ข่าว

รวบ!แก๊งสกิมเมอร์ยึดบัตรปลอม500ใบ

รวบ!แก๊งสกิมเมอร์ยึดบัตรปลอม500ใบ

25 ส.ค. 2557

ตร.เชียงใหม่รวบแก๊งสกิมเมอร์ พร้อมยึดบัตรปลอม 500 ใบ เผยพฤติกรรมนำข้อมูลบัตรปลอมของต่างประเทศมาผลิตใช้ในไทย คาดเสียหายกว่า 10 ล้านบาท

 
                   25 ส.ค.57 เมื่อเวลา 10.00 น. ที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 อ.เมือง จ.เชียงใหม่ พล.ต.ต.ธนิตศักดิ์ ธีระสวัสดิ์ รองผบช.ภ.5 พร้อมด้วยพล.ต.ต.ประจวบ วงค์สุข ผบก.สส.ภ.5 และ พ.ต.อ.ธวัชชัย พงษ์วิวัฒนชัย ผกก.สส.1 บก.สส.ภ.5 ร่วมกันแถลงข่าวจับกุมแก๊งสกิมเมอร์ชาวต่างประเทศ 2 ราย คือนายเปอร์ โจฮัน โรบิน เบนท์ลี่ (MR.PER JOHAN ROBIN BENTLEY) อายุ 29 ปี สัญชาติสวีเดน และนายมาร์ติน ฟิลิป จาเวลลาน่า แมกโน (MR.MATIN PHILIP JAVELLANA MAGNO) อายุ 31 ปี สัญชาติฟิลิปปินส์
 
                   พล.ต.ต.ประจวบ วงค์สุข กล่าวว่า เมื่อวันที่ 24 ส.ค.เจ้าหน้าที่ของธนาคารกสิกรไทย ได้ประสานมาที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 ว่าได้มีคนร้ายนำบัตรปลอมของธนาคารต่างประเทศนำไปกดเงินสดที่ตู้เอทีเอ็มของธนาคารในพื้นที่ จ.เชียงใหม่ ทางเจ้าหน้าที่จึงติดตามจนทราบว่าคนร้ายเป็นชาวต่างประเทศพักอาศัยอยู่ที่โรงแรมแห่งหนึ่งใน ต.ช้างเผือก อ.เมือง จ.เชียงใหม่ จึงได้วางกำลังเฝ้าติดตามพฤติกรรม กระทั่งผู้ต้องหาทั้งสองคนได้นำบัตรเครดิตปลอมไปรูดชำระเงินค่าบริการต่างๆและชำระค่าสินค้า ที่ห้างเทสโก้โลตัส สาขาคำเที่ยง จึงแสดงตัวและเข้าควบคุมตัวทั้งสองไว้ จากนั้นขอตรวจค้นตัวพบบัตรเครดิตจำนวนหนึ่งจึงประสานให้เจ้าหน้าที่ธนาคารกสิกรไทยตรวจสอบ ปรากฏว่าเป็นบัตรเครดิตปลอม
 
                   จากนั้น ได้นำตัวผู้ต้องหาไปตรวจค้นห้องพัก พบของกลางจำนวนมาก เช่น เครื่องตอกตัวเลขบัตรอิเล็กทรอนิกส์ ยี่ห้อ DXR 1 เครื่อง เครื่องเคลือบตัวเลขบัตรอิเล็กทรอนิกส์ยี่ห้อ TJ-90A พร้อมแผ่นฟรอยด์สีเงิน 1 เครื่อง เครื่องรูดบัตรอิเล็กทรอนิกส์ สีดำ ยี่ห้อ MSR606 จำนวน 1 เครื่อง, เครื่องรูดบัตรอิเล็กทรอนิกส์สีเทายี่ห้อ MSRX6 จำนวน 1 เครื่อง, แป้นกดตัวเลข 1 แผ่น, อุปกรณ์ติดตั้งที่สอดบัตรสีดำ 1 ชิ้น, แว่นตาบันทึกภาพสำหรับดัดแปลงเป็นกล้องติดตู้เอทีเอ็ม 2 อัน, บัตรอิเล็กทรอนิกส์ปลอม 500 ใบ พร้อมเครื่องมือและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์หลายรายการ
 
