิตที่เปอเซ็นต์ที่ยังสูง ถ้ามีเขตเศรษฐกิจตามภูมิภาคก็จะช่วยได้ และยังเพิ่มความสัมพันธ์กับประเทศเพื่อนบ้านด้วย

ไฟเขียวของบฯตั้งศูนย์ป้องกันอีโบลา

                ส่วนปัญหาของเชื้อไวรัสอีโบล่านั้น พ.อ.วินธัย กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ ได้ให้ความสำคัญและได้ชื่นชมผู้หญิงไทยที่กลับมาจากประเทศเสี่ยง และเห็นว่าตัวเองมีความผิดปกติก็รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ให้ติดตามและดูแลได้ ขณะเดียวกันพล.อ.ประยุทธ์ได้เน้นย้ำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีมาตรการดูแลป้องกันเชื้ออีโบล่าและเชื้อไวรัสอื่นๆที่จะส่งผลกระทบอนาคต ด้วยการจัดอบรมให้ความรู้เจ้าหน้าที่ เตรียมเครื่องมือและอุปกรณ์ให้พร้อม จัดระบบคัดกรองกลุ่มเสี่ยงต่างๆ รวมทั้งเตรียมการเรื่องตั้งศูนย์ดูแลเป็นการเฉพาะ โดยขอรับการสนับสนุนงบประมาณได้ตามความจำเป็น

เชิญทุกฝ่ายร่วมวงเสวนาพลังงานพรุ่งนี้

                พ.อ.วินธัย กล่าวอีกว่า พล.อ.ประยุทธ์ได้ฝากประชาสัมพันธ์เรื่องการสร้างความเข้าใจเรื่องพลังงาน โดยกระทรวงพลังงานและหน่วยงานรัฐวิสาหกิจที่เกี่ยวข้อง จะจัดเวทีให้ความรู้แลกเปลี่ยความคิดเห็นด้านพลังงานในวันพุธที่ 27ส.ค. เวลา 09.00-14.00 น. ที่สโมสรทหารบก ถนนวิภาวดีรังสิต จึงขอเชิญผู้ที่มีความสงสัย สนใจและมีข้อมูลในเรื่องนี้เชิญชวนมาฟังและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน

สั่งทำแผนแก้ปัญหายางพาราเป็นรูปธรรม

                พ.อ.วินธัย กล่าวถึงการแก้ปัญหาราคายางพาราว่า สำหรับเรื่องยางพาราพล.อ.ประยุทธ์มีความเป็นห่วง และให้ความสำคัญอย่างมากทั้งมาตรการระยะสั้นและมาตรการยาว โดยในส่วนของมาตรการระยะสั้นให้หาตลาดเพิ่ม ให้มีการซื้อขายในราคาที่เหมาะสมไม่ให้มีการกดราคา ส่วนมาตรการระยะยาวเรื่องส่งเสริมมูลค่าผลิตภัณฑ์ เช่น มีสถาบันการเงินให้การสนุบสนุนการแปรรูปและจัดทำผลิตภัณฑ์ของยางเพื่อนำผลิตภัณฑ์จากยางพาราไปใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด และพล.อ.ประะยุทธ์ต้องการให้จัดตั้งสถาบันวิจัยยางพารา เพื่อศึกษาดูความต้องการซื้อและขายให้เหมาะสมกันจริงๆและให้หน่วยงานจัดทำแผนแก้ปัญหาที่เป็นรูปธรรมด้วย

ย้ำปฏิรูปรัฐวิสาหกิจต้องดูรายละเอียด

                ส่วนประเด็นการปฏิรูปรัฐวิสาหกิจต่าง พ.อ.วินธัย กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ได้ให้ทำความเข้าใจว่าต้องรายละเอียดของแต่ละรัฐวิสาหกิจแต่ละองค์กร ซึ่งบางองค์กรสามารถแข่งขันได้กับเอกชนทั่วไป แต่บางองค์กรนั้น ภาครัฐมีความต้องการให้บริการประชาชนโดยไม่ได้มุ่งเน้นผลกำไรเรื่องเดียว

