
นิรโทษกรรมอำนาจคสช.
นิรโทษกรรมอำนาจคสช. : เกศินี แตงเขียวรายงาน
กระแสข่าวที่ว่า หัวหน้า คสช.สั่งการให้มีการไปศึกษารายละเอียดคดีที่มีการฟ้องร้องกันอยู่ เพื่อแยกแยะว่ามีคดีไหนบ้างที่มีมูลการฟ้องร้องมาจากเหตุทางการเมือง ซึ่งอาจนำไปสู่การนิรโทษกรรมเพื่อเหตุผลในการสร้างความปรองดอง แม้ต่อมาจะมีการออกมาปฏิเสธจากทาง คสช. แต่จากข้อมูลในเชิงลึกพบว่า คสช.เคยมีการหารือเกี่ยวกับเรื่องนี้จริง เพียงแต่มีการตกลงกันว่า คสช.จะไม่เป็นผู้ดำเนินการเรื่องนี้เอง แต่จะโยนให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติ และสภาปฏิรูปแห่งชาติ เป็นเจ้าภาพหลัก
และเมื่อพูดถึงการ "นิรโทษกรรม" เป้าก็ต้องพุ่งไปที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ที่ยังต้องการนิรโทษกรรมแบบสุดซอย และตราบใดที่ยังไม่มีสิ่งนี้เกิดขึ้น การที่ประเทศจะเดินไปข้างหน้าอย่างปกติสุขก็เกิดได้ยาก ขณะเดียวกันหากจะมีการทำเรื่องนี้ก็จะเป็นการจุดไฟความขัดแย้งให้เกิดขึ้นมาอีกครั้ง
ส่วนทางด้าน พ.ต.ท.ทักษิณ ก็มีข่าวว่า ได้สั่งให้ถอนฟ้องคดี
ด้วยเหตุนี้ "เครือเนชั่น" ได้สำรวจคดีที่เกี่ยวกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ทั้งหมด ทั้งที่ถูกฟ้องและเป็นฝ่ายยื่นฟ้อง
********************************
คดี พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ถูกฟ้อง
คดียื่นฟ้อง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ในศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ยังรอพิจารณาคดี โดยทุกคดี พ.ต.ท.ทักษิณ ซึ่งเป็นจำเลยไม่มาศาล ศาลเชื่อว่าเจตนาหลบหนี จึงให้ออกหมายจับตัวมาเพื่อพิจารณาคดี และให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความเป็นการชั่วคราวจนกว่าจะได้ตัวมา มีทั้งสิ้น 5 คดี ดังต่อไปนี้
1.คดีดำเนินโครงการออกสลากพิเศษเลขท้าย 2 และ 3 ตัว (หวยบนดิน) เป็นคดีที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เป็นโจทก์แทน คตส. ยื่นฟ้อง พ.ต.ท.ทักษิณ อดีตนายกรัฐมนตรี, คณะรัฐมนตรี (ครม.) และผู้บริหารสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล รวม 47 คน เป็นจำเลย กรณีที่ร่วมกันมีมติ ครม.ให้ดำเนินโครงการออกสลากพิเศษเลขท้าย 2 และ 3 ตัว (หวยบนดิน) โดยการออกสลากได้ยกเว้นและลดหย่อนภาษี ตาม พ.ร.บ.การพนัน พ.ศ.2478 และภาษีตามประมวลรัษฎากรโดยอ้างว่าเป็นสลากการกุศล แต่มติดังกล่าวเป็นการขัดต่อกฎหมาย เพราะเป็นมติที่ฝ่าฝืนต่อพระราชกฤษฎีกาที่ออกตามความในประมวลรัษฎากร (คดีนี้จำเลยอื่นรวม 46 คน ศาลมีคำพิพากษาไปแล้วเมื่อ 30 ก.ย.52 โดยให้จำคุก 2 ปี นายวราเทพ รัตนากร อดีต รมช.คลัง,นายสมใจนึก เองตระกูล อดีตปลัดกระทรวงการคลัง และนายชัยวัฒน์ พสกภักดี อดีต ผอ.สำนักงานสลากฯ แต่ให้รอลงอาญา ส่วนจำเลยอีก 43 คน ยกฟ้อง ขณะนี้คดีนี้จึงเหลือเพียง พ.ต.ท.ทักษิณ ที่รอนำตัวมาดำเนินคดีเท่านั้น)
2.คดีอนุมัติเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำของเอ็กซิมแบงก์ให้แก่รัฐบาลพม่า คดีนี้ ป.ป.ช.เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นจำเลย กรณีที่จำเลยอนุมัติเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำของธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย หรือเอ็กซิมแบงก์ ให้แก่รัฐบาลพม่า วงเงิน 4,000 ล้านบาท ในโครงการปรับปรุงระบบโทรคมนาคมของประเทศพม่า เพื่อเอื้อประโยชน์ในธุรกิจดาวเทียมที่มีการสั่งซื้ออุปกรณ์จากบริษัท ชิน แซทเทิลไลท์ และบริษัทในเครือตระกูลชินวัตร
3.คดีออกกฎหมายแก้ไขค่าสัมปทานโทรศัพท์มือถือ-ดาวเทียม เอื้อธุรกิจบริษัทชินคอร์ป เป็นคดีที่อัยการสูงสุดเป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นจำเลย ในความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือโดยทุจริตและความผิดตามพ.ร.บ.ป.ป.ช. กรณีทุจริตออกกฎหมายแก้ไขค่าสัมปทานโทรศัพท์มือถือ-ดาวเทียม เป็นภาษีสรรพสามิต เอื้อประโยชน์ธุรกิจบริษัทชิน คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ทำให้รัฐเสียหาย 6.6 หมื่นล้านบาท