                   พล.ต.ต.ธนิตศักดิ์ ธีระสวัสดิ์ กล่าวว่า แก๊งดังกล่าวถือว่าเป็นแก๊งใหญ่เนื่องจากมีเครื่องตอกตัวเลขบัตร เครื่องเคลือบบัตรและเครื่องรูดบัตรฯ ที่สามารถดัดแปลงทำบัตรปลอมนำมาใช้กดเงินและชำระเงินได้เสมือนบัตรของจริงและเชื่อว่าน่าจะมีเครือข่ายที่มากกว่า 2 คนและน่าจะมีเครือข่ายชาวไทยด้วย ส่วนความเสียหายคาดว่าไม่ต่ำกว่า 10 ล้านบาท
 
                   จากการสอบสวนผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าของกลางทั้งหมดเป็นของผู้ต้องหาจริงและอ้างว่าได้กระทำมาแล้วในประเทศเกาหลีใต้และฟิลิปปินส์ แต่สามารถรอดจากการดำเนินคดีมาได้และอาจคิดว่ามาทำในประเทศไทยแล้วจะไม่ถูกดำเนินคดีเหมือนกัน อีกทั้งผู้ต้องหายังอ้างว่าเป็นลูกชายเจ้าของบริษัทผู้ผลิตรถหรูอีกด้วย ซึ่งเจ้าหน้าที่จะสอบสวนขยายผลดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
 
                   ทั้งนี้ ทางเจ้าหน้าที่ได้กล่าวหาว่าปลอมบัตรอิเล็กทรอนิกส์, มีไว้เพื่อใช้ซึ่งบัตรอิเล็กทรอนิกส์ปลิมอันได้มาซึ่งโดยรู้ว่าเป็นของที่ทำปลอมหรือแปลงขึ้น, ทำเครื่องมือหรือวัตถุสำหรับปลอมหรือแปลงหรือสำหรับให้ได้ข้อมูลในการปลอมหรือแปลงสิ่งใดๆ หรือมีเครื่องมือหรือวัตถุเช่นว่านั้น เพื่อใช้หรือให้ได้ข้อมูลในการปลอมหรือแปลงและการกระทำข้างต้นเป็นการกระทำเกี่ยวกับบัตรอิเล็กทรอนิกส์ที่ผู้ออกได้ออกให้แก่ผู้มีสิทธิใช้ เพื่อประโยชน์ในการชำระค่าสินค้า ค่าบริการหรือหนี้อื่นแทนการชำระด้วยเงินสดหรือใช้เบิกถอนเงินสด
 
                   สำหรับพฤติกรรมของแก๊งดังกล่าวจะนำกล้องขนาดเล็กไปติดตามตู้เอทีเอ็มเพื่ออ่านรหัสของบัตรและจะดัดแปลงที่เสียบบัตรเอทีเอ็มให้สามารถอ่านข้อมูลของบัตรได้เมื่อเจ้าของบัตรตัวจริงมาใช้บริการ สำหรับแก๊งดังกล่าวถือเป็นแก๊งใหญ่ สมาชิกที่อยู่ต่างประเทศจะกระทำดังกล่าวแล้วส่งข้อมูลมาให้เพื่อนสมาชิกแก๊งที่อยู่ในประเทศไทยเพื่อให้เพื่อนที่อยู่ในประเทศไทยปลอมแปลงบัตรของต่างประเทศและนำมากดเงินและใช้ชำระค่าบริการต่างๆในประเทศไทย
 
                   ส่วนสมาชิกแก๊งที่อยู่ในประเทศไทยก็จะกระทำดังกล่าวแล้วส่งข้อมูลไปให้เพื่อนต่างประเทศทำเช่นเดียวกัน โดยแก๊งดังกล่าวจะอาศัยอยู่ตามหัวเมืองท่องเที่ยวที่มีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติจำนวนมากเพื่อให้ยากต่อการติดตามตรวจสอบ และปัจจุบันมีการแพร่ระบาดในหลายประเทศ เช่น ฝรั่งเศส ยูเครน ตุรกี บัลแกเรีย รัสเซียและมาเลเซีย รวมถึงประเทศไทยด้วย