จี้วธ.ทำโครงการหนังพีอาร์ประเทศ

                พ.อ.วินธัย กล่าวด้วยว่า ในที่ประชุมคสช. พล.อ.ประยุทธ์ได้เร่งรัดโครงการจัดทำภาพยนตร์ประชาสัมพันธ์ภาพลักษณ์ประเทศไทย เพื่อดึงดูดและกระตุ้นการท่องเที่ยว จึงมอบหมายให้กระทรวงวัฒนธรรมเร่งรัดดำเนินการในส่วนนี้

สั่งคิดมาตรการแก้ปัญหาเด็กแว้น

                ส่วนประเด็นปัญหาเด็กแว็น พ.อ.วินธัย กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องหามาตรการแก้ปัญหาทั้งในส่วนของการรณรงค์เพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้อง และใช้มาตรการการใช้บังคับกฎหมาย ซึ่งเป็นเรื่องของการปราบปราม ที่นอกจากจะบังคับใช้แล้ว จะต้องควบคุมผู้ที่กระทำผิดไปทำกิจกรรมสาธารณประโยชน์ด้วย จึงขอให้หน่วยงานรับการบ้านไปคิดต่อไปว่าจะดำเนินการอย่างไร  

ย้ำจนท.ใช้กม.ปกติมากกว่าอัยการศึก

                พ.อ.วินธัย กล่าวอีกว่า ในส่วนของมาตรการรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน พล.อ.ประยุทธ์ได้ย้ำว่า พยายามให้เจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมายปกติเป็นหลัก ไม่จำเป็นต้องใช้มาตรการที่มีความเข้มข้นสูงอย่างกฎอัยการศึก

แนะพบเห็นอ้างเป็นคสช.ขอให้แจ้ง

                พ.อ.วินธัย กล่าวด้วยวว่า พล.อ.ประยุทธ์แจ้งในที่ประชุมว่า พบว่ามีการใช้ชื่อของคสช.เพื่อไปดำเนินการบางอย่าง เช่น กรณีอ้างเป็นคสช.เพื่อขอเปลี่ยนผู้บริหารองค์กรและบริษัทของรัฐ ซึ่งเป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสม เพื่อความแน่ใจหากพบว่ามีการอ้างเป็นคสช.ในมุมไหน สามารถสอบถามและร้องเรียนเข้ามาได้


อนุมัติโรดแม็พจัดการปัญหาขยะเคาะงบฯ526ล.

                พันเอกวินธัย เปิดเผยผลการประชุมคสช. ครั้งที่ 12/2557 ว่า พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคสช. ให้ความสำคัญ ในเรื่องการจัดการปัญหาขยะให้เป็นระบบ โดยลดปัญหาขยะ และเพิ่มเติมพลังงานทดแทนในรูปแบบการกำจัดขยะ ซึ่งฝ่ายสังคมจิตวิทยา ได้เสนอ คสช. ให้พิจารณาเห็นชอบโร้ดแมพ การจัดการขยะมูลฝอย และของเสียอันตราย และแผนปฏิบัติการแก้ไชพื้นที่วิกฤตที่ต้องเร่งแก้ปัญหาการกำจัดขยะมูลฝอยให้ถูกต้อง และให้ความเห็นชอบระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการแก้ไขปัญหาการจัดการขยะมูลฝอยในท้องที่นครปฐม ปทุมธานี พระนครศรีอยุธยา ลพบุรี สมุทรปราการ และสระบุรี โดยอนุมัติให้ใช้งบประมาณกลางรายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น จำนวน 526 ล้านบาท
 