4.คดีจงใจยื่นแสดงบัญชีทรัพย์สินเป็นเท็จ ฝ่าฝืน พ.ร.บ.ป.ป.ช. พ.ศ.2542
5.คดีสนับสนุนผู้บริหารธนาคารกรุงไทย ซึ่งเป็นองค์กรของรัฐให้สินเชื่อโดยทุจริตเอื้อประโยชน์ บมจ.กฤษดามหานคร ที่มีสถานะอยู่ในกลุ่มลูกหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ของธนาคารมูลค่ากว่า 9,900 ล้านบาท (ศาลสั่งจำหน่ายคดีชั่วคราวเฉพาะส่วนของ พ.ต.ท.ทักษิณ ส่วนจำเลยอื่นศาลได้ดำเนินกระบวนการไต่สวนพยานไปแล้วตั้งแต่ปี 2556 ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการไต่สวนพยาน)
คดีหมิ่นประมาท
คดีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เป็นจำเลย ในความผิดฐานหมิ่นประมาท กรณี พ.ต.ท.ทักษิณวิดีโอลิงค์บนเวทีปราศรัยของกลุ่มผู้ชุมนุมเสื้อแดง พาดพิงนายอภิสิทธิ์ว่ามีอาการป่วยทางโรคจิตเพราะชอบใช้ความรุนแรงและได้อำนาจมาจากการปล้นโดยพวกอำมาตย์ช่วยมา คดีนี้ศาลอาญารับฟ้อง แต่ พ.ต.ท.ทักษิณ จำเลยไม่มาศาล จึงให้ออกหมายจับ และจำหน่ายคดีออกจากสารบบเป็นการชั่วคราว
--------------------------------------
คดี พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ยื่นฟ้อง
1.คดี พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายแก้วสรร อติโพธิ อดีตคณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ (คตส.) เป็นจำเลย ในความผิดฐานหมิ่นประมาท กรณีนายแก้วสรรจัดรายการ “แกะรอยคอรัปชั่น” ที่ออกอากาศผ่านสถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบก ช่อง 5 ซึ่งกล่าวหา พ.ต.ท.ทักษิณ ว่าทำการซุกหุ้นบริษัทชิน คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ซึ่งคดีนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกา
2.คดีที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ยื่นฟ้อง นายกษิต ภิรมย์ อดีต รมว.ต่างประเทศ, บริษัทไทยเดย์ ด็อทคอม จำกัด และบริษัท เอเอสทีวี (ประเทศไทย) จำกัด เป็นจำเลยที่ 1-3 ในความผิดฐานหมิ่นประมาท จากกรณีนายกษิต ขณะที่ร่วมชุมนุมกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ได้ขึ้นกล่าวปราศรัยบนเวทีพันธมิตรฯ ทำนองว่านักโทษชายชื่อทักษิณ พยายามทุกวิถีทางที่จะยึดประเทศไทยให้เป็นสมบัติส่วนตัว ซึ่งคดีนี้อยู่ระหว่างสืบพยานโจทก์ของศาลอาญา
แหล่งข่าวซึ่งเป็นอัยการให้ความเห็นเกี่ยวกับการนิรโทษกรรมไว้อย่างน่าคิดว่า โดยหลักกฎหมายและแนวปฏิบัติ การ "นิรโทษกรรม" จะเป็นคดีข้อพิพาทซึ่งเกิดจากความเห็นแตกต่างทางการเมือง ไม่ใช่ความผิดอาญาที่เกิดขึ้นโดยส่วนตัวหรือเป็นอาญาแผ่นดิน
"หากจะเปรียบเทียบการดำเนินคดีต่างๆ กับ พ.ต.ท.ทักษิณ หลังการยึดอำนาจปี 2549 โดย คตส. ซึ่งคณะยึดอำนาจตั้งมานั้น จะนิรโทษกรรมยุติการดำเนินคดีได้หรือไม่ ตามหลักกฎหมายคือ ทำไม่ได้ เพราะการดำเนินคดี พ.ต.ท.ทักษิณ ฐานกระทำผิดต่อตำแหน่งราชการที่มีการฟ้องคดีต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองในหลายคดีด้วยกันนั้น เป็นการดำเนินคดีอาญาตาม พ.ร.บ.ป.ป.ช.ปี 2542 ที่ใช้บังคับผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองเป็นการทั่วไป ซึ่งคดีอาญานั้นไม่ใช่เรื่องความเห็นต่างทางการเมือง"
ที่สำคัญ...เมื่อถามว่า คสช.จะออกประกาศลบล้างผลการดำเนินคดีที่ผ่านมาได้หรือไม่ แหล่งข่าวท่านนี้บอกว่า เมื่อ คสช.ออกรัฐธรรมนูญฯ ชั่วคราวมาบังคับใช้ โดยใน มาตรา 44 และ มาตรา 47 ได้รองรับการออกคำสั่งใดๆ ของ คสช.ให้ชอบด้วยกฎหมาย ดังนั้นก็ย่อมจะทำได้
แต่ปัญหาคือ เมื่อขณะนี้มีการตั้ง สนช. และนายกฯ และจะมีรัฐบาลใหม่แล้ว จะยินยอมโดยง่ายให้มีการออกประกาศ คสช.เช่นว่านั้นเพื่อการนิรโทษกรรมหรือไม่
...............................................
(หมายเหตุ :‘นิรโทษกรรม’อำนาจคสช. : เกศินี แตงเขียวรายงาน)