ไฟเขียวร่างก.ม.คุ้มครองพระพุทธศาสนา

                น.ส.ปถมาภรณ์ รัตนดิลก ณ ภูเก็ต ทีมโฆษกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) แถลงภายหลังการประชุมคสช. ว่า ที่ประชุมคสช. อนุมัติในหลักการร่างกฎหมาย 2 ฉบับเพื่อเสนอ สภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.)พิจารณา คือ 1.ร่างพ.ร.บ.เงินทุนหมุนเวียน พ.ศ. .... ซึ่งสาระสำคัญ คือกำหนดให้มีคณะกรรมการนโยบายการบริหารทุนหมุนเวียน เพื่อทำหน้าที่กำหนดนโยบายพิจารณาขอจัดตั้ง ทุนหมุนเวียน กำกับติดตามทุนหมุนเวียน ของหน่วยงานของรัฐ ที่ประสงค์จะจัดตั้งกองทุน เสนอความเห็นต่อคณะรัฐมนตรี(ครม.) รวมทั้งกำหนดหลักเกณฑ์เงื่อนไขเกี่ยวกับการรวม ยุบ หรือเลิกทุนหมุนเวียน และการชำระบัญชีด้วย

                2. ร่างพ.ร.บ.อุปถัมภ์และคุ้มครองพระพุทธศาสนา สาระสำคัญคือการกำหนดให้รัฐอุปถัมภ์และคุ้มครองพุทธศาสนาในแนวทางที่กำหนด เช่น สนับสนุนการบริหารการปกครองคณะสงฆ์ การศาสนศึกษา การเผยแพร่พุทธศาสนาทั้งในและต่างประเทศ นอกจากนั้น ได้กำหนดให้มีคณะกรรมการอุปถัมภ์และคุ้มครองพระพุทธศาสนา และ คณะกรรมการอุปถัมภ์และคุ้มครองพระพุทธศาสนาประจำจังหวัด จัดตั้งสำนักงานคณะกรรมการอุปถัมภป์และคุ้มครองพระพุทธศาสนาขึ้นในสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ กำหนดให้มีกองทุนอุปถัมภ์และคุ้มครองพระพุทธศาสนา และที่น่าสนใจในร่างกฎหมายฉบับนี้ ได้กำหนดบทกำหนดโทษสำหรับการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสื่อมเสียต่อพระพุทธศาสนา เช่น การเสพเมถุน ต้องจำคุก 1-7 ปี รวมถึงผู้ร่วมกระทำผิด หรือมีการสนับสนุนในโทษดังกล่าวก็ให้ระวางโทษเช่นเดียวกัน


 เทงบอุดหนุนอปท.8.5พันล้าน


                น.ส.ปถมาภรณ์  แถลงภายหลังการประชุมคสช. ว่า ที่ประชุมคสช. ได้เห็นชอบการจัดสรรเงินอุดหนุนทั่วไปให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น(อปท.) ปีงบประมาณ 2557 จำนวน 8.5 พันล้านบาท ตามยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศโดยแบ่ง เป็น 2 ส่วนคือ 1.จัดสรรให้กับอปท.ทุกแห่ง แห่งละ 1 ล้านบาท และส่วนที่ 2.ซึ่งเป็นส่วนที่เหลือ จะจัดสรรให้อปท.ตามสัดส่วนที่อปท.แต่ละแห่งได้รับการจัดสรรเงินอุดหนุนทั่วไปเพื่อดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ของตนเองในปีงบประมาณ 2557

                น.ส.ปถมาภรณ์ กล่าวต่อว่า สำหรับเงินที่ได้อุดหนุนไปนั้น อปท.จะนำไปใช้จ่ายเพื่อดำเนินโครงการต่างๆดังนี้ 1.โครงการที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่มีความมั่นคงถาวร 2.พัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน เรื่องของการส่งเสริมอาชีพ กับประชาชนในท้องถิ่นตัวเอง และ3.การส่งเสริมการท่องเที่ยว ซึ่งจะส่งผลให้เศรษฐกิจของท้องถิ่นมีความเติบโตขึ้น อย่างไรก็ตามในแง่ของการปฏิบัตินั้นห้ามมิให้อปท. นำเงินอุดหนุนทั่วไปครั้งนี้ไปใช้จ่ายในการศึกษาดูงานของบุคลากรท้องถิ่น